ก็ตามหัวข้อเลยค่ะ คือเรามีไอเดียอยู่และอยากจะเขียนเป็นบทละครหรือภาพยนตร์ก็ได้ค่ะแต่เราไม่รู้จะเอาไปเสนอที่ไหน แล้วถ้าเสนอไปไอเดียเราจะสูญรึเปล่า แล้วจะได้รับ feedback มั้ย อีกอย่างคือเราไม่มีผลงานด้านนี้เลยมีโอกาสจะได้รับการพิจารณาบ้างรึเปล่าและถ้าเค้าตกลงรับบทเราเราจะได้เขียนจริงๆใช่มั้ยเพราะว่ายังเป็นมือใหม่อยู่
พล็อตเรื่องและตัวละครเป็นแบบนี้ค่ะ เรื่องโดยรวมจะเกี่ยวกับแนวคิดที่ว่า ตัวเอกทุแตัวอยากมีชีวิตเป็นเทพนิยายในแบบของตัวเองแต่สุดท้ายก็ไม่เป็นแบบนั้น ทำให้ต้องลุกขึ้นมาขีดเขียนโชคชะตาด้วยตัวเอง
นางเอกชื่อมิลินเป็นคนธรรมดา ฐานะปานกลางค่อนไปทางว่าลำบากหน่อย เรียนไม่เก่ง ตกๆหล่นๆบ้างแต่หน้าตาสวยมากๆและเป็นคนตัวเล็ก มีพี่ชายหนึ่งคนชื่ออคินกับแม่ซึ่งเป็นซิงเกิลมัมทำให้เธอต้องช่วยที่บ้านทำงานอยู่ตลอด หยิบจับอะไรได้ก็ทำหมด มิรินเลยโตมาแบบอดทนแต่ว่าเธอเป็นคนขาดความอบอุ่นลึกๆเพียงแต่เธอซ่อนมันเอาไว้ในใจ การขาดพ่อทำให้เธอมีนิสัยช่างพูดคุยและเข้ากับคนอื่นได้ง่าย ใจดีมาก พยายามทำให้คนรอบตัวมีความสุข มีเพื่อนเยอะ เพื่อจะใช้ลักษณะนี้มาอุดช่องโหว่ให้ตัวเอง มิรินเป็นคนนิสัยอ่อนหวาน อารมณ์อ่อนไหวและช่างฝัน เธอหวังมาตลอดตั้งแต่เด็กจนโตว่าจะได้แต่งงานมีครอบครัวที่ดี มีลูกที่น่ารัก มีสามีที่ดีและมั่นคงมากพอจะปกป้องเธอและลูก
คุณแม่ของมิลินชื่อแก้ว เธอทำร้านขนมเล็กๆของตัวเองเป็นรายได้หลักมาเลี้ยงครอบครัวแต่แก้วมีความเครียดมากส่วนใหญ่เพราะปัญหาค่าใช้จ่ายที่ชักหน้าไม่ค่อยถึงหลัง เธอกินเหล้าและกินมากขึ้นๆทุกวันจนในที่สุดก็ป่วยด้วยโรคมะเร็งตับ
เมื่อแม่ต้องอยู่ที่โรงพยาบาล อคิน พี่ชายของมิลินจึงต้องกลายมาเป็นเสาหลักของบ้าน เขาเพิ่งได้งานตำแหน่งเล็กๆในบริษัทภาพยนตร์แห่งหนึ่งขณะที่มิลินเพิ่งจะเรียนจบด้วยเกรดที่ไม่โดดเด่น หนี้สินที่กู้ยืมมาใช้แต่ละเดือนก็ยังไม่หมดและยังต้องหาเงินมารักษาแม่ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เป็นสถานการณ์ที่ลำบากมาก โชคดีที่มีแมวมองมาชวนมิลินเข้าวงการบันเทิง ได้เล่นละครและกลายเป็นนางเอกหน้าใหม่ที่ทุกคนจับตามอง
รายได้ของมิลินทำให้สถานการณ์ในบ้านดีขึ้นบ้าง แต่ค่าใช้จ่ายก็ยังคงมากอยู่ดี ยิ่งยื้อชีวิตของแม่ไว้ก็ยิ่งต้องใช้เงินมหาศาล ยิ่งนานก็ยิ่งทับถมจนน่ากลัวจะหามาจ่ายไม่ไหว ประกอบกับว่ารายได้ของมิลินน้อยกว่าที่ควรจะเป็นทั้งๆที่กำลังมีชื่อเสียงทำให้อคินและมิลินเริ่มสงสัยว่าเธอจะโดนผู้จัดการส่วนตัวโกงส่วนแบ่ง
ช่วงนั้นเหมือนโชคจะเข้าข้าง มิลินได้เล่นภาพยนตร์ของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งจนไปสะดุดตากับเจ้าของค่าย เจ้าสัวอภิชัย เขาอายุ 60 กว่าปี เขามีลูกสาวหนึ่งคนแต่ภรรยาแต่งเสียไปหลายสิบปีแล้ว เขาเข้ามาช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายและให้คำแนะนำหลายอย่างกับมิลิน เธอจึงเคารพเจ้าสัวมาก แต่อภิชัยเหมือนจะไม่ค่อยชอบหน้าอคินเท่าไร
