จัดการกับความผิดหวังเรื่องความรัก ชีวิต ......ง่ายนิดเดียว (จากประสบการณ์จริง)

....กระทู้นี้ไม่ได้ตั้งมาเพื่อถามแนวทางการแก้ปัญหาในเรื่องของความรัก ปัญหาชีวิต เพราะผมเป็นคนที่อ่านPantipบ่อยมาก ผมเห็นหลายๆคนมีปัญหาต่างๆที่ตัวเองกำลังประสบอยู่และได้มาตั้งกระทู้ถามในPantipนี้ ผมเลยมีความตั้งใจตั้งกระทู้นี้มาเพื่อหวังว่าจะช่วยเป็นคำตอบ เป็นเสียงกระซิบเล็กๆให้กับกระทู้อื่นๆ ผมอยากให้ใครก็ตามที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ถ้าคุณยอมเสียเวลาซักหน่อยได้อ่านเรื่องราวที่ผมจะได้ถ่ายทอดจากประสบการณ์ชีวิตจริงๆของผมที่มันยาวเป็นโยชน์แบบนี้ เพราะผมหวังว่ากระทู้นี้น่าจะช่วยคนที่เข้ามาอ่านที่หรือคนใกล้ชิดหรือใครก็ตามที่กำลังประสบกับปัญหาในเรื่องของความรัก ชีวิต คนที่กำลังคิดว่าตัวเองถูกมองข้าม คิดว่าตัวเองเข้ากับใครๆไม่ได้ กระทู้นี้ของผมมันน่าจะเป็นประโยชน์ พอที่จะช่วยเหลือ แบ่งปัน หรือให้แง่คิดมุมมองใหม่ๆกับคนที่มาอ่านไม่มากก็น้อยหรือว่าอย่างน้อยๆกระทู้นี้ก็น่าจะช่วยให้ใครบางคนอ่านฆ่าเวลาไปได้...
     ....ก่อนอื่นเลยผมก็ขอบอกก่อนเลยว่าจริงๆแล้วตอนนี้ผมอายุได้แค่22ปี เองนะครับ เรียนอยู่ปี4 ภายนอกผมก็ใช้ชีวิตปกติแบบคนทั่วไป สนุกเฮฮา มีเพื่อน กิน เที่ยว ดื่ม มีความรักเหมือนๆกับคนทั่วๆไป แต่สิ่งที่ผมคิดว่าผมค่อนข้างจะแตกต่างจากคนส่วนมากก็คือทัศนคติของการใช้ชีวิต การจัดการกับความรู้สึกต่างๆที่ไม่เหมือนใคร การมองโลกในแบบที่ต่างจากคนทั่วไป .......ย้อนกลับไปตอนที่ผมเริ่มเรียนรู้กับคำว่า"ชีวิต"จริงๆครั้งแรก ตอนนั้นผมจำได้ว่าประมาณ ม.1 ได้มั้งครับ ผมได้แอบชอบเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เธออายุน้อยกว่าผม2ปี พ่อเธอรับราชการครูเป็นครูสอนวิชาดนตรีที่โรงเรียนเล็กๆแถวบ้านผม ส่วนแม่เธอรับราชการเหมือนกัน นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมอยากเล่นกีต้าร์เป็น เพราะคิดว่ามันน่าจะเป็นทางไปสู่เธอได้ ผมเริ่มหัดเล่นกีต้าร์ด้วยตัวคนเดียวจนเล่นได้ดีในระดับหนึ่ง ผมใช้เวลานานมาก นานพอๆกับที่ผมแอบชอบเธอได้เลยและนั่นคือรักแรกของผมเลย ผมชอบเธอมาจนถึง ม.3 แต่ผมไม่ได้มีแม้แต่โอกาสที่ผมจะได้เล่นกีต้าร์หรือบอกความในใจให้เธอได้ฟังเลย จนผมจบ ม.3 ความเจ็บปวดได้เข้าปะทะอย่างจังครั้งแรกในชีวิตของผมคือ เธอย้ายบ้านไปอยู่ลำปางเพราะพ่อเธอทำเรื่องขอย้ายกลับภูมิลำเนา