ภรรยาที่เคยถูกสามีนอกใจ แต่ปัจจุบันยังต้องอยู่ด้วยกันเพราะเหตุผลบางอย่าง จะตัดสินใจหย่าดีไหม รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ

ขออนุญาตใช้พื้นที่ในการเล่าเรื่องทั้งหมด เพื่อขอคำแนะนำจากทุกคนค่ะ
   เริ่มเลยนะคะ...เมื่อต้นปี2556 เราได้รู้จักผู้ชายคนนึงจากการแนะนำของผู้ใหญ่ทั้ง2ฝ่าย เขาแก่กว่าเรา11ปี มีงานทำ(ธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ) ส่วนเราทำงาน บริษัทเอกชน จากนั้นเราก็ได้ติดต่อกัน เจอกัน ศึกษากันมาได้1ปี จึงตกลงเป็นแฟนกัน ช่วงศึกษากันและช่วงเป็นแฟนกันมันช่างดีต่อใจเหลือเกิน เขาตามใจเราเสมอ จะว่าชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ก็ว่าได้ ในตอนนั้นก็ตื่นเต้น มีความสุขดีนะ มองเห็นแต่ข้อดี เขามองว่าเราเป็นผู้หญิงเก่งเรียบร้อย ส่วนเราก็มองว่าเขานิสัยดี มีงานทำมั่นคง
    และความสุขมันก็เกิดขึ้นไม่นาน กลางปี2557 เขาแอบคุยกับผู้หญิงคนอื่นทางFB คุยจีบกันหยอดไปหยอดมา (เรารู้เรื่องนี้ เพราะเราเช็คโทรศัพท์เค้า แต่ไม่เชิงนะ เพราะปกติเราก็จับโทรศัพท์เค้ามาถ่ายรูปเล่นอยู่แล้ว) ตอนนั้นเราโกรธ แต่เราจำได้ว่าเราเงียบไม่พูดอะไรสักคำและน้ำตามันไหลเอง ในมือก็ถือโทรศัพท์ ซึ่งตอนนั้นเขานั่งดูTVอยู่ข้างๆ เห็นเราร้องไห้ เขาก็ถามว่าเป็นอะไร เรายิ้มทั้งน้ำตาและส่งโทรศัพท์ของเขาให้เขา หลังจากนั้นเขาขอโทษเรา กอดเรา และลบทุกอย่าง บอกเราว่าจะไม่ทำอีก ภายในคืนนั้นเราก็ให้อภัยเขา
   หลังจากนั้น4เดือน เราตรวจพบว่าเราท้อง ตอนที่ตรวจเราอยู่ด้วยกัน เรานั่งร้องไห้เลยเพราะเรายังไม่ได้แต่งงาน เรื่องนี้ที่บ้านค่อนข้างแอนตี้ (แต่เราเรียนจบป.ตรีแล้ว มีงานทำแล้วแต่ยังไม่มีเงินเก็บ) เราบอกเค้าว่าเราท้อง เค้าบอกไม่ต้องกลัวเค้าจะอยู่ข้างๆเรา ตอนนั้นเราร้องไห้ เค้าก็เครียด นั่งคิดหาทางออกว่าจะเอายังไงกันดี เค้าบอกเราว่าเราต้องแต่งงานกัน  เราก็พูดว่ามี2ทาง 1.คือแต่งงาน 2.คือทำแท้ง (มันเป็นความคิดที่ชั่วช้ามาก แต่ตอนนั้นความคิดนี้มันแว้บเข้ามา) เค้าบอกแล้วหนูจะเอายังไง เราร้องไห้ เราบอกเราไม่รู้มันมืดไปหมด จะแต่งงานแล้วไหนเงินล่ะ(เค้าก็ไม่มี ที่ผ่านมาเค้าตัวคนเดียว ทำมาก็ใช้ไป ไม่มีเก็บ และส่วนนึงเค้าต้องส่งค่าผ่อนรถยนต์) แล้วถ้าจะทำแท้ง เราบอกว่านี่ลูกของเรา เลือดเนื้อเชื้อไขของเรา เค้าไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย มีแต่เรา2คนที่ทำให้เค้าเกิดมา สรุปแล้วเราเลือกจะแต่งงานกัน ติดปัญหาเรื่องเงิน เค้าให้เราไปไกด์ถามค่าสินสอดที่บ้านก่อน