ในที่สุดอาการของแม่ก็ยื้อไว้ไม่ไหว เธอเสียชีวิตลง เจ้าสัวอภิชัยเสนอตัวขอดูแลมิลินต่อจากนี้ไป เธอรู้ดีว่านี่คือการขอแต่งงาน เป็นสิ่งที่เธอใฝ่ฝันหามาตลอด แต่แน่นอนว่าเธอลังเลอย่างมาก เจ้าสัวอภิชัยอายุแก่ยิ่งกว่าแม่ของเธอแถมยังเคยมีลูกมีภรรยาแล้ว แต่เขาฐานะมั่นคงและดีกับเธอมาก เขาให้เกียรติเธอ ทำทุกอย่างโดยคิดถึงเธอก่อน มีวิสัยทัศน์และผ่านโลกมามาก เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่จะคอยปกป้องให้เธอปลอดภัย อคินไม่ใคร่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง
มิลินตอบตกลง เจ้าสัวอภิชัยแนะนำเธอให้รู้จักกับดาริน ลูกสาวของเขาซึ่งกำลังเรียนอยู่ที่อเมริกาผ่าน skype ดารินไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจอะไรกับว่าที่แม่เลี้ยงของเธอ งานแต่งงานจึงถูกจัดขึ้นในเดือนต่อมาอย่างรวดเร็ว
แม้จะมีข่าวบันเทิงเม้าท์ว่าเธอท้องก่อนแต่งแลบะตั้งใจจับเจ้าสัวเพื่อเอาเงินแต่มิลินก็พยายามไม่สนใจและตั้งใจพยายามเรียนรู้งานบ้านและอะไรต่างๆนานาเพื่อให้เจ้าสัวพอใจเพราะเธอรู้ว่าครอบครัวเจ้าสัวเป็นครอบครัวคนจีน มีขนบหลายอย่างที่เธอต้องเรียนรู้ มิลินพยายามมากเพื่อจะเป็นสะใภ้ที่ดี คนงานในบ้านเคารพเธอ เจ้าสัวให้เกียรติเธอ ชีวิตของมิลินดูมีความสุขดีทุกอย่าง เธอเชื่อว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้วและเธอกำลังจะมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด ถึงลูกจะเป็นลูกเลี้ยงแต่ก็ไม่เป็นไร
ไม่นานดารินก็เรียนจบปริญญาบริหารมาจากเมืองนอก เธอกลับมาบ้านและพบแม่เลี้ยงของตนเองซึ่งเข้ากันได้แม้จะอายุต่างกันเพียงปีเดียว แน่นอนว่าเธอไม่ชอบมิลินแต่ก็ไม่ได้เกลียดอะไร ก็เป็นผู้หญิงนิสัยดีคนนึง ในใจดารินแอบคิดว่ามิลินยังดีกว่าบรรดาเมียน้อยต่างๆของพ่อมากมายนัก ดารินออกเที่ยวกลางคืนทุกวันจนทำให้เจ้าสัวต้องคอยดุด่าทุกวัน แม้ดารินจะแสดงท่าทีไม่ใส่ใจแต่ลึกๆเธอก็รู้สึกเสียใจและน้อยใจเช่นกัน
ดารินเป็นเด็กที่ถูกตามใจแต่เล็กเพราะขาดแม่ แม้ภายนอกจะดูเหมือนมั่นใจในตนเองแต่ลึกๆก็ขาดความอบอุ่นเหมือนมิลิน แต่เธอเลือกที่จะทำตัวเองให้โดดเด่นกว่าคนอื่นเพื่อกลบจุดบกพร่องของตัวเอง ดารินเรียนเก่งมาก ตัวสูงแม้จะไม่สวยแต่เธอก็แต่งหน้าจัดเสมอเพื่อกลบหน้าตาที่ไม่โดดเด่น ดารินไม่ใช่คนอารมณ์รุนแรงแต่มีอีโก้สูง ใครที่กล้าทำอะไรขัดแย้งกับเธอมันจะต้องโดนเหยียบจนจมดิน ไม่เคยกลัวเวลาไปก่อเรื่องที่ไหนเพราะสุดท้ายแล้วเธอก็รู้ว่าพ่อจะต้องช่วยเธอแน่ๆ
ลึกๆในใจดารินก็ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง เธอรู้ว่าพ่ออยากได้ลูกชายและก็พยายามจะมีมาตลอด เธอได้แต่หวังว่าผลงานที่เธอทำให้พ่อเห็นจะทำให้พ่อเห็นความสำคัญของเธอและยอมส่งมอบธุรกิจให้เธอต่อ นั่นเป็นความฝันของดารินตั้งแต่เด็ก และการตะเกียกตะกายไปเรียนต่อที่เมืองนอกของเธอด้วยตัวเองโดยไม่ใช้เงินจากพ่อเลยก็มาจากสาเหตุนี้
