เรื่องราวความรักตลอด 14ปีที่ไม่มีโอกาสได้บอก เหตุการณ์ที่ไม่ได้อธิบาย เก็บไว้อยู่คนเดียวมันทรมาน
อยากให้คุณได้อ่าน
แด่รักครั้งเดียวในชีวิต
ถ้าในความสัมพันธ์ของความรักใดๆ จะต้องคำนึงถึงสถานะทางการเงินหรือทางสังคมเป็นเหตุปัจจัยแล้ว
อาจเปรียบได้ว่าคุณเป็นนางฟ้า นางสวรรค์ ลงมาเกิด เป็นดอกฟ้าที่สง่างามและบริบูรณ์ไปด้วยวาสนา
ส่วนตัวของผมนั้นชีวิตไม่ต่างจากหมาข้างถนนที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดไปวันๆ ผมไม่มีเจตนาที่จะยกยอปอปั้นคุณจนเกินเหตุหรือ
ดูถูกชีวิตของตัวเองจนน่าเวทนา แต่ถ้าคุณได้อ่านเรื่องราวทั้งหมดแล้ว คุณจะเข้าใจความหมายของคำว่า “ต่างกันราวฟ้ากับเหว” เป็นอย่างดี
.
.
.
.
.
.
.
.
ตอน ความลับในใจ
ย้อนไปเมื่อ 14 ปีที่แล้วชีวิตของผมในเวลานั้นไม่ต่างอะไรจากคลื่นทะเล เพราะตลอดช่วงวัยประถมศึกษา
ครอบครัวของผมลำบากมากอย่างสุดแสนทรมาน

ชีวิตที่เคยสุขสบาย...พ่อต้องมาล้มละลาย
แม่ต้องมาขายแกงถุง ช่วงเวลา ป.1-ป.6 นั้นเป็นทั้งครูให้ชีวิตและเป็นภาพความทรงจำที่โหดร้าย
ในทุกๆเช้าแม่จะออกไปขายแกงตั้งแต่ตีสี่ ส่วนผมจะตั้งนาฬิกาปลุกตอนตีห้าเพื่อตื่นมาอาบน้ำแต่งตัว
และปลุกน้องมาทำเช่นเดียวกัน อาหารมื้อเช้าของเราสองพี่น้องคือหมูหยอง ในระหว่างที่น้องอาบน้ำอยู่
ผมจะตักข้าวแล้วนำหมูหยองมาตกแต่งเป็นรูปสัตว์ต่างๆเพื่อให้น้องไม่เบื่ออาหาร และเหมือนกับทุกวัน
น้องผมจะพูดประโยคเดิมๆ “หมูหยองอีกล่ะ”

จากนั้นเราสองพี่น้องจะนั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างไปโรงเรียนของตัวเอง
เมื่อเลิกเรียนเสร็จแม่จะมารับเราสองคนและพาไปที่บ้านเจ้าของร้านแกง เพื่อรอแม่หั่นผักและปรุงอาหารสำหรับขายวันถัดไป
มันเป็นเรื่องตลกน่ะ!! ตอนที่ครอบครัวเรายังมีฐานะเวลาแม่มาส่งที่โรงเรียนก็จะผ่านบ้านเจ้าของร้านแกงนี้ทุกวัน
ซึ่งอยู่ในชุมชนแออัดแถวนั้นกลิ่นจะเหม็นมาก ผมก็ไม่ชอบให้แม่ผ่านไปแถวนั้น ทุกครั้งที่รถแล่นผ่านผมจะหลับตาและกลั้นหายใจตลอด
แต่ใครจะรู้อีกไม่กี่ปีต่อมาแม่จะต้องไปหั่นผักที่นั่นทุกวัน พระเจ้าฆ่าผมเลยดีกว่า***


.
.
.
.
.
.
.
.
.
ตอน มนต์สะกด

เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึงป.6 ผมเพิ่งได้รับข่าวดีจากพ่อว่าครอบครัวเราสามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตได้

