
สวัสดีค่ะ อันนี้เป็นการรีวิวครั้งแรก ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนเข้ามาอ่านของเรามั้ย เราทำรีวิวเผื่อสำหรับตัวเองหากอยากกลับไปเที่ยวที่นี่อีก แล้วก็อยากแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน เผื่อจะเป็นข้อมูลหรือเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ได้บ้าง ซึ่งหากมีคนเข้ามาอ่าน เราก็ขอออกตัวก่อนว่า หากมีข้อผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยด้วยนะคะ
ขอบอกก่อนว่า ทริปนี้เราไปกับเพื่อนตั้งแต่ พ.ย. 2559 แล้ว ก่อนกลับเราคิดไว้ว่าเราจะทำรีวิวให้กับทัวร์นี้ เพราะก่อนไปเที่ยว เราหาข้อมูลของทัวร์นี้ ไม่มีใครมารีวิวเลย (ปกติหากเราไปไหนเราจะเข้ามาหาข้อมูลในพันทิพก่อนเลยว่ามีใครมารีวิวอะไรไว้มั้ย ถ้าดีก็ไป ถ้าไม่ดีก็ขอบาย แต่ทริปนี้เพื่อนเราเป็นคนจัดการก็เลยแล้วแต่เพื่อน แต่ก็มีแอบกังวล 🤣) เลยอยากมาแชร์ให้เพื่อน ๆ อ่านกันเผื่อเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ประกอบกับเราใช้บริการแล้วทัวร์นี้ดูแลเราดี อาหารอร่อย ประทับใจมาก ก.ไก่ล้านตัว (หรืออาจเพราะเราไม่ได้คาดหวังอะไรด้วยรึเปล่าไม่รู้ ก็เลยโอเค) แต่พอกลับมางานเรายุ่งจนลืมแบบข้ามปี พอวันนี้จู่ ๆ ได้มาย้อนดูรูปทริปนี้ แล้วคิดขึ้นได้ว่าตอนนั้นเราตั้งใจจะรีวิวให้เค้านี่นา และตอนนั้นก็ได้ร่างและเตรียมรูปคร่าวๆไว้แล้ว ก็เลยเพื่อไม่ให้เสียเปล่าก็รีวิวดีกว่า
เกริ่นไปมากพอแล้ว เริ่มกันเลยดีกว่าเนอะ ด้วยความที่มีงบไม่ได้มากนัก แต่ก็ยังอยากเที่ยว (แหะๆ) เลยต้องหาทัวร์หาแพ๊คเกจที่รู้สึกว่าคุ้มเมื่อเทียบกับถ้าไปเองแล้วไปซื้อทัวร์แยก แล้วก็สรุปกันที่ ซื้อแพ๊คเกจทัวร์ค่ะ ซึ่งเพื่อนเรา นางเซิร์ชหาจนเจอทัวร์นี้ คือ เฟสบุ๊ค ชื่อ " เกาะมุก ชาวเลทัวร์ ตรัง ถ้ำมรกต-ท่องเที่ยวโดยชุมชน " ค่ะ (ชื่อแอบยาว) ตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ
https://www.facebook.com/kohmookchaolay/
เราเลือกแพ๊คเกจทัวร์ ทะเลตรัง ถ้ำมรกต เกาะมุก เกาะรอก 3 วัน 2 คืน ราคา 3,700 บาท/คน ราคานี้เป็นราคาสำหรับกรุ๊ป 6 คนขึ้นไป กรุ๊ปเรามี 6 คนพอดี ราคาจะเปลี่ยนแปลงตามจำนวนคนและที่พัก ซึ่งอย่างที่เราบอก เรางบไม่เยอะ (เพราะปีนึงเราเที่ยวหลายที่) เลยเอาที่พักแบบธรรมดาๆ ไม่ติดทะเล แต่เดินไป หรือขี่จักรยาน(ฟรี) ของรีสอร์ทไปได้ แพ๊คเกจทัวร์นี้รวมค่าเรือนำเที่ยวแบบ
