เมื่อแฟนผมติดเชื้อ HIV ชาย-ชาย “รักแท้ที่ออกแบบไม่ได้”

ในโลกยุค 4 G อะไรๆ ก็รวดเร็วไปหมด ความรักของผมก็เช่นกัน ความรักของผมเริ่มต้นจาก Facebook อาจเป็นเหมือนเพื่อนหลายๆคน ที่นัดเจอ ทานข้าว และสานสัมพันธ์กัน  เราสองคนคุยกันใน Facebook ประมาณ 3 เดือน ก่อนเราจะนัดเจอและทานข้าวกัน ผมกับเขาเป็นตัวท๊อปใน Facebook ครับ มีคนมาคุย มากด like ให้เยอะเลยเวลา post แต่ละที  ผมกับเขาอายุไล่เลี่ยกันครับ  เขาเป็นคนที่หล่อ สูง น่ารัก สเป็กผมเลย เราตกลงที่จะเป็นแฟนกันครับ ทุกๆวัน หลังเลิกงานเราจะไปทานข้าวด้วยกัน  และไปส่งเขาที่ห้องด้วย  อาจมีบ้างบางครั้งผมไปนอนค้างที่ห้องของเขาหลายวัน เขาเป็นคนที่ดีคนหนึ่ง เขาชอบทำอาหารให้ทาน ซักผ้ารีดผ้าให้ใส่  เขาใส่ใจทุกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผม จากความชอบก็กลายเป็นความรักความผูกพัน ยิ่งนานวันเข้าผมก็รู้สึกรักเขามากขึ้นทุกวัน และเรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นครับ มีอยู่วันหนึ่งในขณะที่เขากำลังอาบน้ำตอนเช้า  และผมกำลังแต่งตัวอยู่  ด้วยความซนของผม ผมเหลือบไปเห็นกล่องใส่ยา ที่อยู่ในกระเป๋าของเขา ซึ่งข้างในเป็นยาต้านไวรัส ผมถ่ายรูปเก็บไว้ หลังจากนั้นผมทำอะไรไม่ถูกครับ ผมได้แต่ทำตัวนิ่งๆ และบอกกับตัวเองมีสติ  หลังจากที่เขาอาบน้ำเสร็จ  ผมพยายามนิ่งๆ และเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  หลังจากนั้นเราก็ไปส่งเขาทำงานด้วยกันครับ ในวันนั้นผมคิดตลอดทั้งวันว่ากลับไปที่ห้องคืนนี้ต้องมีเรื่องที่ต้องคุยกันยาวเลย  ผมดูในยาในรูปและดูรายการยาใน google  ปรากฏว่าเป็นยาต้าไวรัสจริงๆ  หัวใจผมเต้นแรงมากดัง ตึบๆ ๆ และหลังเลิกงานผมก็ไปรับเขากลับห้องพร้อมกันกับผม  ใบหน้าอันนิ่งเงียบ แต่ในใจของผมที่เต้นรัวๆแรงๆ ผมไม่กล้าที่จะบอกเขาว่าผมรู้แล้วนะ  แต่ผมก็เหมือนรู้สึกว่าเขาก็เหมือนว่าผมรู้แล้วเหมือนกัน  ผมพยายามบ่ายเบี่ยงให้ทานข้าวและอาบน้ำเสร็จก่อน   เมื่อเราอาบน้ำเสร็จซักพักนึง   ผมก็ถามกับเขาว่า “ตัวเองครับ ตัวเองมีอะไรปิดบังเค้ามั๊ย”   เขาตอบว่า “ไม่มีนิครับ” ในใจของผมคิดว่าจะไม่มีได้ไง ก็กูเห็นยาละ .... ผมเลยเอารูปที่ถ่ายไว้ให้เขาดู แล้วบอกกับเขาว่า “ตัวเองเค้าเห็นยานี้ในกระเป๋าตัวเอง  นี่ยาอะไรหรอ?” เขาก็ทำหน้าซึมๆ แววตาของเขาดูเศร้า หลังจากนั้นน้ำตาของเขาก็ไหลออกมาและเขาก็พูดกับผมว่า  “เค้าขอโทษ ขอโทษที่ปิดบัง เรื่องน่าอับอายแบบนี้ถ้าใครๆ รู้ เราคงเป็นที่น่ารังเกียจของสังคม และรู้แล้วว่าเราติดเชื้อ ยังจะรักเราอยู่ไหม รังเกียจเราไหม?”  ผมก็ได้แต่ร้องไห้ และคอยปลอบเขา ว่าเค้าไม่ได้รังเกียจตัวเองเลย  และผมก็เอามือปาดน้ำตาที่อาบเต็มแก้มของเขา และจูบที่หน้าผากของเบาๆ และบอกกับเขาว่า นี่ไงเราไม่ได้รังเกียจเลย  พร้อมกับกอดเขาไว้ทั้งคืน   ผมไม่มีท่าทีที่จะรังเกียจเขาเลย เพราะผมรักเขาไปแล้ว   เราคบกันเกือบ 7 เดือนแล้วครับ ความรักของผมเป็นความรักที่แท้จริง ไม่มีเซ็กส์เลย อาจมีกอดจูบและสำเร็จความไคร่ เป็นความรัก ความเอาใจใส่กัน คอยดูแลกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ไปทานข้าวด้วยกัน และคอยเป็นเพื่อนกันตลอดไปครับ  และคงไม่มีใครที่จะมาบอกเราว่าเขาติดเชื้อ เอช ไอ วี  เองหรอกครับดังนั้น เราควรมีสติ ถ้ามีเซกส์ก็ควรป้องกันตัวเองทุกครั้ง   หลายคนอาจมีความเห็นว่า  ในเมื่อเรารู้แล้วว่าเขาติดเชื้อ เอช ไอ วี  แล้วทำไมไม่เลิกหรือตีตัวออกห่าง ในความคิดของผม  ยิ่งในเมื่อเขาเป็นแบบนี้ผมยิ่งต้องดูแลเขาให้ดีกว่าเดิมครับ  และในเมื่อรักแล้วยังไงมันก็คือความรัก  “รักแท้ที่ออกแบบไม่ได้”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่