หลังจากโง่งมอยู่กับคำว่า"รัก"กับผู้ชายขี้เมามา6ปี ตอนนี้เราพยายามถอยตัวเองออกมา เราจะก้าวผ่านเวลานี้ไปยังไงดี?

กระทู้สนทนา
หลังจากหลายปีที่แล้วเราเคยโพสถามเพื่อนๆในพันทิปมาก่อน
https://m.pantip.com/topic/32538045?

ใช่แล้วค่ะ เรายังคบกับเค้ามาจนถึงวันนี้ รวมระยะเวลาทั้งหมด6ปีหน่อยๆ ปัญหาเดิมๆก็วนเวียนมาเรือยๆ
เมาจนเสียงาน เมาจนทรัพย์สินเสียหาย(โทรศัพท์หาย พัง กระเป๋าสตางค์หาย)
เรืองหนี้สินก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อยากได้อะไรก็รูด เงินสดไม่พอก็ยืมเพื่อน กดบัตรเงินสด
จนตอนนี้ตัวแฟนเรามีหนี้สินหลักแสนกว่าๆ เงินเก็บไม่มีเหมือนเดิม

แต่เราก็ยังทนเรื่อยมา ส่วนนึงเพราะเรางมงายกับคำว่า"รัก"
อีกส่วนก็คิดว่าคงไม่มีใครรับเราได้แบบเค้าอีกแล้ว เลิกจากคนนี้ไปเราคงต้องอยู่คนเดียวทั้งชีวิต
เราเคยคิดว่าเค้าจะเป็นแฟนคนแรกและคนสุดท้าย....

เราเคยคิดถึงกระทั่งว่า เราจะทำงานหาเลี้ยงเค้าและลูกของเราในอนาคตเอง

จนเมื่อไม่นานมานี้มันมีเหตุการณ์นึง ที่ทำให้เราคิดได้ ว่าถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องถอยออกมา
คือเค้ากำลังจะบวชค่ะ เราสนับสนุนมากให้เค้าบวช เราคิดว่าพระธรรมคำสอน จะช่วยขัดเกลาให้เค้ามีสติในการใช้ชีวิตขึ้นมาบ้าง
เราหวังว่าหลังจากบวช2อาทิตย์ เค้าจะกลายเป็นผู้ชายที่มีความคิดมากขึ้น แต่เหตุการณ์ก่อนบวชกลับทำให้เราคิดหนัก

อย่างที่เราเคยบอกว่าครอบครัวเค้ามีหนี้สินเป็นล้าน และเพิ่มขึ้นๆ เพราะใช้เงินมากกว่าเงินที่หาได้ตลอด
จึงต้องคอยกู้มาเพื่อละลายไปกับค่าทำบุญ ค่าต้นทุนของทำขาย(พอได้กำไรมาก็ใช้หมด ไม่เคยเหลือไว้ทำทุน)
ค่าเป็นเจ้าภาพงานบวชงานบุญ งานอาสาสมัครเพื่อหน้าตาทางสังคมตลอดเวลา

มาถึงคราวงานบวชลูกชายของเค้า ตอนแรกเรากับแฟนคุยกันว่าบวชเงียบๆ ข้าวหม้อแกงหม้อ
โกนหัว ห่มจีวรแล้วเข้าโบสถ์ แต่พอเรื่องจะบวชไปถึงพ่อกับแม่เค้า กลายเป็นงานบวชใหญ่โต
จัดเลี้ยงโต๊ะจีน80โต๊ะ เครื่องเสียง ดนตรี เหล้ายาปลาปิ้ง ต้องเต็มที่อลังการ

โดยทั้งหมดที่ว่ามานั้น...จะไปกู้มา....