ส่วนตัว เรือรับ-ส่ง ไกด์ท้องถิ่น ชูชีพ สน็อคเกิล อาหาร 6 มื้อ ที่พักบนเกาะมุก (จริง ๆ มีพักที่เกาะรอกด้วย แต่เป็นนอนเต้นท์ พอดีเพื่อนเราคนนึงพาแม่ไปด้วยค่ะ เลยเลือกนอนบ้านพักบนเกาะมุกทั้ง 2 คืนเลยละกัน) ค่าอุทยาน ประกันชีวิต
และเราให้ทางทัวร์จัดการหารถตู้ให้ไปรับส่งเราที่ท่ารถ/สนามบินด้วยเลย เพิ่มจากราคาข้างต้นอีก 2,000 บาท/คัน (ถ้าไปกันเยอะก็หารกันคนละไม่เท่าไหร่ค่ะ อย่างเราไป 6 คน ก็เหลือคนละ 300 กว่าบาท) แต่อย่างขากลับเรามีให้ไปส่งทั้งที่ท่ารถ บขส. และที่สนามบิน ทางรถตู้เค้าเลยขอเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย จำยอดไม่ได้ แต่ไม่เยอะค่ะแค่คนละหลักสิบบาท
เกริ่นน้ำมาเยอะ เข้าเนื้อเลยดีกว่า ขาไปเราไปขึ้นรถทัวร์ที่สายใต้ เพราะกะว่าไปถึงโน่นตอนเช้ามืด ก็ไปหาติ่มซำร้านดัง ๆ กิน และพอรถตู้มารับไปขึ้นเรือก็น่าจะพอดีเวลาตามที่ทัวร์กำหนดคือ 9.30 น. แต่ถ้านั่งเครื่อง เที่ยวแรกสุดไปถึงโน่นก็ประมาณเก้าโมงกว่าแล้ว เลยตัดสินใจนั่งรถทัวร์กัน ซึ่งเราจองรถของ บขส. ค่ะ ขับดี มีความปลอดภัยสูง หวานเย็นมากกกก รถออกจากสายใต้ประมาณ 19.45 น. ไปถึงท่ารถที่ตรังก็ 8.30 น. แล้วค่ะ ซึ่งเลทจากเวลาหลายชั่วโมง (อาจเป็นเพราะระหว่างทางมีทำถนน อันนี้คิดในทางที่ดี แต่สังเกตคือรถทัวร์หลายคันวิ่งแซงเราไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ 555) คือทำผิดเวลาไปหมดเลยค่ะ ต้องโทรบอกรถตู้ แต่โชคดีที่เป็นกรุ๊ปส่วนตัวมีแค่พวกเราค่ะ เลยไม่ตกเรือ ไม่งั้นคงมีตกเรือกันบ้าง เพราะกว่าจะไปถึงท่าเรือก็ 11 โมงแล้ว
พอลงจากรถทัวร์ เราก็เหมารถไปร้านเรือนไทยติ่มซำค่ะ (เค้าเรียกรถอะไรไม่รู้ คันเล็ก ๆ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ด้วย มัวแต่รีบ ๆ กลัวว่าจะสายมากไปกว่านี้) เค้าคิดคนละ 30 บาทค่ะ แพงมั้ยไม่รู้ ตอนนั้นช่างมันละ 😂 (เราให้รถตู้มารับที่ร้านนี้เลย เพราะเกรงใจไม่อยากให้ไปรับที่ท่ารถและพามานี่แล้วมานั่งรอเราอีก)
พอถึงร้าน ซึ่งเป็นร้านดังของที่นี่ ถามใครก็บอกว่าให้มากินร้านนี้ ติ่มซำมีเยอะมากจริง ๆ ค่ะ ของเราเค้าไม่ได้ยกมาให้เราเลือกนะ (ไม่เหมือนรีวิวที่เคยอ่าน) แต่เค้าให้เราไปดูและชี้เองเลยว่าจะเอาอะไร ก็ชี้ๆๆๆๆค่ะ รอดไป 1 มื้อ