วันหนึ่งมิลินกลับไปเยี่ยมอคิน ดารินขอตามไปด้วยเพราะไม่อยากทนฟังพ่อดุ เมื่อเจออคินเธอถึงกับโกรธเลือดขึ้นหน้าเขวี้ยงแก้วน้ำปาใส่อคินจนหัวแตก มิลินจึงรู้ว่าอคินเคยเป็นคนรักเก่าของดารินสมัยดารินยังเรียนมัธยม ดารินรักอคินมาก ยึดทุกอย่างไว้กับอคินแต่สุดท้ายเขาก็ทิ้งดารินไปเพื่อไปคบกับผู้ชายคนหนึ่ง ทำให้มิลินรู้ความจริงอันน่าตกใจอีกอย่างคืออคินเป็นเสือไบ
ดารินจึงมีความรู้สึกไม่ชอบหน้ามิลินเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้มิลินไม่สบายใจมาก ประกอบกับขณะนั้นเธอรู้มาว่าเจ้าสัวมีภรรยาน้อยเธอจึงตามไปสืบถึงโรงแรมและก็พบว่าเจ้าสัวมีผู้หญิงคนอื่นจริง หนำซ้ำเขายังปกป้องผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อน้ำฟ้าจากเธอด้วยเหตุผลที่น้ำฟ้ากำลังท้องลูกของเขา
มิลินตั้งสินใจหย่าขาดจากเจ้าสัวทันที เธอร้องไห้ฟูมฟายเสียใจมากมายแต่ก็ยังทำใจยอมรับให้สามีมีผู้หญิงคนอื่นไม่ได้ ยิ่งถ้าน้ำฟ้าคลอดออกมาเป็นลูกชายเธอก็ยิ่งทนไม่ได้ เจ้าสัวอภิชัยแม้จะไม่อยากแต่ก็ยอมหย่าพร้อมกับสัญญาจะให้ค่าดูแลทุกเดือนและฝากมิลินเข้าทำงานในบริษัทภาพยนตร์ของตนเอง เธอปฏิเสธและรับเพียงใบหย่าจากเจ้าสัวเท่านั้น
การหย่าของมิลินถูกตีขึ้นมาเป็นประเด็นในหน้าข่าวบันเทิง ทุกคนใส่สีตีไข่เขียนข่าวอย่างเละเทะว่าเจ้าสัวจับได้ว่าเธอเพียงหลอกเอาเงินจึงเฉดหัวเธอออกจากบ้าน บางสำนักยังเขียนว่าเธมีชู้ด้วยซ้ำ พอจะกลับไปแสดงละครเธอก็ได้รับสายตารังเกียจและนินทาว่าร้ายจากคนในกอง แม้จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆแต่คนอ่อนไหวอย่างมิลินก็รู้สึกกดดันมากจนต้องกลับมาร้องไห้ทุกวันแต่เธอก็พยายามอดทน
มิลินได้งานจากค่ายของเจ้าสัวอีกครั้ง วันนั้นเป็นวันฝนตก รถของมิลินเสีย ร่มของเธอถูกลืมทิ้งไว้บนอาคาร ไม่มีใครในกองเลยแม้แต่คนเดียวที่จะยื่นมือมาช่วยเหลือเธอมีเพียงเด็กหนุ่มนักเขียนบทคนเดียวที่ยื่นร่มคันเดียวที่เขามีมาให้มิลิน และยอมวิ่งฝ่าสายฝนกลับบ้านไป
เขาชื่อ กันต์
หลังจากนั้นมิลินก็ได้คุยกับกันต์อยู่บ่อยๆ เขาเด็กกว่ามิลินหลายปีและยังเรียนหนังสือไม่จบ เช่าหอพักเล็กๆอยู่ ไม่มีบ้าน ไม่มีธุรกิจ แต่เขากลับเปิดโลกใหม่ๆให้มิลินเห็นว่าชีวิตที่มีความสุขไม่จำเป็นต้องไปผูกติดกับอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าชีวิตจะไม่เป็นดั่งเทพนิยายที่เธอเคยใฝ่ฝันถึงก็ไม่จำเป็นต้องเสียใจ เพราะความหวังและความเชื่อมั่นจะสามารถทำให้เธอเดินต่อไปและเขียนโชคชะตาของตัวเองได้เสมอ
ทางฝั่งดาริน หลังหย่ากับมิลิน พ่อของเธอเอาผู้หญิงที่ชื่อน้ำฟ้ามาไว้ในบ้าน ดารินเกลียดขี้หน้าน้ำฟ้ามากเพราะเธอนิสัยแย่ หยิ่ง ถือตัว ยกตัวเองเทียบเสมอดาริน และเธอยังสงสัยอีกด้วยว่าน้ำฟ้าเคยเป็นผู้หญิงขายตัวมาก่อน รวมทั้งเด็กในท้องก็ไม่น่าจะเป็นลูกของพ่อ
ดารินทะเลาะกับเจ้าสัวยกใหญ่เพราะเรื่องของน้ำฟ้า เธอต้องการให้เจ้าสัวเฉดหัวน้ำฟ้สออกไปจากบ้านแต่พ่อของเธอกลับตอบมาอย่างรุนแรงว่าเขาต้องการเด็กคนนี้เอาไว้สืบทอดธุรกิจมากกว่าผู้หญิงงี่เง่าทำตัวไม่มีสาระ เอาแต่เที่ยวไปวันๆแบบดารินที่ไม่มีดีอะไรเลย ทั้งเขาก็เชื่อน้ำฟ้ามากกว่าดาริน