พ่อสามารถขายที่ดินแปลงใหญ่ได้ครอบครัวเราจะมีเงินมีทองใช้และแม่จะไม่เหนื่อยแล้ว
และพ่อยังบอกอีกว่าจะส่งผมไปเรียนในกรุงเทพฯ ดังนั้นขณะที่เด็กทุกคนในวัยนั้นกำลังครุ่นคิดเรื่องการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมศึกษา
แต่ผมนั้นไม่ได้มีความคิดนี้ในสมองเลย ส่วนใหญ่จะอยู่ที่สนามบอลหรือไม่ก็นั่งซ้อนมอเตอร์ไซต์กินลมชมวิวกับเด็กรุ่นพี่



วันนั้นเป็นวันปิดภาคเรียนป.6 เป็นวันที่ผมไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต เพราะผมได้เจอคุณครั้งแรก

หลังจากร่ำลากับเพื่อนๆที่โรงเรียน มอบดอกไม้


สวมกอดกันอย่างอาลัยต่างคนต้องแยกย้ายกันไปเรียนที่ต่างๆ
ผมก็ดำเนินกิจกรรมเดิมที่คุ้นเคยคือการนั่งซ้อนมอเตอร์ไซต์รุ่นพี่ไปเที่ยวรอบในตัวจังหวัด
วันนี้ก็เหมือนทุกวันพี่ข้างบ้านก็แว๊นรถไปตามโรงเรียนที่มีสาวๆ


ซึ่งถนนเส้นนี้มีประมาณ 5 โรงเรียนเห็นจะได้
ในระหว่างที่เรารู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและกำลังคิดจะกลับบ้าน จราจรเกิดติดขัดหน้าโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ละแวกนั้น
เนื่องจากมีรถผู้ปกครองมาจอดรับเด็กนักเรียนจำนวนมาก รถของเราก็ต้องชะลอตามและเพียงเสี้ยวนาทีที่ผมมองไปยังถนน
ผมเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาน่ารัก หมวยๆ มัดผมและปล่อยปลายผมเหมือนหางม้า
กำลังเดินข้ามถนนเพื่อไปขึ้นรถผู้ปกครองที่จอดรออยู่อีกฝั่งหนึ่ง
ภาพนั้นภาพเดียวทำผมหายใจไม่ทั่วท้อง ความรู้สึกมันเหมือนคนไม่มีทิศทาง มันโหว่งๆ มันอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก ไม่ต่างกับคนที่ถูกร่ายมนต์




ผมถูกสะกดไม่สามารถละสายตาจากคุณได้จริงๆ ภายในใจเบื้องลึกนั้นผมแค่อยากจะเข้าไปคุย อยากจะรู้จักคุณ
ซึ่งสถานการณ์ตอนนั้นมันทำอะไรไม่ได้แน่นอน ผมเห็นคุณกำลังจากไปโดยไม่มีสิทธิทำอะไรได้เลย
ลองคิดดูซิเด็กป.6ที่กำลังตกหลุมรักมันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อมากเลยน่ะ ผมนั่งซ้อนมอเตอร์ไซต์มองคุณที่กำลังข้ามถนนไปขึ้นรถผู้ปกครอง
สถานการณ์มันไม่ได้จริงๆ ผมคงแก่แดดมากไปมั้ง...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ตอน โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ?

