1. เนื่องจากชุด U-22 ล้วนๆ มันมีเกมส์อุ่นเครื่องให้เตรียมทีมอยู่แล้วจากทัวร์นาเม้นต์ต่างๆ ของเยาวชน ก่อนแข่ง ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ชุด U-23 ในปี 2018 อยู่แล้ว อย่างดูไบ คัพ, ทัญเนียน คัพ และอื่นจิปาถะ ผมว่าสมาคมชุดนี้ติดต่อมาได้แน่ๆ (ชุดนี้ไม่ใช่ชุดโซรันนะ แต่เป็นชุดเอ็คโคโน่ ฆูเลียน คุมอยู่)
2. มันก็เป็นข้ามหน้าข้ามตา และหมางเมินผู้เล่นที่เกิน U-22 ในปีนั้นมากเกินไป ถ้าเกิดเขาโชว์ฟอร์มได้ดีในลีก อย่าง สุรชาติ, สุพรรณ, ศิวกร, รุ่งรัฐ, นัสตพล มาลาพันธ์, ชุษณะ, อัครวินทร์ สวัสดี, พีรดนย์, อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ อะไรพวกนี้ เป็นต้น ได้มีโอกาสทดสอบในระบบของโค้ช ราเยวัช ใน AFF ว่าเล่นได้ไหม ถ้าเล่นได้ดี ก็สามารถหนีบไปเป็นอะไหล่ หรือตัวจริงในชุด เอเชี่ยน คัพ ได้เลย และควรเน้นเรียกนักเตะพวกนี้เยอะกว่าประเภทอื่นด้วย เพราะ ถ้าเข้ากับระบบ ราเยวัช มันก็ใช้ได้เลย ไม่ต้องห่วงเรื่องกระดูก
3. ให้โอกาสสำรองชุดใหญ่ปัจจุบัน ได้เคาะสนิม หรือทดสอบตัวเองกับพวกผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มดีในลีกว่า คุณดีพอที่จะติดชุดใหญ่ต่อไหม อย่าง สุพจน์ จดจำ ก็จะได้โชว์เต็มที่ แล้วเทียบฟอร์มกับหน้าฟอร์มดีในลีกสูงสุดคนอื่นด้วยอย่าง อัครวินทร์ สวัสดี สุรชาติ สารีพิมพ์, สรรวัชญ์ เดชมิตร จะได้เทียบเพลย์เมกเกอร์กับเจ้าอื่นในลีกว่าใครจะเล่นกับ เจ มันได้ ถ้าใช้เพลย์เมกเกอร์ 2 คน, ปกเกล้า อนันต์ กับตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับจะมีใครดีกว่าเขา, ธีรเทพ วิโนทัย ไว้คอยประคองน้องๆ, ฟิลิป โรเลอร์ ก็มาพิสูจน์ตัวเหมือนกันว่าดีพอกับตำแหน่ง แบ็คขวา สำรองไหม เป็นต้น
4. น้องชุด U-22 ก็ควรเลือกเฉพาะตัวเด่นๆ มาซึบซัมการสอนและระบบกับ ราเยวัช พอ เอาพวกที่น่าจะเหนือกว่าชุด U-22 ไปแล้ว เช่น อานนท์, สุภโชค, ศุภชัย ใจเด็ด, ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม, ศฤงคาร พวกนี้ และเป็นการแก้ไขปัญหาแดนหน้าในการจบสกอร์แทนมุ้ยด้วย ซึ่งตอนนี้ยังไม่เจอใครเลย
ถ้าสมาคมเลือกชุดแบบนี้ ผมเห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์เลย แล้วตั้งเป้าว่าไปให้ได้อย่างน้อยรอบรองชนะเลิศ อีกอย่างชุดนี้ผมว่าแข็งพอที่ชาติอาเซียนอื่นปวดเศียรเวียนเกล้า และไม่เสียคะแนนฟีฟ่าที่เราต้องรักษามาก เผลอๆ ชุดนี้ได้แชมป์ด้วยแท็คติกระดับเซียนของ ราเยวัช ด้วยเอา