ทีนี้ก็ถึงเวลาขึ้นรถตู้มาท่าเรือแล้วค่ะ พอมาถึงท่าเรือ ด้วยความเกรงใจที่มาถึงสาย พวกเราได้ขอเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้ากันอีก 555 คือเป็นทริปที่เร่งรีบกันมากกกกก 😂
ถึงเวลาลงเรือแล้วค่ะ คนขับเรือของเราชื่อบังวุฒิ และไกด์ของเราชื่อบังเปี๊ยกค่ะ ตามรูปเลย แรก ๆ นี่ยังเงียบ ๆ เกร็ง ๆ พอซักพักนี่มุขเริ่มมา


พอลงเรือได้ซักพักก็ถึงเกาะมุกค่ะ เค้าเอากระเป๋าเสื้อผ้าเรามาเก็บก่อน ซึ่งอันนี้เราไม่ต้องขึ้นฝั่งนะคะ เค้าลำเรียงให้เองเลยค่ะ ขึ้นฝั่งเฉพาะกระเป๋าเสื้อผ้า ส่วนพวกเราก็ไปดำน้ำกันก่อน
จุดแรกที่ดำน้ำคือแหลมท่านขุนบริเวณรอบ ๆ เกาะมุกค่ะ มาจุดแรกก็เล่นทำเอาหมดแรงไปตาม ๆ กัน เพราะคลื่นแรงมากกกก ขนาดใส่ชูชีพยังรู้สึกเหนื่อยเลย และน้ำขุ่นค่ะ แต่ก็พอมองเห็นบ้าง แต่ก็ไม่ได้ชัดมาก (ซึ่งบังเปี๊ยกบอกเราว่าวันนี้ดีนะลงดำได้ วันก่อน ๆ จนเมื่อวานจุดนี้ลงดำไม่ได้เลย เพราะน้ำแรงกว่านี้ ไม่รู้ว่าพูดให้เรารู้สึกดีรึเปล่า) บังเปี๊ยกจะบอกเสมอค่ะว่าให้เกาะห่วงยางที่เค้าลาก หรือไม่ก็ว่ายตามเค้า เพราะเค้าจะได้ดูแลง่าย เพราะมีหลายกลุ่ม และที่สำคัญบังเปี๊ยกเค้ารู้จุดค่ะว่าตรงไหนมีอะไร จุดไหนเป็นไฮไลท์
พอดำน้ำจุดแรกเสร็จ ถ้าตามโปแกรมเราต้องไปถ้ำมรกตต่อ แต่ด้วยความที่เราเลท ทำให้ต้องเปลี่ยนโปรแกรมไปทานข้าวกลางวันก่อน โดยบังวุฒิกับบังเปี๊ยกได้พาเรามาที่เกาะกระดาน น้ำใสว้ากกกก วิวสวย อาหารตาก็เลิศ 555 แต่ไม่ได้ถ่ายรูปอาหารมา เสียดายมากกก มื้อนี้เราได้แต่นั่งมองเพื่อน ๆ กินค่ะ (เพราะว่าเมาคลื่นตั้งแต่ลงดำน้ำจุดแรก พอขึ้นเรือจากดำน้ำมานี่มึนเลย ไม่รู้ว่าเพราะคลื่นแรงหรือว่าเพราะนอนน้อย) คือจะอาเจียนก็ไม่อาเจียน สรุปกินอะไรไม่ลง เหมือนได้ลดความอ้วนไปในตัว 555 มื้อนี้เป็นข้าวผัดอเมริกัน และตามด้วยผลไม้คือสับปะรด... เราอยู่บนเกาะนี้กันซักพักใหญ่ๆ เพราะเพื่อนเราหลับ คือไกด์เค้าจัดที่ให้เราอยู่ใต้ร่มไม้ ลมพัดเย็นสบายมากกก มากจนนางหลับ กินแล้วก็นอนอืดดดผึ่งพุง 555 เราก็ถ่ายรูปเล่นกันซักพัก พอนางตื่นก็ไปกันต่อ


มาต่อ ค่ะ มาถึงอันซีนไทยแลนด์ ถ้ำมรกตค่ะ อันนี้ต้องรอดูจังหวะเข้า- ออกค่ะ เพราะมันจะมีช่วงที่ก่อนจะทะลุด้านใน หากมีคลื่นเข้ามา ก็จะทำให้เรากระแทกเพดานถ้ำได้ค่ะ (ซึ่งเจ็บนิดหน่อย ไม่มากค่ะ โดนเองกับตัว 555) ตอนเข้าไป บังวุฒิให้เราต่อแถวเรียงเดี่ยวค่ะ โดยจับเสื้อชูชีพ (ตรงแขนของเพื่อนข้างหน้า) และว่ายตามๆกันไป โดยขาก็ปั่นจักรยานกันค่ะช่วยกันสุดฤทธิ์ เพราะบางจังหวะมีคลื่นพัดเราถอยกลับมา ก็ต้องปั่นๆๆกันต่อได้ใช้แรงสนุกดีค่ะ ระหว่างทางเราเห็นคนว่ายสวนออกมา เราคิดกันในใจจะรีบว่ายออกมากันทำไมนักหนา มันทำให้แรงที่เค้าว่ายกันออกมา น้ำมันพัดเราถอยกลับมา ซึ่งทำให้เราต้องใช้แรงมากขึ้นด้วย และก่อนถึงปากถ้ำด้านใน เพดานมันจะเตี้ยนิดนึงค่ะ ตรงจุดนี้แหละที่ว่าต้องรีบว่ายให้พ้นเพราะหากคลื่นมาตอนนี้ จะทำให้ตัวเราลอยขึ้นไป และหัวเราจะกระแทกเพดานได้ ซึ่งๆๆๆคลื่นมันก็มาตอนเราถึงจุดนั้นพอดีค่ะ โชคดีมว้ากกก ซึ่งก่อนคลื่นถึงตัวเราไกด์ได้บอกเราไว้แล้วค่ะว่าถ้ามีคลื่น ให้เราก้มหัวลงไปในน้ำให้เยอะที่สุด ซึ่งเราว่าเราก็ก้มเยอะแล้วนะ ยังโดนจนได้ค่ะ แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ เจ็บนิด ๆ เจ็บเหมือนมดกันนี้ดดดเดียว (บ่งบอกอายุเลยทีเดียวเพลงนี้ 55) พอเข้าไปได้ก็ถึงเวลาถ่ายรูปค่ะ ไกด์ของเรารู้จุดค่ะ จุดที่ถ่ายย้อนขึ้นไปจะเห็นเป็นหัวใจเลย ซึ่งมุมนี้ไม่มีคนมาถ่ายเลย มีแต่พวกเรานี่แหละ เราเลยคิดเอาเองว่าไม่น่าจะมีคนรู้กันเท่าไหร่