หลังจากที่ผมได้ย้ายไปเรียนในกรุงเทพฯผมก็ต้องปรับตัวอยู่พักใหญ่ เพราะอะไรน่ะหรอเพราะผมพูดเหน๋อไงฮ่าๆ


โรงเรียนนี้ถือเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงระดับนึงและเป็นโรงเรียนของเด็กที่ครอบครัวมีฐานะ ผมก็ถือสุภาษิตเข้าเมืองตาหลิ่วถือตะหลิ่วตาเหล่ แฮ่!!!
ก็ต้องจูนเข้าหาเพื่อน โชคดีที่พ่อส่งผมให้เป็นเด็กประจำทำให้มีเพื่อนเยอะและเพื่อนส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างจังหวัด
เนื่องจากผมเป็นเด็กประจำจึงได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่โรงเรียนก่อนสักพัก พอช่วงเปิดเทอมปุ๊บก็รู้สึกตื่นเต้นเพราะได้เจอสังคมใหม่ๆ
เจอคนกรุงเทพฯหน้าตาดีๆ เนื่องจากปีนั้นโรงเรียนได้รับเด็กเข้ามาเยอะเป็นพิเศษจึงทำให้มีปัญหาในการจัดห้องเรียน
ในช่วงแรกผมอยู่ห้องม.1/4 เรียนได้หนึ่งอาทิตย์โรงเรียนได้กระจายเด็กใหม่ให้มีอัตราส่วนต่อครูที่เหมาะสม ผมจึงถูกย้ายมาอยู่ห้อง ม.1/5
ห้องนี้เด็กส่วนใหญ่เป็นเด็กหอพักมีความสนิทสนนกันมาก เด็กผู้ชายเล่นกันซะส่วนใหญ่ ตรงข้ามเด็กผู้หญิงก็เรียบร้อยตั้งใจเรียนดี
คืนวันหนึ่งหลังจากเปิดเรียนได้หนึ่งอาทิตย์ เพื่อนหอพักคนหนึ่งที่อยู่เตียงติดกันบอกกับผมว่าลูกพี่ลูกน้องของเขาจะมาเรียนที่นี้ด้วยอีกคน
ผมก็ถามไปว่าทำไมมาเข้าเรียนช้า เขาตอบว่าไปสมัครเรียนหลายที่คงกำลังเลือกอยู่ ในความคิดของผมตอนนั้นรู้สึกว่าญาติของเพื่อน
ไม่ค่อยมีความรับผิดชอบตัดสินใจช้าไม่ดูเวล่ำเวลาเลย

เช้าวันถัดมาระหว่างที่ผมนั่งเรียนผ่านไปหนึ่งวิชา วิชาที่สองกำลังเริ่มสอน ก็ปรากฎครูซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนมาเคาะประตู
และขอนุญาตครูประจำวิชา และข้างหลังครูคนนั้นคือ....คุณ....

วินาทีแรกที่คุณยืนอยู่หน้าประตูเหมือนมีแสงแฟลชมากระทบที่ตาผม เหมือนมีคนมาตบหัวแรงมันมึนๆอึนๆผมยังไม่แน่ใจว่าใช่คุณรึปล่าว
แต่สัญชาตญาณมันบอกผมว่า “ใช่” พอคุณเดินมาหน้าห้องครูประจำวิชาบอกว่าให้แนะนำตัวกับเพื่อนๆในห้อง
พอเริ่มแนะนำตัว สวัสดีค่ะชื่อเด็กหญิง........ ........... ชื่อเล่น.......มาจากโรงเรียน.......... จังหวัดนครปฐมค่ะ ชัดเจน ชัดเจน ชัดเจน


ผมพูดกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา พระเจ้าแกล้งหรือเราฝัน มันบังเอิญหรือโลกมันแคบ ใครจะตอบคำถามนี้ได้?

