คิดถึงพ่อ

กระทู้คำถาม
1ปีแล้ว...รวดเร็วเหมือนพริบตา เหมือนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นผ่านพ้นมาเพียงแค่ข้ามคืน  เหมือนมันพึ่งผ่านมาแค่เมื่อวาน ความรู้สึกของค่ำวันนั้นเหมือนทุกสิ่งหยุดหมุน มันเงียบ...เงียบจนได้ยินสียงลมหายใจของตัวเอง หัวใจที่กำลังเต้นแผ่วๆบอกว่าเรายังหายใจอยู่ บอกว่าทุกสิ่งคือเรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมาบอกความรู้สึกณ.ตอนนั้น มีแค่น้ำตาที่ไหลเปื้อนหน้าไม่ขาดสาย มันจุก มันมืดบอด มันเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมากระชากดวงใจไปจากอก ปวดใจเหลือเกิน....

วันที่12ตุลาคม 2559 วันที่เปิดอ่านข่าวในโทรศัพท์ทั้งวัน ฟังรายงานจากพระราชวังถึงพระอาการของท่าน มันหวาดหวั่น ความกลัวมากมายเกิดขึ้นไม่จบสิ้น ได้แต่เพียงอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ ช่วยปกป้องคุ้มครองดวงใจอันเป็นที่รักยิ่งของเราที อย่าได้พรากดวงใจนี้ไปจากเราเลย ผู้คนเริ่มแห่ไปที่ตึกศิริราช ร่วมกันสวดมนต์ ขอพร ทำทุกสิ่งขอให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับเราอีกสักครั้ง โดยที่เราไม่มีวันรู้เลยว่าพรุ่งนี้ในวันข้างหน้ามันจะเป็นอย่างไร ทุกคนยังรอคอยด้วยความหวัง ศรัทธา หัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรัก หวังว่าจะได้เห็นท่านอีกสักครั้ง ผ่านหน้าต่างบานนั้นบนตึกสูง เพียงพระหัตถ์ก็ยังดี เป็นค่ำคืนที่หลับไปด้วยใจเป็นกังวล

วันที่13ตุลาคม2559 วันรุ่งขึ้นวันที่เราไม่รู้เลยว่าจะเป็นวันที่เราจะอยู่ในอารมณ์เดียวกัน วันที่เราหันไปมองคนรอบตัวแล้วได้แต่พูดในใจให้กันว่า “เราจะผ่านมันไปด้วยกัน แม้ว่าตอนนี้ใจทั้งดวงได้สลายไปแล้วก็ตาม” วันที่ข่าวลือยังคงประโคมกันอย่างต่อเนื่อง สั่นสะท้านความรู้สึกให้วูบโหวงไปทั้งใจ แต่เราก็ยังคงหวังปาฏิหาริย์ และเชื่อให้มันเกิดขึ้นจริง ข่าวโทรศัพท์ยังคงตัดเข้าช่วงประกาศจากพระราชวังถึงพระอาการของท่านตลอดทั้งวัน สถานที่ราชการต่างๆจัดกิจกรรมถวายพระพร สวดมนต์เพื่อส่งให้ถึงท่าน จนช่วงเย็นเริมมีประกาศให้ทุกที่ที่จัดยกเลิกกิจกรรมทั้งหมด ให้รอฟังข่าวในเวลา1ทุ่ม จวบจนกระทั่ง19.00น. เพียงเห็นภาพข่าวดำในจอ น้ำตาเม็ดโตก็ไหล มันตอกย้ำให้รับรู้ว่าวันนี้ปาฏิหาริย์ไม่ได้เกิดขึ้นให้กับเรา ดวงใจได้จากไปแล้ว  ฟ้าจ๋า...ทำไมใจร้ายนัก
คืนนั้นเป็นคืนที่เงียบมาก ทุกอย่างเหมือนหยุดเคลื่อนไหว เป็นครั้งแรกที่ไถโทรศัพท์ไปร้องไห้ไป หยุดร้องแล้วกลับมาร้องไห้อีกครั้ง มันเป็นคืนที่ผ่านไปช้าเหลือเกิน ...

วันที่14ตุลาคม2559 เช้าที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทา  เช้าที่ตื่นมาน้ำตายังคงไหลไม่เหือดแห้ง ความรู้สึกที่จุกอกไม่ได้ลางหายไปเลย แต่เรายังคงต้องทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ยังคงไปเรียนในเช้าวันนั้น เป็นเช้าวันแรกที่ตั้งแต่เรียนมาในมหาลัยไม่วุ่นวาย ไม่เจียวจ้าว ทุกคนได้แต่เงียบมองหน้ากัน ดวงตาที่แดงและยังคงเปียกชื้น บ่งบอกว่าเราก็เสียใจไม่ต่างกันเลย  
ผู้คนในกทม.และจังหวัดใกล้เคียง หลั่งไหลออกไปร่วมกันส่งเสด็จ สองข้างทางเต็มไปด้วยผู้คน เรามักเคยเห็นบรรยากาศแบบนี้บ่อยๆ แต่วันนี้ชั่งแตกต่างกันลิบลับ เราไม่ได้ใส่เสื้อสีเหลืองมารับท่าน ไม่ได้ยิ้มกว้างให้แก่กัน เราทุกคนใส่เสื้อสีดำ ก้มลงกราบแนบพื้นดินด้วยน้ำตาที่ยังเปื้อนใบหน้า  ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดขึ้นเร็วอย่างนี้...
    
หลายๆบทความเคยบอกว่า “เวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่าง” ทำไมไม่เห็นจะจริงเลย  ผ่านมาจวบจนครบปีแล้ว ความรูสึกวันนั้นยังคงจำได้ขึ้นใจ ไม่เคยทำใจได้เลย...เหมือนฝันร้าย ที่เราได้แต่ปลอบใจตัวเอง ว่าเดี๋ยวก็ดีๆ ทุกวันนี้เวลาเห็นภาพท่านที่ไหนก็ยังคงคิดถึง ยังรัก ยังภักดี เท่าที่คนคนหนึ่งจะรู้สึกได้  ทุกครั้งที่ไปดูหนัง ต้องยืนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะไม่น้ำตาซึม มันเหมือนความรู้สึกวันนั้นย้อนกลับมาอีกครั้ง แปลกไหม...ที่เกิดไม่ทันเห็นท่านทรงานหนัก  ไม่เคยเห็นท่านเดินทางไปที่ไกลๆ ไม่เคยเห็นท่านด้วยตาตนเองเลยสักครั้งในชีวิต  เติบโตมากับสิ่งที่ท่านได้สร้างไว้ให้หมดแล้ว  จะมีกษัตริย์พระองค์ไหนทำได้เทียบเท่าท่านบ้างคนที่รักประชาชนอย่างแท้จริง แม้ว่าลำบากแค่ไหนไม่เคยบ่นเลย ยังคงอยากเห็นประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้นทุกวัน ทรงพัฒนาแก้ไขเพื่อประชาชนเสมอ ท่านทรงงานในทุกๆวันไม่เคยหยุดพัก แม้กระทั่งในวันที่ไม่มีเรียวแรงจะเดินทางไกลๆแล้ว ท่านก็ยังคงศึกษาฟังข่าวสาร จากประชาชนของท่านเสมอ ยังคงห่วงใยมิเสื่อมคลาย ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านหลังใหญ่ที่ชื่อประเทศไทยนี้ แผ่นดินของพ่อ ต้นไม่ของพ่อ ฝนของพ่อ น้ำของพ่อ คนไทยโชคดีที่มีพ่อหลวง คิดถึงเหลือเกิน.... #คิดถึงพ่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่