ทีนี้มาถึงตอนจะออกค่ะ ต้องรอจังหวะดี ๆ อีกค่ะ คือต้องลุ้นมาก กลัวคลื่นมา ซึ่งเราก็ไปยืนปากถ้ำซักพัก รอจังหวะค่ะ ทีตอนเรายังถ่ายรูปอยู่นี่ไม่เห็นมีคลื่น ทีพอช้านนจะออกนี่คลื่นซัดกันใหญ่ เลยได้เล่นคลื่นตรงปากถ้ำนั่นแหละค่ะสนุกดีเหมือนกัน พอไกด์ดูแล้วบอกว่าออกไปได้แล้ว ใครพอว่ายน้ำไหวก็ล่วงหน้าไปเลย ส่วนใครไม่ไหวก็เกาะเค้าได้ พอไกด์พูดงี้เราก็รีบเลยสิคะ กลัวคลื่นค่ะ จ้วงสปีดเลยค่ะ คราวนี้นึกถึงตอนที่เราว่าคนอื่นไว้ในใจตอนขาเข้าเลยว่า จะรีบอะไรกันนักหนาห๊ะ มันเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วค่ะ ในใจก็คิดเลยว่าคนที่สวนเข้ามาก็คงว่าเราในใจเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไรไม่โทษกัน เดี๋ยวขาออกเค้าก็คงรู้เอง 555 (จริง ๆ ตอนเข้า-ออก เราถ่ายเป็นวีดีโอมาค่ะ แต่แน่นอน ทำไฟล์เพื่อเอามาลงไม่เป็น ไม่งั้นคงได้ดูคลิปตอนเข้า-ออกกัน เอาไว้ทำได้แล้วจะมาลงเพิ่มอีกที)

พอขึ้นเรือ ก็ไปจุดอื่นกันต่อค่ะ ไปดำน้ำจุดอื่นต่อ แต่คราวนี้เราไม่ได้ลงแล้ว เพราะมึนหัว ไม่รอด แต่เราส่งตัวแทนเราไปคือ กล้องใต้น้ำค่ะ ส่งกล้องให้บังเปี๊ยก และจะเหมือนเราได้ลงไปดำน้ำด้วยเลย 5555 ได้ภาพสวยกว่าเราถ่ายเองเยอะ ... ส่วนเพื่อนเราคนอื่น ๆ ก็ลงไปค่ะ ไปดำน้ำทั้งเกาะห่วงที่บังเปี๊ยกลาก บางคนก็ว่ายตาม





(รูปปะการัง เราจำไม่ได้นะคะว่ารูปไหนเป็นจุดใดบ้าง ถ้ารูปปะการังรูปไหนที่ออกเขียว ๆ หน่อย คือกล้องเราเอง คือโซนี่ รุ่นอะไรไม่รู้ ซื้อมา 4-5 ปีได้แล้ว ส่วนรูปไหนสวย ๆ สว่าง ๆ คือกล้องของเพื่อนเรา กล้องโอลิมปัสค่ะ)
พอดำน้ำจุดนี้เสร็จ ก็มีชะลอเรือเพื่ออธิบายนู่นนี่ระหว่างทาง ซึ่งเราจำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง
พอมาถึงท่าเรือที่เกาะมุกก็ประมาณ 5 โมงเย็นแล้ว ก็มีรถแท๊กซี่ประจำเกาะมารับ ไปส่งถึงที่พักเลย ซึ่งกระเป๋าเสื้อผ้าของพวกเรารออยู่หน้าบ้านพักเราเรียบร้อยแล้ว และนี่คือบ้านพักของเราค่ะ