ผมมารู้ตอนที่บ้านขอเธอติดประกาศให้เช่า ความเจ็บปวดครั้งแรกของผมผมไม่รู้วิธีรับมือกับมันจนปล่อยให้ตัวเองเศร้าอยู่พักใหญ่ ทำได้แค่หวังว่าวันหนึ่งเธอจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้รับเป็นบทเรียนก็คือการที่คนเราไม่พูดยอมทำในสิ่งที่เราอยากจะทำ สุดท้ายแล้วเราจะไม่ได้อะไรเลย ตอนนั้นถ้าผมยอมบอกความในใจไป ผมรู้ว่าโอกาสสมหวังมันริบหรี่มากๆเพราะตอนนั้นผมไม่ได้ดูแลตัวเองเลย ปล่อยตัวเองอ้วนเกือบจะ100กิโล แต่เราก็ยังได้ทำในสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ในตอนนั้น ช่วงนั้นผมเฮิร์ธหนักมากๆแต่ก็ถือว่าแลกกับการได้เล่นกีต้าร์เป็นก็ถือว่าคุ้มอยู่...(มั้ง555) ......จากนั้นตอนผมขึ้นมา ม.4 ชีวิตถือว่าก้าวไปเป็นผู้ใหญ่อีกขั้น ผมใช้ชีวิตเรื่อยๆเปื่อยๆ จนผมได้รู้จักกับแฟนคนแรกของผม ขอใช้ชื่อย่อว่า"ฟ"นะครับ "ฟ"เป็นคนตัวเล็ก น่ารัก ทางบ้านก็ฐานะดี ทำให้มีผู้ชายชอบเยอะรวมทั้งผมด้วย555 ทั้งระดับชั้นผมน่าจะเป็นนักเรียนคนเดียวที่ชอบการเรียกรวมตัวตามระดับชั้นเพื่อตรวจเครื่องแต่งกาย ตรวจทรงผม เพราะมันทำให้ผมได้เจอ"ฟ"เป็นเวลานานกว่าทุกครั้ง และผมได้เรียนรู้จากความผิดหวังครั้งเก่าแล้วว่า ถ้าอยากได้ความรักนั้น ผมต้องทำอะไรซักอย่าง ผมเริ่มจากการหาเฟสบุ๊ค"ฟ" แล้วแอดไป พอ"ฟ"รับแอดจากนั้นผมก็รวบรวมความกล้าอยู่เป็นอาทิตย์ละเริ่มทัก"ฟ"ไป ผมใช้เวลาจีบ"ฟ"อยู่1ปีเต็ม เพราะตอนแรกที่ผมทักไป "ฟ"มีแฟนอยู่แล้วเป็นทอม(แต่ผมก็ยังคุยนะ โคตตรเลวเลยGu5555) ละก็เลิกกันไป หลังจากที่ผมจีบ"ฟ"อยู่1ปีเต็ม เราตกลงคบกัน ซึ่งเอาจริงๆเราคบกันไม่ใช่ฐานะแฟน แต่เป็นBuddyกันมากกว่า ทำอะไรเหมือนเป็นแฟนกันทุกอย่าง เราต่างไม่คบคนอื่น แต่ใช้คำว่าBuddy ...ก็ด้วยความพยายามที่ประสบความสำเร็จครั้งนี้ของผม มันทำให้ผมเกิดความมั่นใจในตัวเองมากโขเลย แต่ว่าความมั่นใจในตัวเองของผมมันก็เป็นเหมือนดาบสองคม ผมมีความมั่นใจในตัวเองมากเกินไป ตั้งแต่ ม.5 ผมเริ่มใช้ชีวิตรักสนุกมากขึ้น กิน เที่ยว ดื่ม หนักขึ้นๆ ใช้ชีวิตออกนอกลู่นอกทาง และผมก็เริ่มใช้เงินมาซื้อความสุขให้กับตัวเอง ทั้งแต่งรถมอไซ พนันบอล เลี้ยงเพื่อน เลี้ยงแฟน(Buddy) ตอนนั้นเราเริ่มมีปากเสียงกันเพราะการใช้เงินเกินตัวของผม ผมใช้เงินเที่ยวดื่มสารพัด เพราะทางบ้านผมค่อนข้างที่จะมีฐานะทำให้ผมใช้จ่ายได้ไม่ขาดมือ และผมเริ่มนอกใจ"ฟ"เป็นครั้งแรก