สวัสดีคร้า กลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากห่างหายกันไปนาน วันนี้เรามาพร้อมกับทริปที่หลายๆ คนใฝ่ฝันอยากไป
ทริปนี้เป็นการรวมตัวของ แก้งส์ชะนีสาวโฉดที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน จะพาทุกท่านเที่ยวแบบฉบับเที่ยวตามใจฉัน เน้นสบาย เน้นความสนุก ไม่เน้นลำบาก กับทริป >แม่กำปอง >เชียงดาว >ม่อนแจ่ม >อินทนนท์ มีเล่นซิปไลน์ จังเกิ้ลโคสเตอร์ด้วย 🙊🐒🙈🐵
Day 1 แม่กำปอง เชียงดาว
Day 2 วัดถ้าเชียงดาว สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตย์ โป่งแยงซิปไลน์&จังเกิ้ลโคสเตอร์ ม่อนแจ่ม
Day 3 ดอยอินทนนท์ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ วัดพระธาตุศรีจอมทอง
ต้องบอกก่อนเลยว่าทริปนี้เป็นทริปที่พวกเรารอคอยมานานมาก นาน 1 ปีเต็มๆ เลยก็ว่าได้ กับการเดินทางของพวกเรา 5 คน (ไม่ใช่ 4 คนนะ) จะสนุกขนาดไหน ตามมาอ่านกันได้เลย
เริ่มต้นด้วย สายการบินแอร์เอเชีย อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใด แต่ใช้จริง ประสบการ์จริง จ่ายตังจริง พวกเราจองตั๋วกันล่วงหน้า 1 ปี ตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 ตอนช่วงที่มีโปรโมชั่น 0 บาทออกมา โดยขึ้นเครื่องจากสนามบินอู่ตะเภา ไปยังสนามบินเชียงใหม่ ค่าเสียหายไปกลับอยู่ที่ คนละ 804 บาท
ใช้เวลาเดินราวๆ 1 ชั่วโมง 30 นาที ก็ถึงแล้ว
ปล.ผลของการจองตั๋วล่วงหน้านานๆ เท่าให้เรารู้สึกตื่นเต้น เรานั่งนับวันตั้งตารอกันเลยทีเดียว
เด็ดสุดของแอร์เอเชียต้องนี่เลย
ปกติขึ้นเครื่องส่วนมากจะเจอแต่แอร์สาวๆ วันนี้โชคดีมาก ได้เจอสจ้วตหล่อๆ สักที บอกเลยว่างามดีมว้ากกก รู้สึกคุ้มค่าตั๋วเครื่องบินก็ตรงนี้แหละ มีอาหารตาให้เราได้รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ
แอบถ่ายรูปมาได้แค่นี้แหละ เขิลมากพี่เขาอยู่ใกล้ ผู้หญิงอย่างเราต้องสงวนท่าที และมีจริตสักหน่อย ทำได้แค่เพียงส่งสายตาปริบๆ ไปให้ 🙈☺️
พอเหินฟ้ามาถึงสนามบินเชียงใหม่ บริษัทรถเช่าที่พวกเราจองกันไว้ ก็มารอส่งรถให้เราที่สนามบินเลยทันที เราเลือกเช่ารถในการเดินทาง เพราะสะดวก ประหยัดเวลา ยิ่งช่วงฝนตกๆ ด้วยแล้ว เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้รถยนต์เดินทาง อีกอย่างของเรามีตัวหารเยอะ ราคาก็โอเค พอรับได้
