ไอ้อาการแอบชอบเพื่อน แอบรักเพื่อน แอบรู้สึกดีกับใครสักคนที่รู้จักกันในฐานะเพื่อนเนี่ยคิดว่าหลายๆคนก็คงเคยผ่านประสบการณ์นี้มา ก็มีทั้งแบบคนที่บอกชอบแล้วอีกฝ่ายใจตรงกัน ได้คบเป็นแฟนกัน กับ แบบที่แอบชอบอยู่ข้างเดียว ไม่รู้อีกฝ่ายคิดอะไรหรือเปล่า แต่ก็ไม่กล้าบอก เก็บไว้แบบนั้น ประมาณว่ากลัวเสียเพื่อน อย่างน้อยก็ขอมีเธออยู่ในชีวิตอะไรประมาณนี้
ทั้งที่ความจริงแล้ว หากเราชอบเขาแล้วไม่บอกความรู้สึกออกไป เพราะกลัวนู้นกลัวนี่ เหตุผลประมาณว่าเป็นเพื่อนกันอ่ะมันคบกันได้นาน เป็นแฟนกันเดี๋ยวก็ต้องเลิก แล้วเคยมีใครมานั่งคิดบ้างไหมว่า ต่อให้ไม่บอกชอบวันหนึ่งคนเป็นเพื่อนกันมันก็ต้องห่างกันไปอยู่ดีอ่ะ แล้วสุดท้ายก็หายจากกันไปอยู่แล้ว ต่างคนต่างไปมีชีวิต พูดง่ายๆคือถ้าปลายทางของความสัมพันธ์แบบนี้มันคือ 'การห่างกันไป' ทำไมไม่ลองบอกความรู้สึกออกไป เผื่ออยากน้อยเอาเวลาฟอร์มกันไปมา มาดูแลกันไม่ดีกว่าเหรอ
ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพราะวันนี้ได้ดูคลิปวิดิโอคลิปหนึ่งที่ไปสัมภาษณ์คุณตาชาวญี่ปุ่น ว่ามีอะไรจะพูดถึงตัวเองในวัยหนุ่มบ้าง ตอนแรกคุณตาก็ขำๆ ปรากฏว่าหลังจากนั้นคุณตาก็พูดว่าเสียดายที่ชีวิตนี้ไม่ได้บอกชอบผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเธอป่วยและเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังไม่เยอะ คุณตาฝากไปบอกตัวเองตอนหนุ่มๆว่า ฉันฝากไปบอกเธอหน่อยนะ ว่าฉันรักเธอมาก (ลองเข้าไปหาดูในเพจญี่ปุ่นเบาเบา เราจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ แต่ประมาณนี้) คือดูคลิปนี้แล้วน้ำตาคลอเลย รู้สึกว่าชีวิตมันสั้นจริงๆแหละ การได้เจอคนที่คุ้มค่าที่จะได้บอกรักในวันที่เวลายังเหลือกันอยู่เนี่ย มันดีจริงๆเลย
เราเองก็เคยมีผู้ชายมาบอกชอบ แต่เค้าบอกว่าไม่อยากเสียเราไป อยากมีเราอยู่ในชีวิต กลัวคบเป็นแฟนแล้วเลิกกัน เป็นเพื่อนมีอะไรให้ปรึกษาได้ตลอด บลาๆ เขาชอบประเมินตัวเองว่าตัวเองไม่คู่ควรอย่างนู้นอย่างนี้ ซึ่งสุดท้ายแล้วการเป็นเพื่อนกัน มันก็ไม่ได้จะเป็นเพื่อนกันไปตลอดนี่นา เพราะเขาก็บอกว่าไม่กล้าจีบ สุดท้ายวันหนึ่งเราก็เจอคนที่เขาชัดเจนอยากดูแลเรา เรากับเพื่อนคนนั้นก็ต้องห่างกันไป
เพราะฉะนั้นถ้ารู้สึกดีกับใคร หรือใครมารู้สึกดีกับเรา นอกจากลองให้โอกาสเขาแล้ว เราก็ต้องให้โอกาสตัวเองด้วย
ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่กล้าบอกชอบเพื่อน (อ้างว่ากลัวเสียเพื่อน) ทั้งที่ยังไงสักวันหนึ่งก็ต้องห่างกันไปอยู่ดี ?
ทั้งที่ความจริงแล้ว หากเราชอบเขาแล้วไม่บอกความรู้สึกออกไป เพราะกลัวนู้นกลัวนี่ เหตุผลประมาณว่าเป็นเพื่อนกันอ่ะมันคบกันได้นาน เป็นแฟนกันเดี๋ยวก็ต้องเลิก แล้วเคยมีใครมานั่งคิดบ้างไหมว่า ต่อให้ไม่บอกชอบวันหนึ่งคนเป็นเพื่อนกันมันก็ต้องห่างกันไปอยู่ดีอ่ะ แล้วสุดท้ายก็หายจากกันไปอยู่แล้ว ต่างคนต่างไปมีชีวิต พูดง่ายๆคือถ้าปลายทางของความสัมพันธ์แบบนี้มันคือ 'การห่างกันไป' ทำไมไม่ลองบอกความรู้สึกออกไป เผื่ออยากน้อยเอาเวลาฟอร์มกันไปมา มาดูแลกันไม่ดีกว่าเหรอ
ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพราะวันนี้ได้ดูคลิปวิดิโอคลิปหนึ่งที่ไปสัมภาษณ์คุณตาชาวญี่ปุ่น ว่ามีอะไรจะพูดถึงตัวเองในวัยหนุ่มบ้าง ตอนแรกคุณตาก็ขำๆ ปรากฏว่าหลังจากนั้นคุณตาก็พูดว่าเสียดายที่ชีวิตนี้ไม่ได้บอกชอบผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเธอป่วยและเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังไม่เยอะ คุณตาฝากไปบอกตัวเองตอนหนุ่มๆว่า ฉันฝากไปบอกเธอหน่อยนะ ว่าฉันรักเธอมาก (ลองเข้าไปหาดูในเพจญี่ปุ่นเบาเบา เราจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ แต่ประมาณนี้) คือดูคลิปนี้แล้วน้ำตาคลอเลย รู้สึกว่าชีวิตมันสั้นจริงๆแหละ การได้เจอคนที่คุ้มค่าที่จะได้บอกรักในวันที่เวลายังเหลือกันอยู่เนี่ย มันดีจริงๆเลย
เราเองก็เคยมีผู้ชายมาบอกชอบ แต่เค้าบอกว่าไม่อยากเสียเราไป อยากมีเราอยู่ในชีวิต กลัวคบเป็นแฟนแล้วเลิกกัน เป็นเพื่อนมีอะไรให้ปรึกษาได้ตลอด บลาๆ เขาชอบประเมินตัวเองว่าตัวเองไม่คู่ควรอย่างนู้นอย่างนี้ ซึ่งสุดท้ายแล้วการเป็นเพื่อนกัน มันก็ไม่ได้จะเป็นเพื่อนกันไปตลอดนี่นา เพราะเขาก็บอกว่าไม่กล้าจีบ สุดท้ายวันหนึ่งเราก็เจอคนที่เขาชัดเจนอยากดูแลเรา เรากับเพื่อนคนนั้นก็ต้องห่างกันไป
เพราะฉะนั้นถ้ารู้สึกดีกับใคร หรือใครมารู้สึกดีกับเรา นอกจากลองให้โอกาสเขาแล้ว เราก็ต้องให้โอกาสตัวเองด้วย