ผมทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยฯ แห่งหนึ่ง มาแล้ว ปีนี้ครบ 7 ปี พอดี ในฐานะลูกจ้างชั่วคราว จ้างในวุฒิ ป.ตรี แต่ได้รับเงินเดือนไม่ถึง 15,000 บ.

ด้วยความคาดหวังเมื่อตอนมาสมัครงาน ผมคิดว่าการได้ทำงานที่นี่ จะช่วยให้ชีวิตผมได้ก้าวหน้าดียิ่งขึ้น แต่ก็จริงอยู่ครับ ชีวิตผมก้าวหน้ากว่าตอนไม่มีงานทำก็จริง เพราะตอนนี้มีงาน มีเงินเดือน แต๋...เทียบกับระยะเวลาแล้ว 7 ปี นี้ผมคิดว่าผมทุ่มเทให้กับก็พอสมควรนะครับ แต่ชีวิตการงานยังไม่ก้าวหน้าไปไหนเลย ยังอยู่ที่เดิม ยังอยู่สถานะเดียวกับปีแรกที่มาทำงาน ทั้งตำแหน่งและเงินเดือน

ในขณะที่เพื่อน ๆ ผม (อยู่คนละองค์กร) ต่างก็เติบโตในหน้าที่การงานดี ๆ กัน เกือบทุกคน..และความรู้สึกแบบนี้มารวมกับความรู้สึกที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความสำคัญจากเพื่อนร่วมงาน จึงทำให้คิดอยากจะลาออกอยู่บ้าง
ความรู้สึกที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความสำคัญจากเพื่อนร่วมงานนั้นก็คือว่า ช่วง 2-3 ปี มานี้ ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่อยู่ในทีม (ลักษณะงานของผมคืองานถ่ายทำวีดิทัศน์ซึ่งต้องทำเป็นทีม) เวลามีงานมาเพื่อน ๆ มักจะไม่บอกผม ไม่มีการมานัดแนะ วางแผน วิธีการเตรียมงานถ่ายทำ เขามอบหมายงานอยู่แค่ 3 ตนนั้น (ทีมทำงานมีหลัก ๆ 4 คน) ทำให้ถึงเวลาหน้างานจริง ๆ ผมต้องวิ่งหางานเอง คือ ไม่มีหน้าที่หลัก ตกเป็นตัวสำรองเสมอ ๆ ทำให้รู้สึกน้อยใจ และอึดอัดบ้าง เพราะไม่มีใครให้ปรึกษา ตอนนี้ในหัวผมมีอยู่เรื่องเดียว...คือ อยากลาออก แต่ในความเป็นจริง ยังลาออกตอนนี้ไม่ได้ เพราะยังหางานใหม่ไม่ได้.
รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความสำคัญจากองค์กรและเพื่อนร่วมงาน
ความรู้สึกที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความสำคัญจากเพื่อนร่วมงานนั้นก็คือว่า ช่วง 2-3 ปี มานี้ ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่อยู่ในทีม (ลักษณะงานของผมคืองานถ่ายทำวีดิทัศน์ซึ่งต้องทำเป็นทีม) เวลามีงานมาเพื่อน ๆ มักจะไม่บอกผม ไม่มีการมานัดแนะ วางแผน วิธีการเตรียมงานถ่ายทำ เขามอบหมายงานอยู่แค่ 3 ตนนั้น (ทีมทำงานมีหลัก ๆ 4 คน) ทำให้ถึงเวลาหน้างานจริง ๆ ผมต้องวิ่งหางานเอง คือ ไม่มีหน้าที่หลัก ตกเป็นตัวสำรองเสมอ ๆ ทำให้รู้สึกน้อยใจ และอึดอัดบ้าง เพราะไม่มีใครให้ปรึกษา ตอนนี้ในหัวผมมีอยู่เรื่องเดียว...คือ อยากลาออก แต่ในความเป็นจริง ยังลาออกตอนนี้ไม่ได้ เพราะยังหางานใหม่ไม่ได้.