เราเลือกใช้รถของ T Car rent ไม่แน่ใจว่าชื่อถูกหรือเปล่า เพราะเพื่อนเป็นคนจอง ค่าเช่ารถวันละ 1300 บาทไทยถ้วน เลือกใช้นิสสันจู้ค เพราะเพื่อนอย่างนั่ง มันบอกเป็นบุญตูดของมันแล้วที่ได้นั่งจู้ค จบนะ หาร 5 คน รวมค่าน้ำมันแล้ว ตกคนละ 1100 บาท
สถานที่แรกของทริปนี้ คือ บ้านแม่กำปอง มาถึงฝนก็เริ่มโปรยปรายทันที
วิถีชีวิตชาวบ้าน ออกมาเลือกอาหารสดไปประกอบอาหาร จากรถที่วิ่งขายของ
พอมาถึงความหิวก็เริ่มครอบงำ มุ่งหาร้านอาหารเลยทันที
กลิ่นหอมโชยมาแต่ไกลจากการย่างไส้อั่ว ชักช้าอยู่ใย รีบเข้าไปในร้านสิ ชื่อร้านอะไรจำไม่ได้ ขออภัยจริงๆ 😄
รู้แต่ว่าบรรยากาศในร้านดีงามมากกกกก มีลำธารสายเล็กๆ ไหลอยู่ข้างๆ นั่งกินข้าวไป ชมบรรยากาศไป ช่างเข้ากันดีจริมๆ
อาหารประจำชาติของพวกเรา ร้านนี้อร่อย รสชาติดี ราคาไม่แพงอีกด้วย
มาถึงเชียงใหม่ก็ต้องกิน ขนมจีนน้ำเงี้ยว ไส้อั่วย่าง ร้านนี้เด็ดทุกอย่างจริงๆ ต้องมาโดน
กินข้าวเสร็จ ก็ไปเดินเล่ยรอบๆ หมู่บ้าน
ช.การย่าง
หมูย่างน่า แDก มากกกกก
บรรยากาศรอบๆ หมู่บ้าน มีลำธารใสๆ ไหลเย็น
ชีวิตเงียบสงบ สโลว์ไลฟ์ดีจริงๆ เหมาะแก่การมาเดินเล่น ฟอกปอดอย่างแรง
ดอกอะไร? ขออภัย เพิ่งหัดถ่ายรูป ฝีมืออาจไม่ได้เรื่องเท่าไหร่
และแล้ว สายฝนก็โปรยปรายลงมา ตอนที่เรากำลังเดินเล่นอยู่ และยังเดินไม่ทั่ว ยังไปไม่ถึงร้านกาแฟชมนกชมไม้เลย
พวกเรายืนหลบฝนกันอยู่นานมาก สุดท้ายก็ถอดใจยอมตากฝนวิ่งกลับไปที่รถ ที่นี่มีเรื่องน่าประทับใจอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้คนที่นี่น่ารักมาก มีน้ำใจมากจริงๆ ระหว่างกลับรถ พวกเราเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ล้อรถตกลงไปในรางน้ำ พี่ผู้ชายที่ขายของอยู่บริเวณนั้น ยอมตากฝน วิ่งเขามาช่วยผู้หญิงอย่างพวกเรา พี่เขาช่วยเข็นรถ จนรถขึ้นได้ พวกเราอยากจะขอบคุณพี่เขาจริงๆ แต่เราจำไม่ได้ว่าพี่เขาอยู่ร้านไหน ถ้ามีโอกาสไปอีก พวกเราจะแวะไปอุดหนุนร้านพี่นะคะ ขอบคุณมากจริงๆ
หลังจากออกจากแม่กำปอง เราก็มุ่งหน้ามาสูเชียงดาว พอเห็นภาพนี้แล้ว ต้องบอกเลยว่า คุ้มค่ามากกับการดั้นด้นมาตั้งไกล หนทางก็ค่อนข้างลำบาก แต่พอได้เห็นภาพวิวดอยหลวงเชียงดาวแล้ว นี่มันสวรรค์ชัดๆ อากาศเย็นสบาย สดชื่น วิวสวยงามอลังการฟุดๆ
สำหรับที่พักคืนนี้เราเลือกพักกันที่ บ้านสายหมอกโฮมสเตย์ ค่าที่พักรวมอาหารเช้า และเย็น ตกหัวละ 600 บาท คุ้มค่าเวอร์
เมื่อมองจากด้านบน จะเห็นบ้านพักของพวกเราในค่ำคืนนี้ หลังซ้ายมือนะ พวกเราโชคดีอย่างหนึ่งคือ มาเที่ยวในช่วงที่ดอกปอเทืองกำลังบานพอดิบพอดี ดูข้างล่างสิ เหลืองไปทั้งภูเขาเลย สวยงามมากจริงๆ ดอกไม้สีเหลืองๆ เหมาะกับผู้หญิงแบบพวกเราอย่างแรง 😂🌻🌼🐵