เราตกใจมากตอนแฟนโทรมาเล่าให้ฟังว่าพ่อจะจัดงานแบบนี้ๆ เราบอกให้แฟนไปคุยกับพ่อ ว่าให้ย่อขนาดงานลง
สัก20โตีะก็พอ หรือถ้าไม่ยอมก็เลื่อนบวชไปก่อน
คำตอบที่เราได้จากแฟนคือ..."อะไรที่เค้าทำแล้วสบายใจก็ปล่อยให้เค้าทำไป"....

อะไรคือกู้เงินแล้วสบายใจ?...
อะไรคือการเป็นหนี้เพื่อเอามาละลายในสิ่งที่ไม่ได้ช่วยให้การศึกษาพระธรรมของลูกชายเค้าสมบูรณ์ขึ้น?...
อะไรคือการเห็นพ่อแม่เป็นหนี้แล้วสบายใจ?...

เราเริ่มมองเห็นภาพความเป็นจริงในอนาคตก็วันนั้น ....ภาพที่เราสองคนติดหล่มหนี้สินไม่มีวันตะกายออกมาได้

หลังจากวันนั้นเราเริ่มทำตัวห่างเหินกับเค้า ตอนแรกห่างเพราะความโกรธ
เราพยายามบอกกับตัวเองว่ามันหมดเวลาแล้วสำหรับเราสองคน...อนาคตที่ควรมีร่วมกันมันไม่มีแล้ว

แม่เรารุ้เรื่องการกู้มาบวชครั้งนี้ก็ตกใจ และเป็นห่วงเรามาก เค้าไม่เคยสนับสนุนให้คบกับแฟนคนนี้
เป็นเราเองที่แอบคบหาติดต่อกันเรื่อยมา วันที่แม่เราพยายามพูดกับเราว่าเค้าเป็นห่วงเรานะ คบคนนี้จะลำบากนะ
เราเหมือนตื่นจากความรักที่ทำให้เราหลับตามาตลอด6ปี

ในตอนนี้ เราแสดงท่าทางห่างเหิรกับเค้า ไม่โทรหา ไม่พยายามหาเวลานัดเจอกันเหมือนทุกที
ซึ่งเค้าก็คงพอรู้ตัวว่าเราพยายามห่างกับเค้า ตอนนี้เค้าพยายามทำตัวปกติ ไลน์มาตลอด
คอยถามตารางว่างของเราเพื่อมาเจอกัน ก่อนที่เค้าจะต้องไปบวช แต่เรานิ่ง ตอบแค่สั้นๆ ไม่รับนัด

แต่ปัญหาคือ เรายังไม่กล้าพูดคำตัดขาด คำว่า"เลิกกันเถอะ" เรากลัวเค้าเสียใจ
แล้วเค้ากำลังจะบวช(งานบวชใหญ่โตของเค้ายังคงดำเนินการต่อไป) เราจะบอกเลิกเค้าก่อนบวชจริงๆเหรอ?
ส่วนนึงเราไม่กล้าพูด เพราะใจยังไม่เด็ดขาดพอ เรายังแคร์เค้าอยู่มาก
อีกส่วนหนึ่งเราไม่รู้ว่าควรจะบอกเลิกก่อนบวชดีรึเปล่า หรือควรรอหลังเค้าสึกดี เรากลัวจะทำให้การบวชของเค้าพัง

ตอนนี้เรามี2เรื่องที่อยากให้เพื่อนๆช่วยเราหน่อย
ข้อแรก เราจะบอกเลิกเค้าให้เร็วที่สุดดี? หรือรอให้เค้าสึกก่อนค่อยบอก
ข้อสอง เราจะทำใจให้ตัดขาดกับคนที่เรายังรักยังผูกพันธ์ได้ยังไง เราต้องการเลิกกับเค้าด้วยตรรกะและเหตุผล
แต่ในความรุ้สึกนั้น เรายังรักเค้าอยู่มากจริงๆ

เราก้ามข้ามผ่านการตัดสัมพันธ์คนที่เรายังรักไปได้ยังไง?
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่