การเรียนวันนั้นไม่รู้ว่ามีวิชาอะไรบ้างผมนั่งมองคุณทั้งวันสังเกตทุกอย่างที่เป็นคุณ และขอบคุณทุกอย่างบนโลกนี้ที่ให้โอกาสผมได้คุยกับคุณ
“เราอยู่นครปฐมเหมือนกันน่ะ” นั้นคือประโยคแรกของผม

ถึงเวลากลับมาที่หอพักผมบอกกับเพื่อนๆว่าคนนี้ผมชอบ และเพื่อนเตียงที่ติดกันก็พูดขึ้นมาว่า “ญาติกูเอง”
“ผู้หญิงในโลกมีเป็นล้าน แต่บุคลิกอย่างนี้ท่าเดินอย่างนี้มีคุณคนเดียว และผมจำได้”








แด่รักครั้งเดียวในชีวิต...คุณเคยรอใครสักคนมั้ย...
อยากให้คุณได้อ่าน
แด่รักครั้งเดียวในชีวิต
ถ้าในความสัมพันธ์ของความรักใดๆ จะต้องคำนึงถึงสถานะทางการเงินหรือทางสังคมเป็นเหตุปัจจัยแล้ว
อาจเปรียบได้ว่าคุณเป็นนางฟ้า นางสวรรค์ ลงมาเกิด เป็นดอกฟ้าที่สง่างามและบริบูรณ์ไปด้วยวาสนา
ส่วนตัวของผมนั้นชีวิตไม่ต่างจากหมาข้างถนนที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดไปวันๆ ผมไม่มีเจตนาที่จะยกยอปอปั้นคุณจนเกินเหตุหรือ
ดูถูกชีวิตของตัวเองจนน่าเวทนา แต่ถ้าคุณได้อ่านเรื่องราวทั้งหมดแล้ว คุณจะเข้าใจความหมายของคำว่า “ต่างกันราวฟ้ากับเหว” เป็นอย่างดี
.
.
.
.
.
.
.
.
ตอน ความลับในใจ
ย้อนไปเมื่อ 14 ปีที่แล้วชีวิตของผมในเวลานั้นไม่ต่างอะไรจากคลื่นทะเล เพราะตลอดช่วงวัยประถมศึกษา
ครอบครัวของผมลำบากมากอย่างสุดแสนทรมาน
แม่ต้องมาขายแกงถุง ช่วงเวลา ป.1-ป.6 นั้นเป็นทั้งครูให้ชีวิตและเป็นภาพความทรงจำที่โหดร้าย
ในทุกๆเช้าแม่จะออกไปขายแกงตั้งแต่ตีสี่ ส่วนผมจะตั้งนาฬิกาปลุกตอนตีห้าเพื่อตื่นมาอาบน้ำแต่งตัว
และปลุกน้องมาทำเช่นเดียวกัน อาหารมื้อเช้าของเราสองพี่น้องคือหมูหยอง ในระหว่างที่น้องอาบน้ำอยู่
ผมจะตักข้าวแล้วนำหมูหยองมาตกแต่งเป็นรูปสัตว์ต่างๆเพื่อให้น้องไม่เบื่ออาหาร และเหมือนกับทุกวัน
น้องผมจะพูดประโยคเดิมๆ “หมูหยองอีกล่ะ”
เมื่อเลิกเรียนเสร็จแม่จะมารับเราสองคนและพาไปที่บ้านเจ้าของร้านแกง เพื่อรอแม่หั่นผักและปรุงอาหารสำหรับขายวันถัดไป
มันเป็นเรื่องตลกน่ะ!! ตอนที่ครอบครัวเรายังมีฐานะเวลาแม่มาส่งที่โรงเรียนก็จะผ่านบ้านเจ้าของร้านแกงนี้ทุกวัน
ซึ่งอยู่ในชุมชนแออัดแถวนั้นกลิ่นจะเหม็นมาก ผมก็ไม่ชอบให้แม่ผ่านไปแถวนั้น ทุกครั้งที่รถแล่นผ่านผมจะหลับตาและกลั้นหายใจตลอด
แต่ใครจะรู้อีกไม่กี่ปีต่อมาแม่จะต้องไปหั่นผักที่นั่นทุกวัน พระเจ้าฆ่าผมเลยดีกว่า***
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ตอน มนต์สะกด
เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึงป.6 ผมเพิ่งได้รับข่าวดีจากพ่อว่าครอบครัวเราสามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตได้
