เมื่อคนที่ผมรักคือเพื่อนรักของผม :(

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองเมื่อประมาณเกือบ 10 ปี มาแล้วครับ ความรู้สึกนี้ยังวนเวียนอยู่ในหัวของผมเสมอ
แนะนำตัวครับตอนนี้ผมอายุจะ 30 แล้ว ขอเล่าเรื่องย้อนหลังไปเมื่อตอน ม .ปลายนะครับ
>>>>>> ม.4 เป็นปีแรกที่ผมกับมันได้มาอยู่ห้องเดียวกัน ผมเป็นคนเงียบ ขรึม ไม่สุงสิงกับใครครับ จะคบใครดูแล้วดูอีกและ
แล้วก็ได้มาอยู่แกงค์เดียวกับมันครับ แกงค์ผมมีทั้งหมด 5 คน เป็นชายล้วนครับ เป็นแกงค์เด็กเรียนแต่ขาลุยครับ ไม่มีใครติ๋มหรือเนิร์ดสักคน
ขอตัดภาพมาเล่าเรื่องผมกับมันพอนะครับ (เล่าเรื่องไม่เก่ง เรียบเรียงลำดับไม่ถูก อ่านแล้วอาจจะงงๆหน่อย) ผมกับมันต่างก็มีแฟนแล้วทั้งคู่
ช่วง ม.4 ผมกับมันก็ใช้ชีวิตปกติทั่วไป ไปเที่ยว กิน ดูหนัง ปกติเลยครับ แล้วเรื่องมันก็มาเกิดขึ้นตอน ม.5
>>>>>>ม.5 ผมกับมัน และเพื่อนในแกงค์ก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น มีมันคนเดียวที่ชอบแกล้งผมสารพัด ตบหัว ดึงเสื้อ เวลานั่งเรียนก็แกล้ง
ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมต้องแกล้งกันขนาดนี้ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรครับ โมโหอยากต่อยมันด้วยซ้ำไป ประมาณปลายๆ ม.5 ผมเริ่มห่างจากแฟนของผมเพราะว่าช่วงนั้นผมติดเพื่อน ไม่ค่อยสนใจแฟนเท่าไหร่ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผมไปสนิทกับมันเมื่อไหร่ มารู้ตัวอีกทีผมก็เริ่มรู้สึกแปลกๆกับมันแล้วครับ
มันเทคแคร์เพื่อนดีครับ หลังจากนั่งเล่นกันที่ รร. ตอนนั่งรถกลับบ้านมันยังส่ง Msg มาบอกว่า นั่งรถดีๆ หรือเรื่องแบบนี้ปกติผู้ชายเขาทำกันไหมครับหรือเป็นปกติของเด็กในเมืองแต่ผมอยู่บ้านนอกเลยไม่ชินมั้งครับ ??
ตอนนั้นผมสนิทกับมันมากที่สุด แบบว่ามองตาก็รู้ใจ แล้วอยู่มาวันหนึ่งผมจับได้ว่าแฟนของผมกับเพื่อนในแกงค์คนหนึ่งสวมเขาผม ตอนนั้นผมชาไปทั้งตัว
เพราะเสียใจที่แฟนผมกับเพื่อนในแกงค์ทำผมเสียใจ  แต่แล้วก็มีมันคอยปลอบใจผม คอยโทรมาถามไถ่ว่าเป็นไงบ้าง ตอนนั้นมันโทรหาผมแทบทุกวันเลยครับ ผมก็แค่รู้สึกดีที่เพื่อนเป็นห่วงผมก็เท่านั้น  แล้วสุดท้ายผมก็ให้อภัยแฟนผม เพียงเพราะว่าผมรักแฟนผมมาก แต่การกลับมาของผมครั้งนี้มันรู้สึกแปลกๆกับแฟนผม ทั้งที่เขาก็เป็นผู้หญิงที่ น่ารัก มีเสน่ห์ เรียนเก่ง ผมรู้สึกว่ามองหน้าเขาที่ไรหัวใจผมมันเจ็บจี๊ดๆแบบบอกไม่ถูก แต่มันต่างกับเวลาที่ผมได้อยู่กับมัน ทำไมผมไม่รู้สึกเกร็ง กลับรู้สึกสบายใจ และอยากอยู่กับมันแบบนั้นมากกว่าแฟนผมเสียอีก  จนเวลาล่วงเลยมาถึง ม.6