ดารินคับแค้นใจมากแต่ก็รู้ว่าทำอะไรไม่ได้ เธอยิ่งโกรธมากเข้าไปอีกเมื่อน้ำฟ้าขอให้เจ้าสัวรับพี่ชายของเธอเข้ามาทำงานในบริษัท และพ่อของเธอก็ให้เขาทำงานในตำแหน่งที่สูงพอควรทั้งที่เธอเคยเอ่ยปากขอตำแหน่งนี้แต่พ่อกลับไม่ยอมให้ ดารินจึงรู้ว่าตนต้องตะเกียกตะกายทำอะไรสักอย่างไม่อย่างนั้นพ่อก็จะดูถูกเธอไปตลอดทั้งชีวิต
ดารินจึงเปลี่ยนการแต่งตัว ตัดผมใหม่และไม่แต่งหน้าลงไปทำงานในตำแหน่งที่เล็กที่สุดในบริษัท เธอโดนคนอื่นจิกหัวใช้มากมายทั้งที่อยากกรีดร้องเขวี้ยงปาข้าวของแต่ดารินก็รู้ว่สเธอทำไม่ได้ ได้แต่อดทนและตั้งใจเรียนรู้งานทุกอย่างให้มากที่สุดจนเธอไต่เต้าตำแหน่งในบริษัทขึ้นมาเรื่อยๆด้วยตัวเอง แม้จะไม่เคยบอกแต่เจ้าสัวอภิชัยก็เห็นในสิ่งที่ดารินตั้งใจทำขณะที่ท้องของน้ำฟ้าก็ป่องมากขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุดเจ้าสัวก็ยอมให้ดารินรับหน้าที่ไปเจรจาเรื่องการทำภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของค่ายที่จะมีการลงทุนร่วมกับดูไบทำให้เธอได้พบกับตัวแทนจากฝั่งดูไบ จาเรด ลูกชายของเจ้าของบริษัท
ดารินไม่ชอบจาเรด สายตาของเขาเหมือนจะมองเธอทะลุปรุโปร่งทุกอย่างแต่พอได้คุยกันเรื่อยๆเธอกลับรู้สึกสบายใจที่จะอยู่กับเขาที่สุด จาเรดก็เป็นเหมือนเธอแม้จะมีบุคลิกที่ต่างกันสุดขั้ว มีความหวั่นไหวลึกๆและเลือกที่จะเก็บซ่อนมันไว้
ดารินทุ่มเทให้กับการทำงานมากขึ้นๆ เจ้าสัวเองก็ยอมรับเธอมากขึ้นแม้จะไม่แสดงออก ดารินบังคับจะให้น้ำฟ้าไปตรวจ DNA เด็กในท้องแต่เธอไม่ยอมและพ่อก็เข้าข้างน้ำฟ้า แม้จะมั่นใจว่าเด็กไม่ใช่ลูกของพ่อแต่เธอก็ได้แต่กัดฟันรอโอกาส
เรื่องราวดำเนินไปโดยเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในบริษัท ปัญหาความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของตัวละคร กระทั่งสุดท้าย เมื่อน้ำฟ้าคลอดลูกชายออกมา เด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของเจ้าสัว คนที่น้ำฟ้าอ้างว่าเป็นพี่ชายและฝากเข้าทำงานสร้างความเสียหายให้บริษัทมหาศาล
น้ำฟ้าถูกไล่ออกจากบ้าน เจ้าสัวอภิชัยจึงมีเวลาครุ่นคิดกับตัวเอง เขานอมละทิ้งขนบที่ตัวเขาเองยึดถือลูกชายมากมายและมอบธุรกิจให้ดารินดูแล ดารินเองก็มีความสุขที่ขึ้นมาถึงจุดสูงสุดด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้อิทธิพลของพ่อเลยและความสัมพันธ์กับจาเรดก็กำลังเป็นไปด้วยดี
มิลินเองละทิ้งความยึดติดในความฝันถึงครอบครัวที่สมบูรณ์แบบของตัวเองไป เปิดใจให้กับคนที่ทั้งเด็กกว่าเธอและไม่มั่นคงอย่างกันต์ ดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นแต่ก็ต้องกลับตาลปัตรอีกครั้งเมื่อเจ้าสัวอภิชัยกลับมาขอให้เธอแต่งงานกับเขาอีกครั้ง
ตอนจบเป็นยังไงก็น่าจะเดาได้อยู่แล้วมั้งคะ เขียนซะขนาดนี้😂