ผมเลี้ยงสาวคนอื่น แอบคุยคนนู้นคนนี้แต่ไม่มีใครรู้ ผมใช้ชีวิตแบบนี้โดยที่ไม่สนใจคนอื่นหรืออย่างอื่นในชีวิตเท่าไหร่ ผมปล่อยตัวเองทุกอย่างไม่ดูแลตัวเอง จนกราฟชีวิตของผมมันเริ่มดิ่งลงชนิดที่ไวกว่าความเร็วแสง สุขภาพร่างกายเริ่มเสีย น้ำหนักพุ่งทยานไปที่ 100กิโล ผมประสบอุบัติเหตุกับมอไซทั้งขับไปชนเอง เขามาชน ถึง3ครั้งในรอบไม่ถึงปี เริ่มมีปัญหาเรื่องการเรียน โดดเรียน ขาดเรียน งานไม่ส่ง จนโดนเรียกผู้ปกครองอยู่หลายๆครั้ง แต่ผมไม่เคยโดนเรื่องทะเลาะวิวาทหรือเรื่องยาเสพติดเพราะผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ จะโดนก็เรื่องการเรียนอย่างเดียว เริ่มโดนที่บ้านบ่นเรื่องต่างๆบ่อยขึ้น ทะเลาะกันกับแฟน(Buddy) บ่อยขึ้น แต่"ฟ"ก็ไม่ยอมทิ้งผมไปไหนนะ เป็นผู้หญิงตัวเล็กที่หัวใจทนทานมาก ถ้าเป็นคนอื่นนะหรอ ทิ้งผมไปตั้งนานละ555 เพราะตอนนั้นผมทั้งไม่หล่อ ทั้งอ้วน ทั้งแย่ อะไรสารพัด ชีวิตผมช่วงนั้นเริ่มโดนตีกรอบมากขึ้นจากที่บ้าน เริ่มมีเงินให้ใช้จำกัด เริ่มโดนโทรเช็คมากขึ้น แต่ผมก็ยังใช้ชีวิตแบบที่ผ่านมาตามปกติ ผมไม่แคร์อะไรใคร ผมแคร์แค่ตัวผมเอง จนวันหนึ่งวันที่เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตผม คือวันที่ผมเห็นแม่ผมแอบร้องไห้ หลังจากโดนเรียกผู้ปกครอง และครูได้แจ้งเรื่องที่ผมขาดเรียนไม่ส่งงานให้แม่ผม แม่ผมแอบมาตรวจดูสมุดหนังสือที่ตู้ของผม ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่เจออะไรบ้าง แต่แม่ผมเจอปัญหาของผมแบบนี้มาซ้ำๆมาก ครั้งนี้แม่ผมแอบไปร้องไห้ ผมบังเอิญเดินผ่านไปเห็น ในความคิดแรกของผมมันมีให้เลือกระหว่าง "เดินหนีไปทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น" กับ "เดินเข้าไปหาแม่" แต่ผมทำใจไม่ได้ที่เห็นแม่ร้องไห้เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมทำให้แม่เสียใจขนาดนี้ ผมเลือกที่จะเดินเข้าไปหาแม่ แต่ตอนนั้นผมไม่รู้จะทำหรือพูดอะไร ผมยืนนิ่งตรงนั้น ในใจคิดว่าแม่คงต้องด่าต้องว่าผมแน่ๆ แต่ไม่เลย แม่ผมกลับขอร้องผมแค่ข้อเดียวคือ "ขอให้ผมกลับตัวเป็นคนใหม่หรือไม่ก็ทำตัวให้ดีกว่านี้" .......จากวันนั้นมันทำให้ผมเริ่มมีความคิด มันเหมือนกับผมตายแล้วเกิดใหม่ ผู้หญิงคนหนึ่งมาจุดความหวังในชีวิตห่วยๆของผมอีกครั้ง ตลอดชีวิตผมไม่เคยให้สัญญาอะไรจริงจังกับใครเลย แต่ครั้งนี้ผมต้องทำให้ได้ ผมใช้เวลาอยู่กับตัวเองอยู่พักหนึ่ง หายตัวไปจาก"ฟ" เริ่มกลับมาเรียน ตามส่งงานที่ค้าง กลับบ้านตรงเวลา เริ่มรู้จักเก็บเงิน หายจากเหล้าเบียร์ไปพักใหญ่ จนผมสามารถจบ ม.