เดินเข้าที่พักกันดีกว่า สมคำร่ำลือ ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้าน
เข้ามาในห้อง มาทีไรไม่เคยทันเพื่อนทุกที มันแย่งเข้าห้องกันก่อนตลอด
มองไปทางด้านซ้ายมือของตัวบ้าน ชอบบรรยากาศที่เป็นแบบนี้จริงๆ สังคมก้มหน้าจะได้รับการเยียวยาทันทีเมื่อได้อยู่ที่นี่ โรคนี้จะหายไป เพราะไม่มีสัณญาณอินเตอร์เน็ท ทำให้เราได้มีเวลาดื่มด่ำกับธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น
มองลงไปด้านล่าง คือทุ่งปอเทืองที่ขึ้นบนหุบเขา รู้มั้ยว่าดอกปอเทืองจะบานแค่ 1 สัปดาห์นะ เราโชคดีที่มีโอกาสมาเห็นภาพเหล่านี้
ยิ่งมองยิ่งเพลิน ไม่อยากลุกไปไหนเลยจริงๆ
สวยงามอลังการดาวล้านดวง มองกี่ทีก็ไม่มีเบื่อ
สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ฉ่ำปอด ก่อนจะต้องกลับไปทำงาน
เดินออกจากที่พักมาชมวิว ที่นี่มีเต้นท์ให้เช่าด้วยนะ ที่นอนดีมากๆ
ไม่หลงรักที่นี่ได้ไงไหว ตรงนี้คือวิวจากบ้านหมอกตะวัน
นอกจากดอกปอเทือง ก็ยังมีดอกกระดาษด้วยนะ
เดินเล่นรอบๆ หมู่บ้าน
มีดอกไม้สวยๆ ขึ้นตลอดทาง
ร้านขายขนมในเชียงดาว
เซเว่นเชียงดาว
มีหมูกระทะขายด้วยนะ
ที่พักข้างเคียง
มีเจ้าถิ่นนำขบวน
กลับมาที่พัก คุยกับเพื่อนสนิทแป็บ
ระหว่างรออาหารเย็น ก็ถ่ายรูปเล่นกันไปเพลินๆ เงียบสงบมาก
นอนดูวิวเคล้าสายหมอก
และแล้วเวลาที่พวกเรารอคอยก็มาถึง อาหารเย็นมื้อนี้ได้แก่ ต้มจืดร้อนๆ กระหล่ำปลีผัดน้ำปลา ไข่เจียว น้ำพริกลีซู น้ำพริกอร่อยมว้ากกกก
กลัวไม่อิ่มเลยสั่งหมูกระทะมากินด้วย แต่จริงๆ แค่อาหารที่ทางที่พักจัดให้ก็อิ่มจนพุงแตกแล้ว
กลัวไม่อิ่ม เลยสั่งหมูกระทะมากินด้วย ทั้งหมดนี่ราคา 500 บาท กินอาหารร้อนๆ ตอนอากาศหนาว เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ
เข้านอนแต่หัวค่ำ แล้วตื่นเช้าๆ จะได้พบบรรยากาศเหมือนอยู่ในฝันแบบนี้ เมื่อคืนกะจะออกมาถ่ายรูปทางช้างเผือก แต่ไม่สามารถจริงๆ เดี๋ยวจะฝึกปรืฝีมือใหม่ ตอนกลางคืนที่นี่เงียบมาก เงียบจนได้ยินเสียงบ้านข้างๆ คุยกัน
พอเริ่มสาย แดดก็เริ่มออก ที่นี่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โปรดใช้ น้ำไฟ อย่างประหยัด
และแล้วอาหารเช้าก็มาเสิร์ฟ เป็นข้าวต้มร้อนๆ กับกาแฟ โอวัลติน
ก่อนกลับซื้อน้ำพริกลีซูกับทางที่พัก ติดใจเมื่อวาน อร่อยมว้ากกกกก สนนราคากระปุกละ 100 บาท