ฝากให้เพื่อนๆช่วยคอมเม้นท์กับแนะนำทีนะคะ อยากเสนอผลงาน อาจจะเป็นเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องนี้ก็ได้ค่ะแต่ว่าอยากเสนอเป็นบทจริงๆ ไม่ได้เป็นแค่ตัวหนังสือบนกระดาษ
มีไอเดียอยากเขียนบทแต่ไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องน่าสนใจพอรึเปล่าและสามารถส่งผลงานไปเสนอได้อย่างไร
พล็อตเรื่องและตัวละครเป็นแบบนี้ค่ะ เรื่องโดยรวมจะเกี่ยวกับแนวคิดที่ว่า ตัวเอกทุแตัวอยากมีชีวิตเป็นเทพนิยายในแบบของตัวเองแต่สุดท้ายก็ไม่เป็นแบบนั้น ทำให้ต้องลุกขึ้นมาขีดเขียนโชคชะตาด้วยตัวเอง
นางเอกชื่อมิลินเป็นคนธรรมดา ฐานะปานกลางค่อนไปทางว่าลำบากหน่อย เรียนไม่เก่ง ตกๆหล่นๆบ้างแต่หน้าตาสวยมากๆและเป็นคนตัวเล็ก มีพี่ชายหนึ่งคนชื่ออคินกับแม่ซึ่งเป็นซิงเกิลมัมทำให้เธอต้องช่วยที่บ้านทำงานอยู่ตลอด หยิบจับอะไรได้ก็ทำหมด มิรินเลยโตมาแบบอดทนแต่ว่าเธอเป็นคนขาดความอบอุ่นลึกๆเพียงแต่เธอซ่อนมันเอาไว้ในใจ การขาดพ่อทำให้เธอมีนิสัยช่างพูดคุยและเข้ากับคนอื่นได้ง่าย ใจดีมาก พยายามทำให้คนรอบตัวมีความสุข มีเพื่อนเยอะ เพื่อจะใช้ลักษณะนี้มาอุดช่องโหว่ให้ตัวเอง มิรินเป็นคนนิสัยอ่อนหวาน อารมณ์อ่อนไหวและช่างฝัน เธอหวังมาตลอดตั้งแต่เด็กจนโตว่าจะได้แต่งงานมีครอบครัวที่ดี มีลูกที่น่ารัก มีสามีที่ดีและมั่นคงมากพอจะปกป้องเธอและลูก
คุณแม่ของมิลินชื่อแก้ว เธอทำร้านขนมเล็กๆของตัวเองเป็นรายได้หลักมาเลี้ยงครอบครัวแต่แก้วมีความเครียดมากส่วนใหญ่เพราะปัญหาค่าใช้จ่ายที่ชักหน้าไม่ค่อยถึงหลัง เธอกินเหล้าและกินมากขึ้นๆทุกวันจนในที่สุดก็ป่วยด้วยโรคมะเร็งตับ
เมื่อแม่ต้องอยู่ที่โรงพยาบาล อคิน พี่ชายของมิลินจึงต้องกลายมาเป็นเสาหลักของบ้าน เขาเพิ่งได้งานตำแหน่งเล็กๆในบริษัทภาพยนตร์แห่งหนึ่งขณะที่มิลินเพิ่งจะเรียนจบด้วยเกรดที่ไม่โดดเด่น หนี้สินที่กู้ยืมมาใช้แต่ละเดือนก็ยังไม่หมดและยังต้องหาเงินมารักษาแม่ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เป็นสถานการณ์ที่ลำบากมาก โชคดีที่มีแมวมองมาชวนมิลินเข้าวงการบันเทิง ได้เล่นละครและกลายเป็นนางเอกหน้าใหม่ที่ทุกคนจับตามอง
รายได้ของมิลินทำให้สถานการณ์ในบ้านดีขึ้นบ้าง แต่ค่าใช้จ่ายก็ยังคงมากอยู่ดี ยิ่งยื้อชีวิตของแม่ไว้ก็ยิ่งต้องใช้เงินมหาศาล ยิ่งนานก็ยิ่งทับถมจนน่ากลัวจะหามาจ่ายไม่ไหว ประกอบกับว่ารายได้ของมิลินน้อยกว่าที่ควรจะเป็นทั้งๆที่กำลังมีชื่อเสียงทำให้อคินและมิลินเริ่มสงสัยว่าเธอจะโดนผู้จัดการส่วนตัวโกงส่วนแบ่ง
ช่วงนั้นเหมือนโชคจะเข้าข้าง มิลินได้เล่นภาพยนตร์ของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งจนไปสะดุดตากับเจ้าของค่าย เจ้าสัวอภิชัย เขาอายุ 60 กว่าปี เขามีลูกสาวหนึ่งคนแต่ภรรยาแต่งเสียไปหลายสิบปีแล้ว เขาเข้ามาช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายและให้คำแนะนำหลายอย่างกับมิลิน เธอจึงเคารพเจ้าสัวมาก แต่อภิชัยเหมือนจะไม่ค่อยชอบหน้าอคินเท่าไร