ปลายได้พร้อมรุ่นกับเพื่อนๆ ........และแล้วชีวิตอีกก้าวหนึ่งของผมมันก็ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อผมได้เข้ามหาลัย เป็นครั้งแรกที่ผมต้องมาเรียนอยู่ต่างจังหวัดโดยที่ไม่มีใครคอยชี้แนะอะไรอยู๋ใกล้ๆ ผมมาด้วยตัวคนเดียวไม่มีเพื่อนสนิทมาด้วยเลยซักคน จะมีก็แต่เพื่อนที่เป็นเด็กสายวิทย์ที่โรงเรียนเท่านั้นที่พอจะรู้จัก ตอนที่ผมมาอยู่มหาลัยใหม่ๆผมรู้ว่ามีคนสบประมาทว่าผมคงเรียนไม่รอดหรอก แต่ผมไม่ลืมสัญญาที่เคยให้ไว้กับที่บ้านแน่นอน ผมได้รู้จักและเริ่มหัดเรียนรู้กับสังคมใหม่ๆ ความคิดผมเริ่มผู้ใหญ่ขึ้น ผมเรียนรู้นิสัยของคนอื่นๆมากขึ้น และตอนนั้นผมก็เริ่มหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นทั้งสุขภาพจิต สุขภาพกาย ผมเริ่มกลับมาออกกำลังกายด้วยการเตะฟุตซอลกับกลุ่มเพื่อนใหม่ ผมเริ่มมีเพื่อนเยอะขึ้น เพราะผมเป็นคนอัธยาศัยดีชอบทักทายคนอื่น จากที่มาอยู่มหาลัยครั้งแรกผมน้ำหนัก 109 กิโลกรัม ผมออกกำลังกายมาเรื่อยๆ ชีวิตเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ผมแทบไม่ขาดเรียนเลย ผมเริ่มอ่านหนังสือสอบ ส่งงานตรงเวลาตลอด และแล้วคำพูดที่ว่า "ถ้าคุณดูแลตัวเองให้ดี ซักวันจะมีคนดีๆเข้ามาดูแลคุณเอง" มันมีจริงนะ คืนหนึ่งที่ผมกำลังเล่นคอมอยู่ มีข้อความทางเฟสบุ๊คดังขึ้นมา ครับบบบ"ฟ"ทักมาหาผม เอาจริงๆคือผมลืมไปแล้วนะว่าเราเคยเป็นอะไรกัน5555 ผมลืม"ฟ"ไปจากชีวิตแล้วจริงๆ เราเริ่มกลับมาคุยกันละเราก็เริ่มรื้อฟื้นความหลังด้วยกันอีกครั้ง ผมไม่อยากเชื่อเลยว่า"ฟ"ยังไม่ลืมผม และแล้วเราก็กลับมาคบกันอีกครั้งแบบBuddyอีกเหมือนเคยนั่นแหละ ตอนนั้นถือว่าชีวิตผมได้กลับมาพีคอีกครั้ง เพิ่มเติมคือดีกว่าเก่า รู้จักเก็บเงินทำให้ผมมีเงินเก็บมากมาย ผมไม่เคยเดือดร้อนเรื่องเงินเลยซักครั้งตอนเรียนมหาลัยเพราะผมรู้ว่าอะไรควรซื้ออะไรควรเก็บ ผมรู้จักคุณค่าของเงินมากขึ้น ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น เริ่มเก็บเงินซื้อของให้พ่อแม่ ผมเริ่มวางแผนอนาคตให้กับตัวเอง แต่!!!