[CR] พาชะนีกลับคืนสู่ป่า ที่ แม่กำปอง เชียงดาว ม่อนแจ่ม By Girl Like Travel
สวัสดีคร้า กลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากห่างหายกันไปนาน วันนี้เรามาพร้อมกับทริปที่หลายๆ คนใฝ่ฝันอยากไป
ทริปนี้เป็นการรวมตัวของ แก้งส์ชะนีสาวโฉดที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน จะพาทุกท่านเที่ยวแบบฉบับเที่ยวตามใจฉัน เน้นสบาย เน้นความสนุก ไม่เน้นลำบาก กับทริป >แม่กำปอง >เชียงดาว >ม่อนแจ่ม >อินทนนท์ มีเล่นซิปไลน์ จังเกิ้ลโคสเตอร์ด้วย 🙊🐒🙈🐵
Day 1 แม่กำปอง เชียงดาว
Day 2 วัดถ้าเชียงดาว สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตย์ โป่งแยงซิปไลน์&จังเกิ้ลโคสเตอร์ ม่อนแจ่ม
Day 3 ดอยอินทนนท์ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ วัดพระธาตุศรีจอมทอง
ต้องบอกก่อนเลยว่าทริปนี้เป็นทริปที่พวกเรารอคอยมานานมาก นาน 1 ปีเต็มๆ เลยก็ว่าได้ กับการเดินทางของพวกเรา 5 คน (ไม่ใช่ 4 คนนะ) จะสนุกขนาดไหน ตามมาอ่านกันได้เลย
เริ่มต้นด้วย สายการบินแอร์เอเชีย อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใด แต่ใช้จริง ประสบการ์จริง จ่ายตังจริง พวกเราจองตั๋วกันล่วงหน้า 1 ปี ตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 ตอนช่วงที่มีโปรโมชั่น 0 บาทออกมา โดยขึ้นเครื่องจากสนามบินอู่ตะเภา ไปยังสนามบินเชียงใหม่ ค่าเสียหายไปกลับอยู่ที่ คนละ 804 บาท
ใช้เวลาเดินราวๆ 1 ชั่วโมง 30 นาที ก็ถึงแล้ว
ปล.ผลของการจองตั๋วล่วงหน้านานๆ เท่าให้เรารู้สึกตื่นเต้น เรานั่งนับวันตั้งตารอกันเลยทีเดียว
เด็ดสุดของแอร์เอเชียต้องนี่เลย
ปกติขึ้นเครื่องส่วนมากจะเจอแต่แอร์สาวๆ วันนี้โชคดีมาก ได้เจอสจ้วตหล่อๆ สักที บอกเลยว่างามดีมว้ากกก รู้สึกคุ้มค่าตั๋วเครื่องบินก็ตรงนี้แหละ มีอาหารตาให้เราได้รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ
แอบถ่ายรูปมาได้แค่นี้แหละ เขิลมากพี่เขาอยู่ใกล้ ผู้หญิงอย่างเราต้องสงวนท่าที และมีจริตสักหน่อย ทำได้แค่เพียงส่งสายตาปริบๆ ไปให้ 🙈☺️
พอเหินฟ้ามาถึงสนามบินเชียงใหม่ บริษัทรถเช่าที่พวกเราจองกันไว้ ก็มารอส่งรถให้เราที่สนามบินเลยทันที เราเลือกเช่ารถในการเดินทาง เพราะสะดวก ประหยัดเวลา ยิ่งช่วงฝนตกๆ ด้วยแล้ว เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้รถยนต์เดินทาง อีกอย่างของเรามีตัวหารเยอะ ราคาก็โอเค พอรับได้