ในที่สุดอาการของแม่ก็ยื้อไว้ไม่ไหว เธอเสียชีวิตลง เจ้าสัวอภิชัยเสนอตัวขอดูแลมิลินต่อจากนี้ไป เธอรู้ดีว่านี่คือการขอแต่งงาน เป็นสิ่งที่เธอใฝ่ฝันหามาตลอด แต่แน่นอนว่าเธอลังเลอย่างมาก เจ้าสัวอภิชัยอายุแก่ยิ่งกว่าแม่ของเธอแถมยังเคยมีลูกมีภรรยาแล้ว แต่เขาฐานะมั่นคงและดีกับเธอมาก เขาให้เกียรติเธอ ทำทุกอย่างโดยคิดถึงเธอก่อน มีวิสัยทัศน์และผ่านโลกมามาก เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่จะคอยปกป้องให้เธอปลอดภัย อคินไม่ใคร่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง
มิลินตอบตกลง เจ้าสัวอภิชัยแนะนำเธอให้รู้จักกับดาริน ลูกสาวของเขาซึ่งกำลังเรียนอยู่ที่อเมริกาผ่าน skype ดารินไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจอะไรกับว่าที่แม่เลี้ยงของเธอ งานแต่งงานจึงถูกจัดขึ้นในเดือนต่อมาอย่างรวดเร็ว
แม้จะมีข่าวบันเทิงเม้าท์ว่าเธอท้องก่อนแต่งแลบะตั้งใจจับเจ้าสัวเพื่อเอาเงินแต่มิลินก็พยายามไม่สนใจและตั้งใจพยายามเรียนรู้งานบ้านและอะไรต่างๆนานาเพื่อให้เจ้าสัวพอใจเพราะเธอรู้ว่าครอบครัวเจ้าสัวเป็นครอบครัวคนจีน มีขนบหลายอย่างที่เธอต้องเรียนรู้ มิลินพยายามมากเพื่อจะเป็นสะใภ้ที่ดี คนงานในบ้านเคารพเธอ เจ้าสัวให้เกียรติเธอ ชีวิตของมิลินดูมีความสุขดีทุกอย่าง เธอเชื่อว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้วและเธอกำลังจะมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด ถึงลูกจะเป็นลูกเลี้ยงแต่ก็ไม่เป็นไร
ไม่นานดารินก็เรียนจบปริญญาบริหารมาจากเมืองนอก เธอกลับมาบ้านและพบแม่เลี้ยงของตนเองซึ่งเข้ากันได้แม้จะอายุต่างกันเพียงปีเดียว แน่นอนว่าเธอไม่ชอบมิลินแต่ก็ไม่ได้เกลียดอะไร ก็เป็นผู้หญิงนิสัยดีคนนึง ในใจดารินแอบคิดว่ามิลินยังดีกว่าบรรดาเมียน้อยต่างๆของพ่อมากมายนัก ดารินออกเที่ยวกลางคืนทุกวันจนทำให้เจ้าสัวต้องคอยดุด่าทุกวัน แม้ดารินจะแสดงท่าทีไม่ใส่ใจแต่ลึกๆเธอก็รู้สึกเสียใจและน้อยใจเช่นกัน
ดารินเป็นเด็กที่ถูกตามใจแต่เล็กเพราะขาดแม่ แม้ภายนอกจะดูเหมือนมั่นใจในตนเองแต่ลึกๆก็ขาดความอบอุ่นเหมือนมิลิน แต่เธอเลือกที่จะทำตัวเองให้โดดเด่นกว่าคนอื่นเพื่อกลบจุดบกพร่องของตัวเอง ดารินเรียนเก่งมาก ตัวสูงแม้จะไม่สวยแต่เธอก็แต่งหน้าจัดเสมอเพื่อกลบหน้าตาที่ไม่โดดเด่น ดารินไม่ใช่คนอารมณ์รุนแรงแต่มีอีโก้สูง ใครที่กล้าทำอะไรขัดแย้งกับเธอมันจะต้องโดนเหยียบจนจมดิน ไม่เคยกลัวเวลาไปก่อเรื่องที่ไหนเพราะสุดท้ายแล้วเธอก็รู้ว่าพ่อจะต้องช่วยเธอแน่ๆ
ลึกๆในใจดารินก็ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง เธอรู้ว่าพ่ออยากได้ลูกชายและก็พยายามจะมีมาตลอด เธอได้แต่หวังว่าผลงานที่เธอทำให้พ่อเห็นจะทำให้พ่อเห็นความสำคัญของเธอและยอมส่งมอบธุรกิจให้เธอต่อ นั่นเป็นความฝันของดารินตั้งแต่เด็ก และการตะเกียกตะกายไปเรียนต่อที่เมืองนอกของเธอด้วยตัวเองโดยไม่ใช้เงินจากพ่อเลยก็มาจากสาเหตุนี้