>>>>>ม.6 เป็นปีสุดท้ายของ ม.ปลายแล้วครับ ผมกับแฟนผมก็ลุ่มๆดอนๆจนในที่สุดก็ไปไม่รอด ผมจึงบอกเลิกแฟนผมไปครับ  มันเลยทำให้ผมกับมันได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น แต่มันก็มีแฟน ดูแลแฟนมันจนเพื่อนๆทุกคนอิจฉา ผมกับมันนับวันยิ่งสนิทกันมากขึ้นๆ แต่มันก็ทำตัวปกติทุกอย่างครับไม่ได้มีทีท่าว่าจะชอบผมเลย ผมต่างหากที่คิดไปเองอยู่คนเดียว พอมันทำอะไรให้ผมก็มีความหวัง ตอนนั้นผมสับสนตัวเองมากครับว่าผมเป็นอะไร ผมเป็นเกย์ไปแล้วเหรอ แต่ในใจมันแย้งมาตลอดครับว่าผมไม่ใช่  เวลาทำให้ผมแน่ใจมากขึ้นครับว่าผมคงรู้สึกดีกับมันจริงๆ ช่วงเวลาเริ่มจะหมดลงนับวันยิ่งจะจบ ม.6 เข้ามาใกล้ทุกที ผมกับมันก็สนิทกันมากขึ้น ไปนอนบ้านมัน กินข้าวบ้านมัน เหมือนบ้านตัวเองเลยครับ บางครั้งมันก็ชอบทำให้ผมคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันก็รู้สึกดีกับผม ครั้งหนึ่งแกงค์เราไปเที่ยวด้วยกัน 5 คน ถึงเวลานอนผมก็เลือกที่นอนก่อนผมชอบนอนริมสุด ทั้งๆที่มีที่ว่างเยอะมาก มันก็มานอนเบียดผม ผมก็มองหน้ามัน มันก็มองหน้าผมแล้วก็ทำหน้ายิ้มๆแล้วก็ต่างคนต่างหลับไป  บางครั้งผมก็สงสัยในสิ่งที่มันทำกับผมในตอนนั้นนะครับว่ามันคิดอะไรอยู่
>>>>>>และแล้วก็จบ ม.ปลายครับ วันสุดท้ายเป็นวันที่จะเขียนอวยพรให้เพื่อนลงบนเสื้อนักเรียน มันก็เขียนให้ผมครับส่วนจ้อความที่มันเขียนผมขอไม่พูดละกันครับเผื่อมันมาเห็นกระทู้นี้ แย่เลย!!! เสื้อนักเรียนตัวนั้นตอนนี้ผมก็ยังเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีเลยครับ ในระหว่างที่จบไปเรา 5 คนในแกงค์ก็เจอกันเสมอ ไปเที่ยว ดูหนัง พักแรมค้างคืน เหล้า ยา ปลาปิ้ง ปกติครับ แต่ในแกงค์ผมกับมันจะดื่มคล่องหน่อย แต่มันก็ดื่มน้อยกว่าผมทุกที มีครั้งหนึ่งที่ผมจำได้วันนั้นผมเมามาก แล้วก็ไปกอดคอมันแบบสองมือคล้องคออยู่ข้างหน้าแล้วมองหน้ามันแล้วผมก็พูดขึ้นมาว่า รู้มั้ยคนที่กูแอบชอบและรักมาตลอดคือใคร มันพูดขึ้นมาทันที่ว่า รักกูรึไง ทั้งๆที่ผมเมามากแต่ผมก็ยังจำความรู้สึกนั้นได้ดีครับ แล้วผมก็เงียบไป ไม่ได้พูดอะไรต่อ
>>>>>>>สองปีต่อมา ผมตัดสินใจระบายความในใจทั้งหมดส่งให้มันได้อ่านและรู้ความในใจของผมที่มีต่อมัน มันบอกดีใจนะที่ผมรักมัน มันบอกไม่ได้รังเกียจอะไรที่ผมไปชอบมัน แต่มันก็ไม่ได้บอกรักผม แต่ก็ใส่ใจผมเหมือนปกติที่มันเคยทำ มันเป็นคนเดียวที่แคร์ความรู้สึกของผม วันเกิดมันจะอวยพรเป็นคนแรกเสมอ มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นไปอีก แต่มันอาจจะคิดว่ามันก็ทำเป็นปกติอยู่แล้ว เหมือนผมคิดไปเองมากกว่า ผมคิดหาวิธีที่พยายามหาทางออกจากชีวิตมันเพื่อไม่ให้ผมเจ็บปวด