เราเลือกใช้รถของ T Car rent ไม่แน่ใจว่าชื่อถูกหรือเปล่า เพราะเพื่อนเป็นคนจอง ค่าเช่ารถวันละ 1300 บาทไทยถ้วน เลือกใช้นิสสันจู้ค เพราะเพื่อนอย่างนั่ง มันบอกเป็นบุญตูดของมันแล้วที่ได้นั่งจู้ค จบนะ หาร 5 คน รวมค่าน้ำมันแล้ว ตกคนละ 1100 บาท
สถานที่แรกของทริปนี้ คือ บ้านแม่กำปอง มาถึงฝนก็เริ่มโปรยปรายทันที
วิถีชีวิตชาวบ้าน ออกมาเลือกอาหารสดไปประกอบอาหาร จากรถที่วิ่งขายของ
พอมาถึงความหิวก็เริ่มครอบงำ มุ่งหาร้านอาหารเลยทันที
กลิ่นหอมโชยมาแต่ไกลจากการย่างไส้อั่ว ชักช้าอยู่ใย รีบเข้าไปในร้านสิ ชื่อร้านอะไรจำไม่ได้ ขออภัยจริงๆ 😄
รู้แต่ว่าบรรยากาศในร้านดีงามมากกกกก มีลำธารสายเล็กๆ ไหลอยู่ข้างๆ นั่งกินข้าวไป ชมบรรยากาศไป ช่างเข้ากันดีจริมๆ
อาหารประจำชาติของพวกเรา ร้านนี้อร่อย รสชาติดี ราคาไม่แพงอีกด้วย
มาถึงเชียงใหม่ก็ต้องกิน ขนมจีนน้ำเงี้ยว ไส้อั่วย่าง ร้านนี้เด็ดทุกอย่างจริงๆ ต้องมาโดน
กินข้าวเสร็จ ก็ไปเดินเล่ยรอบๆ หมู่บ้าน
ช.การย่าง
หมูย่างน่า แDก มากกกกก
บรรยากาศรอบๆ หมู่บ้าน มีลำธารใสๆ ไหลเย็น
ชีวิตเงียบสงบ สโลว์ไลฟ์ดีจริงๆ เหมาะแก่การมาเดินเล่น ฟอกปอดอย่างแรง
ดอกอะไร? ขออภัย เพิ่งหัดถ่ายรูป ฝีมืออาจไม่ได้เรื่องเท่าไหร่
และแล้ว สายฝนก็โปรยปรายลงมา ตอนที่เรากำลังเดินเล่นอยู่ และยังเดินไม่ทั่ว ยังไปไม่ถึงร้านกาแฟชมนกชมไม้เลย
พวกเรายืนหลบฝนกันอยู่นานมาก สุดท้ายก็ถอดใจยอมตากฝนวิ่งกลับไปที่รถ ที่นี่มีเรื่องน่าประทับใจอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้คนที่นี่น่ารักมาก มีน้ำใจมากจริงๆ ระหว่างกลับรถ พวกเราเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ล้อรถตกลงไปในรางน้ำ พี่ผู้ชายที่ขายของอยู่บริเวณนั้น ยอมตากฝน วิ่งเขามาช่วยผู้หญิงอย่างพวกเรา พี่เขาช่วยเข็นรถ จนรถขึ้นได้ พวกเราอยากจะขอบคุณพี่เขาจริงๆ แต่เราจำไม่ได้ว่าพี่เขาอยู่ร้านไหน ถ้ามีโอกาสไปอีก พวกเราจะแวะไปอุดหนุนร้านพี่นะคะ ขอบคุณมากจริงๆ
หลังจากออกจากแม่กำปอง เราก็มุ่งหน้ามาสูเชียงดาว พอเห็นภาพนี้แล้ว ต้องบอกเลยว่า คุ้มค่ามากกับการดั้นด้นมาตั้งไกล หนทางก็ค่อนข้างลำบาก แต่พอได้เห็นภาพวิวดอยหลวงเชียงดาวแล้ว นี่มันสวรรค์ชัดๆ อากาศเย็นสบาย สดชื่น วิวสวยงามอลังการฟุดๆ
สำหรับที่พักคืนนี้เราเลือกพักกันที่ บ้านสายหมอกโฮมสเตย์ ค่าที่พักรวมอาหารเช้า และเย็น ตกหัวละ 600 บาท คุ้มค่าเวอร์
เมื่อมองจากด้านบน จะเห็นบ้านพักของพวกเราในค่ำคืนนี้ หลังซ้ายมือนะ พวกเราโชคดีอย่างหนึ่งคือ มาเที่ยวในช่วงที่ดอกปอเทืองกำลังบานพอดิบพอดี ดูข้างล่างสิ เหลืองไปทั้งภูเขาเลย สวยงามมากจริงๆ ดอกไม้สีเหลืองๆ เหมาะกับผู้หญิงแบบพวกเราอย่างแรง 😂🌻🌼🐵