ที่บ้านเราเรียกพอสมควร เราเอามาบอกเค้า เค้าบอกพี่จะเอารถไปเข้าเอาเงินมาแต่ง หลังจากนั้น2อาทิตย์เค้าให้ผู้ใหญ่บ้านเค้าเข้าไปคุยเรื่องแต่งงานกับที่บ้านนเรา และเรารอเค้าเรื่องเงินแต่งได้1เดือน เค้าได้แต่พูดว่าจะทำ แต่สุดท้ายไม่ได้ทำอะไรเลย เรารู้สึกแย่มากตอนนั้น ท้องก็เริ่มยื่น เราเลยถามเค้าตรงๆว่าติดอะไร เค้าไม่ตอบแต่บอกให้เราไปกู้ธนาคาร ความคิดเราตอนนั้นคือแบบ นี่หรอคนที่เราคิดว่าจะใช้ชีวิตคู่ด้วย เราผิดหวังนะ  แต่เราไม่อยากให้ที่บ้านเราอับอายที่เราท้องก่อนแต่ง เราจึงไปกู้เงินธนาคารมาเพื่อที่จะแต่งให้จบๆไป หลังจากแต่งงาน1เดือน ท้องก็ยื่น ถึงได้บอกที่บ้านว่าท้อง แต่ที่บ้านก็ไม่ได้ว่าอะไร และจากนั้นก็ทำงานรอวันลูกคลอด (ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ตั้งแต่เราเรียนจบมาเราทำงานอยู่กทม. ส่วนเค้าเปิดร้านอยู่ตจว. เราเองต้องเป็นคนนั่งรถไปหาเค้าเกือบทุกวันหยุด เค้าไม่เคยมาหาเราที่กทม.ตั้งแต่หลังแต่งงาน เพราะเค้าบอกว่าต้องเปิดร้าน ถ้าปิดร้านจะไม่ได้ตังค์ **แต่ตอนจีบใหม่ๆกับตอนเป็นแฟนเค้ามาบ่อยนะ** ช่วงตอนฝากท้องเรานั่งแท๊กซี่ไปคนเดียว หมอนัดก็นั่งแท๊กซี่ไปคนเดียว ท้องโตเราก็นั่งแท๊กซี่ไปทำงานเอง  เค้าไม่เคยมาดูแล พอท้องแก่ ก็มีแต่แม่เราที่มาอยู่เป็นเพื่อนเรา เค้าได้แต่โทรคุย เค้ามาคือวันที่เราคลอด พอคลอดลูกเรากลับไปอยู่บ้านเราได้2เดือน เราก็ต้องฝากให้แม่เราเลี้ยง เพื่อเราต้องกลับมาทำงาน(บ้านแม่เรากับบ้านสามีเรา อยู่คนละจังหวัดนะ) 2-3อาทิตย์เขาก็จะขับรถมาหาลูก **เพิ่มเติมข้อมูลค่ะ เมื่อวานลืมพิมพ์ส่วนนี้ค่ะ**{เมื่อสิ้นปี2558 กับสิ้นปี2559 เราได้โบนัสก็พอสมควร เค้าบอกขอยืม5หมื่น(ยืมตอนสิ้นปี58กับ59คือ2ครั้ง รวมเป็น1แสน) เพื่อเอาไปซื้อของมาลงหน้าร้าน แล้วบอกเราว่าถ้าได้กำไรจะให้หมดเลย ส่วนที่ยืมจะทยอยให้ หลังจากนั้นก็มีให้คืนบ้างเดือนละ3-4พัน ตอนนั้นก็ดีใจนะ คิดว่าเค้าพูดจริงทำจริง ตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าแต่งงานกันแล้ว ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ช่วยกันไปเดี๋ยวชีวิตมันก็ดีขึ้น ตอนนั้นคิดแค่นั้นจริงๆ แต่เค้าก็ให้ได้อยู่ประมาณ4เดือนได้ แล้วไม่เคยได้อีกเลย เราก็เริ่มมาคิดแล้วว่า ตอนเราให้เราให้หลักหมื่น ตอนได้คืนได้หลักพัน คืออะไร แต่มันก็ผ่านมาเกือบ2ปีแล้ว เพราะพอถาม เค้าก็ตอบว่า เค้าไม่มี เราก็ไม่รู้จะทำยังไง พูดเยอะก็ทะเลาะกัน เราก็เงียบแล้วก็เอามาคิดเสียใจอยู่คนเดียว}