บางครั้งผมรู้สึกอึดอัดที่เวลามันอยู่กับแฟน ผมต้องแกล้งรู้สึกดี บางครั้งต้องฝืนยิ้ม แล้วเรื่องราวระหว่างผมกับมันก็เก็บเป็นความลับ รู้กันสองคน ผมรู้ใจตัวเองแล้วว่าผมไม่ปกติกับมัน  บางครั้งทำให้เพื่อนในแกงค์สงสัยว่าเราสองคนยังไงกัน แต่มันก็ไม่แสดงทีท่าว่าเขินหรือตกใจอะไรนะครับ ผมเลยแน่ใจว่าคงเป็นตัวผมเองที่คิดไปเองคนเดียว เหตุการณ์ก็ดำเนินมาปกติครับ มีผมดราม่าเองบ้าง มีความหวังบ้างปนกันไป  วันหนึ่งผมมีโอกาสนั่งรถกับมันสองคนผมเลยถามว่าเบื่อผมบ้างมั้ยที่เป็นแบบนี้ ผมได้ยินจากปากมันว่าถ้าเบื่อมันไปตั้งนานแล้ว ไม่รู้จักมันเหรอมันไม่เคยทำอะไรที่ฝืนใจตัวเองอยู่แล้ว มันพูดทำนองนี้ครับ มันบอกว่ามันดีใจที่มีเพื่อนอย่างผมที่รักมันขนาดนี้ ถ้าผมเป็นผู้หญิง มันบอกว่ามันขอผมเป็นแฟนไปแล้ว มันทิ้งทายว่าผมเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมัน และจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป จะไม่ยอมเสียเพื่อนอย่างผมไป
>>>>>>ผมยังสับสนในใจมาตลอดว่าลึกแล้วมันคิดอะไรกับผมกันแน่ ผมคิดไปเอง หรือ มันก็คิดแต่ติดที่อะไรสักอย่าง เวลาก็ผ่านไปเราต่างแยกย้ายกันไปเรียน จนจบทำงานต่างมีภาระหน้าที่กัน มันอาจทำให้ผมลืมมันไปได้บ้าง แต่ลึกๆแล้วผมลืมมันไม่ได้เลย จนในที่สุดวันหนึ่งก็มาถึงคือวันแต่งงานของมันครับ
เมื่อไม่กี่วันมานี้เองครับ ผมรู้สึกว่าผมคงต้องออกจากชีวิตมันจริงๆเสียที ด้วยเพราะว่าเราต่างโตแล้ว ความคิดอาจจะเปลี่ยนไป ผมมีความสุขที่เห็นมันมีความสุข แต่ก็รู้สึกลึกๆอยู่บ้าง แต่ก็เข้าใจธรรมชาติของชีวิตครับ ผมยิ้มทั้งๆที่มีน้ำตาแล้วหันหลังออกจากงานขับรถกลับบ้านเลย แต่ตอนนี้ผมไม่ค่อยรู้สึกเจ็บเท่าไหร่ พอมาถึงตอนนี้ผมก็ยังงงๆ ครับว่าจะโพสต์ดีไหม มันรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกครับที่ได้อธิบายความในใจ ทุกวันนี้ผมก็ยังโสดเหมือนเดิมครับ ไม่มีแฟน แล้วก็ไม่มองผู้ชายคนไหนอีกนอกจากมันคนเดียว เพราะผมคิดว่าผมไม่ได้ชอบผู้ชาย ผมชอบมันต่างหาก แต่มันดันเป็นเพศชายเท่านั้นเอง มุมมมองความรักผมคิดว่ามันไม่ได้จำกัดว่าเราจะเป็นอะไร ผู้ชาย ผู้หญิง หรืออะไร แต่มันรักกันได้ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไร ความรักมันก็สวยงาม
>>>>>>มาถึงตอนนี้ถ้าเพื่อนๆเป็นผมเพื่อนจะทำอย่างไรดีครับ ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับ ง่วงนอนด้วยอาจจะเล่าวกไปวนมาบ้าง
แต่ผมก็สบายใจขึ้นมานิดนึงแล้วละครับ อย่างน้อยก็มีที่ดีๆแห่งนี้ให้ผมระบายมันออกมา ...ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่