เดินเข้าที่พักกันดีกว่า สมคำร่ำลือ ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้าน
เข้ามาในห้อง มาทีไรไม่เคยทันเพื่อนทุกที มันแย่งเข้าห้องกันก่อนตลอด
มองไปทางด้านซ้ายมือของตัวบ้าน ชอบบรรยากาศที่เป็นแบบนี้จริงๆ สังคมก้มหน้าจะได้รับการเยียวยาทันทีเมื่อได้อยู่ที่นี่ โรคนี้จะหายไป เพราะไม่มีสัณญาณอินเตอร์เน็ท ทำให้เราได้มีเวลาดื่มด่ำกับธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น
มองลงไปด้านล่าง คือทุ่งปอเทืองที่ขึ้นบนหุบเขา รู้มั้ยว่าดอกปอเทืองจะบานแค่ 1 สัปดาห์นะ เราโชคดีที่มีโอกาสมาเห็นภาพเหล่านี้
ยิ่งมองยิ่งเพลิน ไม่อยากลุกไปไหนเลยจริงๆ
สวยงามอลังการดาวล้านดวง มองกี่ทีก็ไม่มีเบื่อ
สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ฉ่ำปอด ก่อนจะต้องกลับไปทำงาน
เดินออกจากที่พักมาชมวิว ที่นี่มีเต้นท์ให้เช่าด้วยนะ ที่นอนดีมากๆ
ไม่หลงรักที่นี่ได้ไงไหว ตรงนี้คือวิวจากบ้านหมอกตะวัน
นอกจากดอกปอเทือง ก็ยังมีดอกกระดาษด้วยนะ
เดินเล่นรอบๆ หมู่บ้าน
มีดอกไม้สวยๆ ขึ้นตลอดทาง
ร้านขายขนมในเชียงดาว
เซเว่นเชียงดาว
มีหมูกระทะขายด้วยนะ
ที่พักข้างเคียง
มีเจ้าถิ่นนำขบวน
กลับมาที่พัก คุยกับเพื่อนสนิทแป็บ
ระหว่างรออาหารเย็น ก็ถ่ายรูปเล่นกันไปเพลินๆ เงียบสงบมาก
นอนดูวิวเคล้าสายหมอก
และแล้วเวลาที่พวกเรารอคอยก็มาถึง อาหารเย็นมื้อนี้ได้แก่ ต้มจืดร้อนๆ กระหล่ำปลีผัดน้ำปลา ไข่เจียว น้ำพริกลีซู น้ำพริกอร่อยมว้ากกกก
กลัวไม่อิ่มเลยสั่งหมูกระทะมากินด้วย แต่จริงๆ แค่อาหารที่ทางที่พักจัดให้ก็อิ่มจนพุงแตกแล้ว
กลัวไม่อิ่ม เลยสั่งหมูกระทะมากินด้วย ทั้งหมดนี่ราคา 500 บาท กินอาหารร้อนๆ ตอนอากาศหนาว เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ
เข้านอนแต่หัวค่ำ แล้วตื่นเช้าๆ จะได้พบบรรยากาศเหมือนอยู่ในฝันแบบนี้ เมื่อคืนกะจะออกมาถ่ายรูปทางช้างเผือก แต่ไม่สามารถจริงๆ เดี๋ยวจะฝึกปรืฝีมือใหม่ ตอนกลางคืนที่นี่เงียบมาก เงียบจนได้ยินเสียงบ้านข้างๆ คุยกัน
พอเริ่มสาย แดดก็เริ่มออก ที่นี่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โปรดใช้ น้ำไฟ อย่างประหยัด
และแล้วอาหารเช้าก็มาเสิร์ฟ เป็นข้าวต้มร้อนๆ กับกาแฟ โอวัลติน
ก่อนกลับซื้อน้ำพริกลีซูกับทางที่พัก ติดใจเมื่อวาน อร่อยมว้ากกกกก สนนราคากระปุกละ 100 บาท