   และหลังจากเรากลับมาทำงานได้2เดือน(หลังจากลาคลอดลูก) เหตุการณ์ไม่คาดคิดครั้งใหญ่เกิดขึ้น ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยค่ะ เค้าคุยกับผู้หญิงคนอื่น ตั้งแต่เรากลับมาทำงาน เค้าจีบกันมาเกือบ2เดือน คุยกันว่าเราจะเป็นเพื่อนกันก่อนแล้วอนาคตจะพัฒนาไปเป็นแฟน เค้าไปเจอกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ส่งรูปคู่ให้กันดู บอกคิดถึง (คือเราช็อกมากเพราะเราเป็นภรรยาที่แต่งงานจดทะเบียนสมรส เค้าเอาเราไปไว้ส่วนไหนหรอ แล้วลูกก็เพิ่งคลอดออกมาได้4เดือน ) ที่เราจับได้ก็เพราะเราเช็คFBเค้าอีกนั่นละ เรามีพาสเวิร์ดของเค้า เพราะเรารู้สึกแปลกๆ เค้าจะบอกรัก บอกคิดถึงเราบ่อยมาก แลจะห่วงใย พูดเพราะเหลือเกิน พอเราอ่านข้อความและเห็นรูปในแชทFB เราน้ำตาไหลเวลางานเลย จุกอก พูดไม่ออก ปวดหัวใจเหลือเกิน เหมือนโดนมีดกรีดแล้วปักคาไว้ แต่เรายังทำใจเย็นไม่โทรไปถาม และเย็นวันนั้นเอง เราออนFBเค้า ผู้หญิงคนนั้นทักแชทมาชวนไปกินข้าว เรานี่น้ำตาไหล ได้แต่อ่าน หลังจากนั้นมีข้อความพิมพ์กลับไปว่าจ้ะ แล้วเจอกัน ผู้หญิงคนนั้นพิมพ์กลับมาว่าไปหาที่บ้านนะ เรานี่ช็อคมาก เลิกงานเรากลับห้อง มีสายเข้า เค้าโทรมาบอกว่าจะออกไปทำงานกลับดึกนะ เรานี่ของขึ้นเลย ด่าไปว่า...หรอไอ้เ_ี้ย  ไอ้เลว โกหกGUแล้ว มึ_มีความสุขมากไหม ที่กำลังจะไปหาอีนั่น ไอ้เ_ี้ย ไอ้สั_ ไอ้สารเลว GUคิดผิดจิงๆที่แต่งงานกับมึ_ คือตอนนั้นด่าเขาหยาบคายไม่ฟังอะไรเลย ด่าจนเขาร้องไห้ ขอโทษเรายกใหญ่ เราถามเขาว่าตั้งแต่แต่งงานมาเราบกพร่องตรงไหนหรอ วันที่เรานั่งรถกลับไปทำงาน เราไม่ได้ทะเลาะกันด้วยซ้ำ เรายังกอดกันอยู่เลย ทำแบบนี้มันเหมือนกอดเราแล้วก็เอามีดมาปักหลังเราเลยนะ เราก็หนักอยู่นะทำงานได้เงินเดือนมาก็ต้องส่งแม่ ส่งลุก ส่งธนาคาร และรับผิดชอบอีกหลายอย่าง เรื่องนอกใจก็ไม่เคย งี่เง้าใช้อารมณ์นี่น้อยมาก เราบอกเราจะหย่า จนพี่น้องเขารู้เรื่องก็บอกให้นึกถึงลูก ให้อภัยเขานะ เดี๋ยวจากนี้จะช่วยดูถ้าเขาทำอีกจะจัดการให้  **แต่เราขอออกตัวก่อนเลยนะ ว่าตั้งแต่เป็นแฟนจนแต่งงานกัน เราไม่เคยทะเลาะกันรุนแรง ไม่เคยด่า ไม่เคยหยาบคาย ไม่เคยใช้กำลัง เรามั่นใจว่าเราทำหน้าที่ภรรยาและแม่ของลูกได้ดีระดับนึง เงินเขาเราก็ไม่เคยขอ เราใช้เงินเราในส่วนเลี้ยงดูแลลูกทั้งหมด และที่สำคัญในส่วนที่กู้ธนาคารมาแต่งงาน เราเป็นคนผ่อนคืนทั้งหมดทุกเดือน เขาไม่เคยให้ถ้าเราไม่ปริปากบอกว่าเดือนนี้เงินไม่พอนะ เพราะพอพูดก็จะทะเลาะกัน บอกว่าเขาต้องผ่อนรถ ส่งค่าเช่าร้าน (คิดรวมๆรายจ่ายที่ต้องรับผิดชอบเราจะมากกว่าด้วยซ้ำ)  เราก็ได้แต่เงียบ ไม่คุยด้วย เขาก็รู้ว่าเราไม่พอใจ แล้วก็จะโอนมาให้ เป็นอย่างนี้มาตลอด