วันหนึ่งมิลินกลับไปเยี่ยมอคิน ดารินขอตามไปด้วยเพราะไม่อยากทนฟังพ่อดุ เมื่อเจออคินเธอถึงกับโกรธเลือดขึ้นหน้าเขวี้ยงแก้วน้ำปาใส่อคินจนหัวแตก มิลินจึงรู้ว่าอคินเคยเป็นคนรักเก่าของดารินสมัยดารินยังเรียนมัธยม ดารินรักอคินมาก ยึดทุกอย่างไว้กับอคินแต่สุดท้ายเขาก็ทิ้งดารินไปเพื่อไปคบกับผู้ชายคนหนึ่ง ทำให้มิลินรู้ความจริงอันน่าตกใจอีกอย่างคืออคินเป็นเสือไบ
ดารินจึงมีความรู้สึกไม่ชอบหน้ามิลินเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้มิลินไม่สบายใจมาก ประกอบกับขณะนั้นเธอรู้มาว่าเจ้าสัวมีภรรยาน้อยเธอจึงตามไปสืบถึงโรงแรมและก็พบว่าเจ้าสัวมีผู้หญิงคนอื่นจริง หนำซ้ำเขายังปกป้องผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อน้ำฟ้าจากเธอด้วยเหตุผลที่น้ำฟ้ากำลังท้องลูกของเขา
มิลินตั้งสินใจหย่าขาดจากเจ้าสัวทันที เธอร้องไห้ฟูมฟายเสียใจมากมายแต่ก็ยังทำใจยอมรับให้สามีมีผู้หญิงคนอื่นไม่ได้ ยิ่งถ้าน้ำฟ้าคลอดออกมาเป็นลูกชายเธอก็ยิ่งทนไม่ได้ เจ้าสัวอภิชัยแม้จะไม่อยากแต่ก็ยอมหย่าพร้อมกับสัญญาจะให้ค่าดูแลทุกเดือนและฝากมิลินเข้าทำงานในบริษัทภาพยนตร์ของตนเอง เธอปฏิเสธและรับเพียงใบหย่าจากเจ้าสัวเท่านั้น
การหย่าของมิลินถูกตีขึ้นมาเป็นประเด็นในหน้าข่าวบันเทิง ทุกคนใส่สีตีไข่เขียนข่าวอย่างเละเทะว่าเจ้าสัวจับได้ว่าเธอเพียงหลอกเอาเงินจึงเฉดหัวเธอออกจากบ้าน บางสำนักยังเขียนว่าเธมีชู้ด้วยซ้ำ พอจะกลับไปแสดงละครเธอก็ได้รับสายตารังเกียจและนินทาว่าร้ายจากคนในกอง แม้จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆแต่คนอ่อนไหวอย่างมิลินก็รู้สึกกดดันมากจนต้องกลับมาร้องไห้ทุกวันแต่เธอก็พยายามอดทน
มิลินได้งานจากค่ายของเจ้าสัวอีกครั้ง วันนั้นเป็นวันฝนตก รถของมิลินเสีย ร่มของเธอถูกลืมทิ้งไว้บนอาคาร ไม่มีใครในกองเลยแม้แต่คนเดียวที่จะยื่นมือมาช่วยเหลือเธอมีเพียงเด็กหนุ่มนักเขียนบทคนเดียวที่ยื่นร่มคันเดียวที่เขามีมาให้มิลิน และยอมวิ่งฝ่าสายฝนกลับบ้านไป
เขาชื่อ กันต์
หลังจากนั้นมิลินก็ได้คุยกับกันต์อยู่บ่อยๆ เขาเด็กกว่ามิลินหลายปีและยังเรียนหนังสือไม่จบ เช่าหอพักเล็กๆอยู่ ไม่มีบ้าน ไม่มีธุรกิจ แต่เขากลับเปิดโลกใหม่ๆให้มิลินเห็นว่าชีวิตที่มีความสุขไม่จำเป็นต้องไปผูกติดกับอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าชีวิตจะไม่เป็นดั่งเทพนิยายที่เธอเคยใฝ่ฝันถึงก็ไม่จำเป็นต้องเสียใจ เพราะความหวังและความเชื่อมั่นจะสามารถทำให้เธอเดินต่อไปและเขียนโชคชะตาของตัวเองได้เสมอ
ทางฝั่งดาริน หลังหย่ากับมิลิน พ่อของเธอเอาผู้หญิงที่ชื่อน้ำฟ้ามาไว้ในบ้าน ดารินเกลียดขี้หน้าน้ำฟ้ามากเพราะเธอนิสัยแย่ หยิ่ง ถือตัว ยกตัวเองเทียบเสมอดาริน และเธอยังสงสัยอีกด้วยว่าน้ำฟ้าเคยเป็นผู้หญิงขายตัวมาก่อน รวมทั้งเด็กในท้องก็ไม่น่าจะเป็นลูกของพ่อ
ดารินทะเลาะกับเจ้าสัวยกใหญ่เพราะเรื่องของน้ำฟ้า เธอต้องการให้เจ้าสัวเฉดหัวน้ำฟ้สออกไปจากบ้านแต่พ่อของเธอกลับตอบมาอย่างรุนแรงว่าเขาต้องการเด็กคนนี้เอาไว้สืบทอดธุรกิจมากกว่าผู้หญิงงี่เง่าทำตัวไม่มีสาระ เอาแต่เที่ยวไปวันๆแบบดารินที่ไม่มีดีอะไรเลย ทั้งเขาก็เชื่อน้ำฟ้ามากกว่าดาริน
