ตรง ๆ กับ อ้อมค้อม คุณชอบคนแบบไหน ??

กระทู้สนทนา
สำหรับเนื้อหาในวันนี้นั้น เชื่อได้ว่าเป็นปัญหาถกเถียงกันไม่รู้จบ ระหว่างคำว่า “สตรอ หรือ ตอแห-” กับ “ตรง ๆ ” เอาจริง ๆ ถ้าให้เลือกถามกันว่า ตกลงแล้วนั้นคุณชอบคนแบบไหนระหว่าง “ตรง ๆ ” กับ “ตอแห-” เชื่อได้ล้านเปอร์เซ็นต์ว่า ทุกคนต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ชอบตรง ๆ !! ซึ่งนั่นก็ไม่ได้แปลกอะไร เพราะมันดูจริงใจ คิดยังไงก็พูดไปอย่างนั้น แต่..จริง ๆ แล้ว การพูดตรง ๆ เป็นสิ่งที่ดี แต่..การพูดตรง ๆ ก็เป็นเส้นบาง ๆ กับคำว่า "ก้าวร้าว หรือขวานผ่าซาก พูดเหมือนมะนาวไม่มีน้ำ" อะไรประมาณนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราคุยกับใคร และสามารถพูดตรงได้แค่ไหน ถ้ากับเพื่อนบางครั้งยังตรงมากไม่ได้ เช่น เมื่อเพื่อนทะเลาะกับแฟน อันนี้ขอเตือนคุณเลยอย่าเผลอหลุดพูดไปละ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาเคลียร์กันได้ คุณจะเป็นหม- ทันที หรือแม้กระทั่ง เรื่องของสรีระ อ้วน-ผอม ถ้าถามว่าอ้วนมั้ย เมิงจะไม่รู้ตัวเองเลยรึไง ว่าเมิงมาถึงขั้นไหนแล้ว ถามเพื่อ.. คิดในใจนะแต่ถ้าตอบกลับไปตามที่คิด แน่นอนมันรับไม่ได้แน่ คนที่คุณคุยด้วยหรือรู้จัก คุณต้องรู้จักเขาดีพอที่จะพูดตรง ๆ ให้เขารับรู้ได้จริง ๆ (อันนี้สำคัญมาก) เพราะถ้าพูดตรงไปก็ทำร้ายจิตใจเขาได้เหมือนกัน จนบางครั้งคนที่เขาถามคุณ อาจพูดกลับมาว่าถ้าตรงแบบนี้ ตอแห-กับกรูบ้างก็ได้ อย่างตรงเกิน แล้วเราก็จะถามกลับไปว่า แล้วเมิงถามกรูทำไม !!

     เรามาดูคำว่า “ตอแห-” กันบ้าง เอ๊ะทำไมคนถึงไม่ชอบ อย่าบอกนะ ว่าไม่เคยใช้ !! หลายคนชอบเอามารวมกับคำว่า “ตี 2 หน้า” เป็นคำที่ฟังดูรุนแรง หรือแบบเบา ๆ คือ “อ้อมค้อม” เป็นคนขี้เกรงใจว่างั้น พูดแบบต้องให้คิดเอง ประมาณนั้น คือ..ทำไมไม่พูดบอกมาเลยตรง ๆ ทั้งที่เรื่องแค่นี้เอง สาเหตุนี้แหละที่เขามักจะมองคุณว่าไม่จริงใจ ทั้งที่คุณพยายามรักษาน้ำใจคนฟัง และการพูดคือมีจริตแอบหวานนิด ๆ แต่ที่จริงแล้วมันขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ขึ้นอยู่กับนิสัยถาวรและการเลี้ยงดู การตอแห- ถ้ามองในแง่ดี มันเป็นการรักษาน้ำใจคนฟังไม่ทำให้เขารู้สึกลบไปมากกว่าเดิม เป็นเหมือนคำพูดเลี่ยงบิดพลิ้วเล็ก ๆ เพื่อให้ทุกอย่างสามารถไหลลื่นไปได้ ไม่ใช่พูดกันอยู่ดี ๆ สนุกสนานอีกคนนึงมาก็ตรง ๆ นะแต่ตรงจนวงแตกไปเลยก็มี เอาให้เห็นภาพชัด ๆ ถ้าในที่ทำงานเพื่อนคุณและรวมไปถึงเจ้านายคุณพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "มีอะไรบอกมาเลยตรง ๆ พูดตรง ๆ ได้นะ" คุณต้องพิจารณาละว่า คำว่า "ตรง" ตรงได้แค่ไหน เขาถึงจะรับได้ และถ้าพูดไปแล้วเขาจะรับมันได้มั้ย ?? ไอ้ตรง ๆ ที่ว่า และถ้ามองดูแล้วว่าเอาจริง ๆ ก็รับไม่ได้กับไอ้ตรง ๆ ที่ว่า คุณก็หาคำพูดเลี่ยงแต่ให้เขาคิดอีกที  เช่น ถ้าถามเรื่องงานว่าเอาแบบนี้ดีมั้ย ไอ้ดีมั้ยที่ว่านี่ซีเรียสแค่ไหน ถ้าซีเรียสมากก็บอกไปเลยตรง ๆ แต่ก็ต้องใช้เหตุผลประกอบด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยก็ต้องหาคำพูดเลี่ยงที่ดี ถ้าเจ้านายถามว่าจะตกแต่งร้านสีไหนดี แบบนี้สวยมั้ย เอาจริง ๆ เราก็ไม่ชอบสีนี้ แต่ดูแล้วถูกจริตเจ้านาย ก็อาจจะบอกไปว่า ก็สวยดีคะ แต่มันทึบไปนิดนึง หรือดูสว่างไป อันนี้ก็จะลดแรงปะทะไปได้ เอาหรือไม่เอาก็ขึ้นอยู่กะเขาแล้วละ  เป็นการดึงคำว่า “ตรง” และ “ตอแห-” มาใช้อย่างถูกต้องลงตัว ทุกอย่างไม่มีอะไรดีที่สุด และเลวร้ายที่สุด ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของคนที่คุณคุยด้วย เพราะบางคนอาจโดนคนอื่นหักหลังมาหลายต่อหลายครั้ง เขาเลยเหมารวมว่าการที่คุณพูดวกไปวนมาอ้อมแล้วอ้อมอีกมันคือการตอแห- เพราะดันไปคล้ายกับคนที่เขาทำร้าย แต่..มันไม่ได้เกี่ยวกันเลย หากคุณโดนหักหลังบ่อย ๆ นั่นหมายความว่า “คุณให้ใจผิดคน หูเบา เอาแต่ความรู้สึกของตัวเองมากเกินไป คุณเลยต้องโดนหักหลังซ้ำซาก” เพราะจะพูดตรง ๆ หรือ จะตอแห- ถ้าคนมันจะทำมันทำได้หมดแหละ ไม่จำเป็นว่าต้องตอแห-เสมอไป

"อย่ามาพูดเลย ว่าไม่ชอบคนตอแห-
คนเรามันก็ต้องตอแห-ทั้งนั้นแหละ
ตอแห-ตามสังคมให้ทุกอย่างมันไหลลื่น
ไม่ไปขัดคอใคร
แต่..อย่าตอแห-มากไป จนหาความจริงใจไม่เจอ!!"


ปล. ความ "ตอแห-" ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และคนคุย โปรดใช้วิจารณญาณ ในการตอแห-
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่