เรื่อง AFF ปีหน้า ผมไม่เห็นด้วยถ้าใช้ชุด U-22 ล้วนๆ แต่เห็นด้วยถ้าใช้ชุดผสม U-22 + ฟอร์มดีในลีก + สำรองชุดใหญ่
2. มันก็เป็นข้ามหน้าข้ามตา และหมางเมินผู้เล่นที่เกิน U-22 ในปีนั้นมากเกินไป ถ้าเกิดเขาโชว์ฟอร์มได้ดีในลีก อย่าง สุรชาติ, สุพรรณ, ศิวกร, รุ่งรัฐ, นัสตพล มาลาพันธ์, ชุษณะ, อัครวินทร์ สวัสดี, พีรดนย์, อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ อะไรพวกนี้ เป็นต้น ได้มีโอกาสทดสอบในระบบของโค้ช ราเยวัช ใน AFF ว่าเล่นได้ไหม ถ้าเล่นได้ดี ก็สามารถหนีบไปเป็นอะไหล่ หรือตัวจริงในชุด เอเชี่ยน คัพ ได้เลย และควรเน้นเรียกนักเตะพวกนี้เยอะกว่าประเภทอื่นด้วย เพราะ ถ้าเข้ากับระบบ ราเยวัช มันก็ใช้ได้เลย ไม่ต้องห่วงเรื่องกระดูก
3. ให้โอกาสสำรองชุดใหญ่ปัจจุบัน ได้เคาะสนิม หรือทดสอบตัวเองกับพวกผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มดีในลีกว่า คุณดีพอที่จะติดชุดใหญ่ต่อไหม อย่าง สุพจน์ จดจำ ก็จะได้โชว์เต็มที่ แล้วเทียบฟอร์มกับหน้าฟอร์มดีในลีกสูงสุดคนอื่นด้วยอย่าง อัครวินทร์ สวัสดี สุรชาติ สารีพิมพ์, สรรวัชญ์ เดชมิตร จะได้เทียบเพลย์เมกเกอร์กับเจ้าอื่นในลีกว่าใครจะเล่นกับ เจ มันได้ ถ้าใช้เพลย์เมกเกอร์ 2 คน, ปกเกล้า อนันต์ กับตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับจะมีใครดีกว่าเขา, ธีรเทพ วิโนทัย ไว้คอยประคองน้องๆ, ฟิลิป โรเลอร์ ก็มาพิสูจน์ตัวเหมือนกันว่าดีพอกับตำแหน่ง แบ็คขวา สำรองไหม เป็นต้น
4. น้องชุด U-22 ก็ควรเลือกเฉพาะตัวเด่นๆ มาซึบซัมการสอนและระบบกับ ราเยวัช พอ เอาพวกที่น่าจะเหนือกว่าชุด U-22 ไปแล้ว เช่น อานนท์, สุภโชค, ศุภชัย ใจเด็ด, ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม, ศฤงคาร พวกนี้ และเป็นการแก้ไขปัญหาแดนหน้าในการจบสกอร์แทนมุ้ยด้วย ซึ่งตอนนี้ยังไม่เจอใครเลย
ถ้าสมาคมเลือกชุดแบบนี้ ผมเห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์เลย แล้วตั้งเป้าว่าไปให้ได้อย่างน้อยรอบรองชนะเลิศ อีกอย่างชุดนี้ผมว่าแข็งพอที่ชาติอาเซียนอื่นปวดเศียรเวียนเกล้า และไม่เสียคะแนนฟีฟ่าที่เราต้องรักษามาก เผลอๆ ชุดนี้ได้แชมป์ด้วยแท็คติกระดับเซียนของ ราเยวัช ด้วยเอา