พ่อสามารถขายที่ดินแปลงใหญ่ได้ครอบครัวเราจะมีเงินมีทองใช้และแม่จะไม่เหนื่อยแล้ว
และพ่อยังบอกอีกว่าจะส่งผมไปเรียนในกรุงเทพฯ ดังนั้นขณะที่เด็กทุกคนในวัยนั้นกำลังครุ่นคิดเรื่องการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมศึกษา
แต่ผมนั้นไม่ได้มีความคิดนี้ในสมองเลย ส่วนใหญ่จะอยู่ที่สนามบอลหรือไม่ก็นั่งซ้อนมอเตอร์ไซต์กินลมชมวิวกับเด็กรุ่นพี่
วันนั้นเป็นวันปิดภาคเรียนป.6 เป็นวันที่ผมไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต เพราะผมได้เจอคุณครั้งแรก
หลังจากร่ำลากับเพื่อนๆที่โรงเรียน มอบดอกไม้
ผมก็ดำเนินกิจกรรมเดิมที่คุ้นเคยคือการนั่งซ้อนมอเตอร์ไซต์รุ่นพี่ไปเที่ยวรอบในตัวจังหวัด
วันนี้ก็เหมือนทุกวันพี่ข้างบ้านก็แว๊นรถไปตามโรงเรียนที่มีสาวๆ
ในระหว่างที่เรารู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและกำลังคิดจะกลับบ้าน จราจรเกิดติดขัดหน้าโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ละแวกนั้น
เนื่องจากมีรถผู้ปกครองมาจอดรับเด็กนักเรียนจำนวนมาก รถของเราก็ต้องชะลอตามและเพียงเสี้ยวนาทีที่ผมมองไปยังถนน
ผมเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาน่ารัก หมวยๆ มัดผมและปล่อยปลายผมเหมือนหางม้า
กำลังเดินข้ามถนนเพื่อไปขึ้นรถผู้ปกครองที่จอดรออยู่อีกฝั่งหนึ่ง
ภาพนั้นภาพเดียวทำผมหายใจไม่ทั่วท้อง ความรู้สึกมันเหมือนคนไม่มีทิศทาง มันโหว่งๆ มันอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก ไม่ต่างกับคนที่ถูกร่ายมนต์
ผมถูกสะกดไม่สามารถละสายตาจากคุณได้จริงๆ ภายในใจเบื้องลึกนั้นผมแค่อยากจะเข้าไปคุย อยากจะรู้จักคุณ
ซึ่งสถานการณ์ตอนนั้นมันทำอะไรไม่ได้แน่นอน ผมเห็นคุณกำลังจากไปโดยไม่มีสิทธิทำอะไรได้เลย
ลองคิดดูซิเด็กป.6ที่กำลังตกหลุมรักมันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อมากเลยน่ะ ผมนั่งซ้อนมอเตอร์ไซต์มองคุณที่กำลังข้ามถนนไปขึ้นรถผู้ปกครอง
สถานการณ์มันไม่ได้จริงๆ ผมคงแก่แดดมากไปมั้ง...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ตอน โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ?
หลังจากที่ผมได้ย้ายไปเรียนในกรุงเทพฯผมก็ต้องปรับตัวอยู่พักใหญ่ เพราะอะไรน่ะหรอเพราะผมพูดเหน๋อไงฮ่าๆ
โรงเรียนนี้ถือเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงระดับนึงและเป็นโรงเรียนของเด็กที่ครอบครัวมีฐานะ ผมก็ถือสุภาษิตเข้าเมืองตาหลิ่วถือตะหลิ่วตาเหล่ แฮ่!!!