ดารินคับแค้นใจมากแต่ก็รู้ว่าทำอะไรไม่ได้ เธอยิ่งโกรธมากเข้าไปอีกเมื่อน้ำฟ้าขอให้เจ้าสัวรับพี่ชายของเธอเข้ามาทำงานในบริษัท และพ่อของเธอก็ให้เขาทำงานในตำแหน่งที่สูงพอควรทั้งที่เธอเคยเอ่ยปากขอตำแหน่งนี้แต่พ่อกลับไม่ยอมให้ ดารินจึงรู้ว่าตนต้องตะเกียกตะกายทำอะไรสักอย่างไม่อย่างนั้นพ่อก็จะดูถูกเธอไปตลอดทั้งชีวิต
ดารินจึงเปลี่ยนการแต่งตัว ตัดผมใหม่และไม่แต่งหน้าลงไปทำงานในตำแหน่งที่เล็กที่สุดในบริษัท เธอโดนคนอื่นจิกหัวใช้มากมายทั้งที่อยากกรีดร้องเขวี้ยงปาข้าวของแต่ดารินก็รู้ว่สเธอทำไม่ได้ ได้แต่อดทนและตั้งใจเรียนรู้งานทุกอย่างให้มากที่สุดจนเธอไต่เต้าตำแหน่งในบริษัทขึ้นมาเรื่อยๆด้วยตัวเอง แม้จะไม่เคยบอกแต่เจ้าสัวอภิชัยก็เห็นในสิ่งที่ดารินตั้งใจทำขณะที่ท้องของน้ำฟ้าก็ป่องมากขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุดเจ้าสัวก็ยอมให้ดารินรับหน้าที่ไปเจรจาเรื่องการทำภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของค่ายที่จะมีการลงทุนร่วมกับดูไบทำให้เธอได้พบกับตัวแทนจากฝั่งดูไบ จาเรด ลูกชายของเจ้าของบริษัท
ดารินไม่ชอบจาเรด สายตาของเขาเหมือนจะมองเธอทะลุปรุโปร่งทุกอย่างแต่พอได้คุยกันเรื่อยๆเธอกลับรู้สึกสบายใจที่จะอยู่กับเขาที่สุด จาเรดก็เป็นเหมือนเธอแม้จะมีบุคลิกที่ต่างกันสุดขั้ว มีความหวั่นไหวลึกๆและเลือกที่จะเก็บซ่อนมันไว้
ดารินทุ่มเทให้กับการทำงานมากขึ้นๆ เจ้าสัวเองก็ยอมรับเธอมากขึ้นแม้จะไม่แสดงออก ดารินบังคับจะให้น้ำฟ้าไปตรวจ DNA เด็กในท้องแต่เธอไม่ยอมและพ่อก็เข้าข้างน้ำฟ้า แม้จะมั่นใจว่าเด็กไม่ใช่ลูกของพ่อแต่เธอก็ได้แต่กัดฟันรอโอกาส
เรื่องราวดำเนินไปโดยเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในบริษัท ปัญหาความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของตัวละคร กระทั่งสุดท้าย เมื่อน้ำฟ้าคลอดลูกชายออกมา เด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของเจ้าสัว คนที่น้ำฟ้าอ้างว่าเป็นพี่ชายและฝากเข้าทำงานสร้างความเสียหายให้บริษัทมหาศาล
น้ำฟ้าถูกไล่ออกจากบ้าน เจ้าสัวอภิชัยจึงมีเวลาครุ่นคิดกับตัวเอง เขานอมละทิ้งขนบที่ตัวเขาเองยึดถือลูกชายมากมายและมอบธุรกิจให้ดารินดูแล ดารินเองก็มีความสุขที่ขึ้นมาถึงจุดสูงสุดด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้อิทธิพลของพ่อเลยและความสัมพันธ์กับจาเรดก็กำลังเป็นไปด้วยดี
มิลินเองละทิ้งความยึดติดในความฝันถึงครอบครัวที่สมบูรณ์แบบของตัวเองไป เปิดใจให้กับคนที่ทั้งเด็กกว่าเธอและไม่มั่นคงอย่างกันต์ ดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นแต่ก็ต้องกลับตาลปัตรอีกครั้งเมื่อเจ้าสัวอภิชัยกลับมาขอให้เธอแต่งงานกับเขาอีกครั้ง
ตอนจบเป็นยังไงก็น่าจะเดาได้อยู่แล้วมั้งคะ เขียนซะขนาดนี้😂
ฝากให้เพื่อนๆช่วยคอมเม้นท์กับแนะนำทีนะคะ อยากเสนอผลงาน อาจจะเป็นเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องนี้ก็ได้ค่ะแต่ว่าอยากเสนอเป็นบทจริงๆ ไม่ได้เป็นแค่ตัวหนังสือบนกระดาษ