   คือตั้งแต่เหตุการณ์ที่เขานอกใจเกิดขึ้น เราไม่เคยลืมมันเลยถึงมันจะผ่านมาแล้ว2ปี ผุดมาให้คิดตลอด เราหมดศรัทธา ไม่เชื่อใจ ระแวงมาตลอด เช็คโทรศัพท์เค้าบ่อยๆ โทรถามอยู่ไหน ทำอะไร กับใครบ่อยๆ จนเราทะเลาะกันบ่อยมาก เพราะเค้าชอบโกหก เช่น เราถามว่าอยู่ไหนทำอะไรกับใคร เค้าบอกทำงาน แต่ที่จริงนั่งกินเหล้าอยู่กับเพื่อน (ที่เรารู้เพราะว่าเราเช็คข้อความในเฟซ เห็นเค้าคุยกับเพื่อน นัดเพื่อนไปกินเหล้า ถ่ายรูปตัวเองกำลังกินเหล้าส่งไปชวนเพื่อนคนอื่นๆอีก) มันทำให้เรายิ่งรู้สึกไม่ok ว่านี่คืออะไร พอถามก็บอกว่าโกหกให้เราสบายใจ เป็นบ่อยจนเราเหนื่อยใจ  และทุกวันนี้ร้านที่เคยเช่าอยู่ เจ้าของเค้าเอาคืน เค้าเลยต้องมาหางานทำ ซึ่งอยู่ด้วยกันมา6เดือนแล้วค่ะ เค้าชอบกินเหล้ากลับดึก4-5ทุ่ม เค้าให้เหตุผลว่าเครียดเรื่องงาน แต่เราคิดว่ามันคือข้ออ้าง (เพราะผู้ชายที่officeเราเค้าเลิกงานเค้าก็กลับบ้านกัน ไม่เห็นมีใครไปกินเหล้านะ แต่นานๆทีก็พอจะมีให้บ้าง) เรากับเค้าเลิกงาน17.00เท่ากัน เรารอกินข้าวเย็นทุกวัน บางวันนั่งกินทั้งน้ำตาเลยนะเพราะน้อยใจว่าทำไมไม่กลับมากินข้าวด้วยกัน บางครั้งเราเงียบแล้วเค้าไม่ถาม ไม่พูดไม่คุย จนเป็นสงครามเย็น บางครั้งเราไม่พอใจใส่อารมณ์จนทะเลาะกัน เราเริ่มพูดหยาบคายใส่เค้าไปประมาณ4ครั้งได้ในช่วง6เดือนที่เค้ามาอยู่ด้วย (เช่นไล่เค้า ว่า... มึ_กลับบ้านมึ_ไปเหอะ อยู่ด้วยกัน แต่รู้สึกว่ามีก็เหมือนไม่มี Guนั่งร้องไห้หลังห้อง มึ_นอนหลับกรนคอกๆๆ ไม่เคยสนใจ Guปรับตัว ยอมให้จนGuไม่เป็นตัวเองแล้ว อนนั้นที่ด่าไปเพราะคิดว่าเราไม่เอาเค้าแล้ว ไม่มีอะไรต้องรักษาน้ำใจกันอีกแล้ว ให้มันจบกันไปเลย! แต่เค้าก็ไม่สนใจ ยังมาว่าเราอีกว่า ทำงานมาก็เหนื่อยแล้วยังจะเป็นแบบนี้อีก คือเราน้อยใจนะที่มาตัดสินว่าเรา แทนที่จะถามว่าเรามีอะไรไม่สบายใจตรงไหน และครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนที่แล้วเราก็ไล่เค้า ด่าเค้าหยาบคาย เค้าสวนกลับเราตกใจมาก เค้าพูดว่า เออ Guจะกลับบ้าน Guไม่อยากอยู่ ไม่มีผู้ชายที่ไหนยอมให้ผู้หญิงมาด่าหยาบคายแบบนี้หรอกนะ(ตอนนั้นเราจุกนะ เพราะเค้าไม่เคยสวนกลับ) เราน้ำตาไหล และก็พูดว่า ที่ผ่านมาGuก็ไม่เคยด่าใช่ไหม แต่ตั้งแต่วันที่มึ_หักหลังGu Guก็เป็นแบบนี้ ไม่ใช่เพราะมึ_ทำGuก่อนหรอ! เค้าสวนกลับทันทีว่า ไปถามใครดูก็ได้นะ ไม่มีผุ้ชายคนไหนยอมให้ผู้หญิงมาด่า ไอ้สั_ แบบนี้หรอก งั้นก็ให้หายกันกับที่เค้าเคยนอกใจ (เรางงมาก! เค้านอกใจเราก่อนนะ เราถึงด่าเค้า มันเท่ากันจริงๆหรอ?) ..