ก็ต้องจูนเข้าหาเพื่อน โชคดีที่พ่อส่งผมให้เป็นเด็กประจำทำให้มีเพื่อนเยอะและเพื่อนส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างจังหวัด
เนื่องจากผมเป็นเด็กประจำจึงได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่โรงเรียนก่อนสักพัก พอช่วงเปิดเทอมปุ๊บก็รู้สึกตื่นเต้นเพราะได้เจอสังคมใหม่ๆ
เจอคนกรุงเทพฯหน้าตาดีๆ เนื่องจากปีนั้นโรงเรียนได้รับเด็กเข้ามาเยอะเป็นพิเศษจึงทำให้มีปัญหาในการจัดห้องเรียน
ในช่วงแรกผมอยู่ห้องม.1/4 เรียนได้หนึ่งอาทิตย์โรงเรียนได้กระจายเด็กใหม่ให้มีอัตราส่วนต่อครูที่เหมาะสม ผมจึงถูกย้ายมาอยู่ห้อง ม.1/5
ห้องนี้เด็กส่วนใหญ่เป็นเด็กหอพักมีความสนิทสนนกันมาก เด็กผู้ชายเล่นกันซะส่วนใหญ่ ตรงข้ามเด็กผู้หญิงก็เรียบร้อยตั้งใจเรียนดี
คืนวันหนึ่งหลังจากเปิดเรียนได้หนึ่งอาทิตย์ เพื่อนหอพักคนหนึ่งที่อยู่เตียงติดกันบอกกับผมว่าลูกพี่ลูกน้องของเขาจะมาเรียนที่นี้ด้วยอีกคน
ผมก็ถามไปว่าทำไมมาเข้าเรียนช้า เขาตอบว่าไปสมัครเรียนหลายที่คงกำลังเลือกอยู่ ในความคิดของผมตอนนั้นรู้สึกว่าญาติของเพื่อน
ไม่ค่อยมีความรับผิดชอบตัดสินใจช้าไม่ดูเวล่ำเวลาเลย
เช้าวันถัดมาระหว่างที่ผมนั่งเรียนผ่านไปหนึ่งวิชา วิชาที่สองกำลังเริ่มสอน ก็ปรากฎครูซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนมาเคาะประตู
และขอนุญาตครูประจำวิชา และข้างหลังครูคนนั้นคือ....คุณ....
วินาทีแรกที่คุณยืนอยู่หน้าประตูเหมือนมีแสงแฟลชมากระทบที่ตาผม เหมือนมีคนมาตบหัวแรงมันมึนๆอึนๆผมยังไม่แน่ใจว่าใช่คุณรึปล่าว
แต่สัญชาตญาณมันบอกผมว่า “ใช่” พอคุณเดินมาหน้าห้องครูประจำวิชาบอกว่าให้แนะนำตัวกับเพื่อนๆในห้อง
พอเริ่มแนะนำตัว สวัสดีค่ะชื่อเด็กหญิง........ ........... ชื่อเล่น.......มาจากโรงเรียน.......... จังหวัดนครปฐมค่ะ ชัดเจน ชัดเจน ชัดเจน
ผมพูดกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา พระเจ้าแกล้งหรือเราฝัน มันบังเอิญหรือโลกมันแคบ ใครจะตอบคำถามนี้ได้?
การเรียนวันนั้นไม่รู้ว่ามีวิชาอะไรบ้างผมนั่งมองคุณทั้งวันสังเกตทุกอย่างที่เป็นคุณ และขอบคุณทุกอย่างบนโลกนี้ที่ให้โอกาสผมได้คุยกับคุณ
“เราอยู่นครปฐมเหมือนกันน่ะ” นั้นคือประโยคแรกของผม
ถึงเวลากลับมาที่หอพักผมบอกกับเพื่อนๆว่าคนนี้ผมชอบ และเพื่อนเตียงที่ติดกันก็พูดขึ้นมาว่า “ญาติกูเอง”
“ผู้หญิงในโลกมีเป็นล้าน แต่บุคลิกอย่างนี้ท่าเดินอย่างนี้มีคุณคนเดียว และผมจำได้”