แค่กับตัวเองคนเดียวนะครับ ผมไม่มีความคิดในเรื่องของการสร้างครอบครัวเลย ยังไม่มีความคิดเรื่องที่ว่าอยากจะแต่งงาน อยากจะคบกันคนนี้ถึงเมื่อไหร่ ผมวางแผนแค่ว่าจบมาจะทำอะไร มีเงินเท่านี้จะทำอะไรได้บ้าง เก็บเงินอีกเท่านี้จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ อยากทำอาชีพนี้จะต้องมีอะไรบ้าง ผมคิดอยู่แค่ประมาณนี้ ผมยอมรับว่าช่วงเวลาตอนนี้ผมยังไม่รู้จักโลกดีพอ ผมใช้ชีวิตไปเรื่อยๆจนถึงปี2 ชีวิตในมหาลัยผมอยู่ตัวแล้ว ผมรู้สึกว่าตอนนี้ชีวิตผมปีกกล้าขาแข็งพอที่จะใช้ชีวิตภายนอกได้แล้ว ในช่วงแรกของปี2ผมกลับมาออกกำลังกายควบคุมน้ำหนักอย่างจริงจัง จนจบปี2เทอม1 น้ำหนักผมลงมาเหลือ85 กิโล ร่างกายผมเปลี่ยนไปแบบคนละคนเลย ร่างกายแข็งแรงขึ้นไม่เหนื่อยง่าย ความดันเริ่มกลับมาปกติ บุคลิกดีขึ้น มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เริ่มรู้จักการแต่งตัว การเลือกซื้อเสื้อผ้า ทำให้ผมเป็นคนชอบสะสมกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ จนทำให้แม่เริ่มบ่นผมอีกครั้งแต่เป็นการบ่นที่ไม่ได้ซีเรียสอะไรเลย ผมแก้ปัญหานี้ด้วยการให้แม่กับน้องสาวผมลองซื้อตามและจากนั้นแม่และน้องสาวผมก็เริ่มชอบยีนส์และรองเท้าผ้าใบไปโดยปริยาย และคนที่บ่นก็เปลี่ยนมาเป็นพ่อ55555 จะว่าไปแล้วตั้งแต่เด็กมาทั้งพ่อและแม่ผมก็แทบไม่เคยมีเวลาสั่งสอนเรื่องต่างๆให้ผมโดยตรงเลยนะ เพราะตั้งแต่เด็กทุกๆวันพ่อกับแม่จะออกไปจากบ้านแต่เช้าเพื่อไปดูแลกิจการ และกลับบ้านมาก็ค่ำๆถึงดึก ปล่อยผมไปโรงเรียนเองกับน้องสาว กลับมาบ้านก็อยู่กับปู่กับย่าและก็ทวด ทั้งพ่อและแม่แทบไม่เคยเรียกผมมาพูดต่อหน้าและอบรมอะไรเลย แต่ปล่อยให้ผมได้เรียนรู้ชีวิตเอง ใช้ชีวิตให้ผมดูเป็นแบบอย่าง โดยที่ทั้งพ่อและแม่จะคอยดูอยู่ห่างๆ ให้ผมเรียนรู้จากความผิดพลาดเอง ...เอาจริงๆผมเองก็ไม่รู้หรอกที่จุดประสงค์ของพ่อกับแม่จะต้องการให้เป็นแบบนี้รึป่าว แต่ผมเติบโตมาได้ทุกวันนี้เพราะผมได้เรียนรู้จากการใช้ชีวิตแบบนี้ ดังนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับการที่หลายคนได้ก่อความผิดพลาดในชีวิต แล้วถูกสังคมตราหน้าว่าขาดการอบรมสั่งสอนจากที่บ้าน เพราะผมเชื่อว่าคนเราจะเติบโตและเรียนรู้อะไรได้นั้น อยู่ที่ตัวของคนๆนั้นมากกว่า บางคนผิดพลาดแล้วไม่คิดจะลุกขึ้นมาแก้ไขอะไรเลย แต่บางคนใช้ความผิดพลาดเป็นประสบการณ์ในการใช้ชีวิตต่อไป.......ผมว่านี่แหละที่ทำให้คนเราต่างกัน...........................................

..........มีต่อนะครับ.............
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่