ที่ผ่านมาเราไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย ชีวิตก่อนมีเค้าเราได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆบ้าง แต่ตั้งแต่มีเค้าเรานี่ไม่เคยได้ไปไหน พอจะไปเค้าก็บอกเปลืองเงิน เราเก็บกดมาก อยู่ด้วยกันทุกวันนี้ อึดอัดมากค่ะ ร้องไห้คนเดียวตอนอาบน้ำทุกวัน คิดอยากจะหย่า แต่พอหันไปมองรูปลูก เสียงลูกเรียก"พ่อ" มันดังก้องขึ้นมาตลอด และลูกติดเค้ามากชอบเล่นด้วยกัน(ตอนนี้ลูกอายุจะ3ขวบแล้วค่ะ) แต่เวลาที่เราเห็นเค้าอุ้มลุก เล่นกับลูกเราก็แอบยิ้มตามอยู่นะ และที่เรายังตัดสินใจหย่าไม่ได้คือตั้งแต่เค้ามาอยู่กับเราเขาให้เราเก็บบัตรเงินเดือนเขา ให้เราจัดการเรื่องเงิน เขาขอใช้แค่อาทิตย์ละ1000บาท(รวมค่าน้ำมันรถ) ตั้งแต่เขาให้เราดูแลเงิน เรื่องการเงินในครอบครัวดีขึ้นมาก หักค่าใช้จ่ายแล้วมีเหลือเก็บพอให้ยิ้มได้ แต่ทำไมความรู้สึกเรามันเหมือนเราได้เงินเขา แต่เราไม่ได้ใจเขา สิ่งที่เขาแสดงมันดูแข็งกับเรา นอนด้วยกันแต่หันหลังให้ เราก็ทำงาน เลิกงานก็ต้องกลับไปซักผ้า ล้างจาน เตรียมข้าวให้เค้า งานบ้านเค้าไม่แตะเลยนะ เราทำได้นะแต่เราแค่อยากได้กอดอุ่นๆเป็นรางวัล บอกรักเราบ้าง ชมเราบ้าง เหมือนตอนเป็นแฟนกัน มันไม่ได้มากไปเลย จริงไหมคะ
   สรุปแล้วที่ยังไม่ตัดสินใจอย่า เพราะ 1.ต้องการรักษาคำว่า ครอบครัว(เราไม่อยากล้มเหลวค่ะเราไม่รู้ว่าจะเริ่มชีวิตใหม่ยังไง แล้วถ้ามีคนเข้ามา เค้าคงรับไม่ได้ ที่เราเคยแต่งงาน มีลูกแล้ว)  2.ต้องการรักษาคำว่าพ่อของลูกเอาไว้(ถ้าหย่ากันคำว่าพ่อของลูกยังอยู่ก็จริงนะคะ แต่กลัวความรู้สึกจะห่างเหินกันไป...เราจะพูดยังไงให้เข้าใจดี คือเราอยากรักษา พ่อของลูก เอาไว้อย่างสมบูรณ์ในด้านความรัก ความรู้สึก ความสนิทใจ) 3.เรื่องเงินที่เค้ายืมไปและส่วนที่เค้าควรจะรับผิดชอบค่ะ(เพราะเมื่อก่อนตอนเราจ่ายคนเดียว เราแทบจะเดือนชนเดือน ...แต่ทุกวันนี้เค้าให้เราเก็บเงินเค้า หลังจากเราหักรายจ่ายแล้ว มันก็พอเหลือเก็บ) และ4. คงทำใจไม่ได้ค่ะถ้าหย่าให้เค้า แล้วเค้าไปมีแฟนใหม่ มีชีวิตใหม่อย่างสบายใจ ตัวเราต้องมาทำงานรับผิดชอบเงินที่กู้มาแต่งงาน(เราว่ามันไม่แฟร์)นะ

เรื่องยาวหน่อยนะคะ แต่ขอขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบค่ะ ถ้ามีข้อผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยด้วยค่ะ
รับฟังทุกคำแนะนำ/ติ/ชม ค่ะ จะนำมาปรับคิด ปรับใช้ เพื่อเป็นทางออกค่ะ ขอบคุณค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่