รูปนี้ในห้องค่ะ

อาบน้ำแต่งตัวเก็บของเสร็จก็เดินมาทานอาหารที่ร้านค่ะ พ่อครัวคือคุณเล็ก คือดีงามมาก อาหารอร่อยทุกอย่างเลย ชอบมาก เติมข้าวเติมกับได้ตลอด ซึ่งกลุ่มเราที่ต้องเติมทุกมื้อคือไข่เจียว ต้องมีขอเบิ้ล และระหว่างทานอาหาร ป๊ะ (พ่อของคุณเล็ก ซึ่งเข้าร่วมโครงการอนุรักษ์นู่นนี่เยอะมากกก) กับคุณเล็กก็จะมานั่งคุยคือคุยสนุกแถมได้ความรู้เรื่องปลาทะเล ปะการัง ประวัติของเกาะนู้นนี้เยอะแยะมากมาย

[CR] เที่ยวทะเล ใจไม่เซ ก็ไปได้ (รีวิว ดำน้ำ เที่ยวทะเลตรัง ถ้ำมรกต เกาะมุก เกาะรอก กับ เกาะมุก ชาวเลทัวร์ฯ)
สวัสดีค่ะ อันนี้เป็นการรีวิวครั้งแรก ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนเข้ามาอ่านของเรามั้ย เราทำรีวิวเผื่อสำหรับตัวเองหากอยากกลับไปเที่ยวที่นี่อีก แล้วก็อยากแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน เผื่อจะเป็นข้อมูลหรือเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ได้บ้าง ซึ่งหากมีคนเข้ามาอ่าน เราก็ขอออกตัวก่อนว่า หากมีข้อผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยด้วยนะคะ
ขอบอกก่อนว่า ทริปนี้เราไปกับเพื่อนตั้งแต่ พ.ย. 2559 แล้ว ก่อนกลับเราคิดไว้ว่าเราจะทำรีวิวให้กับทัวร์นี้ เพราะก่อนไปเที่ยว เราหาข้อมูลของทัวร์นี้ ไม่มีใครมารีวิวเลย (ปกติหากเราไปไหนเราจะเข้ามาหาข้อมูลในพันทิพก่อนเลยว่ามีใครมารีวิวอะไรไว้มั้ย ถ้าดีก็ไป ถ้าไม่ดีก็ขอบาย แต่ทริปนี้เพื่อนเราเป็นคนจัดการก็เลยแล้วแต่เพื่อน แต่ก็มีแอบกังวล 🤣) เลยอยากมาแชร์ให้เพื่อน ๆ อ่านกันเผื่อเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ประกอบกับเราใช้บริการแล้วทัวร์นี้ดูแลเราดี อาหารอร่อย ประทับใจมาก ก.ไก่ล้านตัว (หรืออาจเพราะเราไม่ได้คาดหวังอะไรด้วยรึเปล่าไม่รู้ ก็เลยโอเค) แต่พอกลับมางานเรายุ่งจนลืมแบบข้ามปี พอวันนี้จู่ ๆ ได้มาย้อนดูรูปทริปนี้ แล้วคิดขึ้นได้ว่าตอนนั้นเราตั้งใจจะรีวิวให้เค้านี่นา และตอนนั้นก็ได้ร่างและเตรียมรูปคร่าวๆไว้แล้ว ก็เลยเพื่อไม่ให้เสียเปล่าก็รีวิวดีกว่า
เกริ่นไปมากพอแล้ว เริ่มกันเลยดีกว่าเนอะ ด้วยความที่มีงบไม่ได้มากนัก แต่ก็ยังอยากเที่ยว (แหะๆ) เลยต้องหาทัวร์หาแพ๊คเกจที่รู้สึกว่าคุ้มเมื่อเทียบกับถ้าไปเองแล้วไปซื้อทัวร์แยก แล้วก็สรุปกันที่ ซื้อแพ๊คเกจทัวร์ค่ะ ซึ่งเพื่อนเรา นางเซิร์ชหาจนเจอทัวร์นี้ คือ เฟสบุ๊ค ชื่อ " เกาะมุก ชาวเลทัวร์ ตรัง ถ้ำมรกต-ท่องเที่ยวโดยชุมชน " ค่ะ (ชื่อแอบยาว) ตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ
https://www.facebook.com/kohmookchaolay/
เราเลือกแพ๊คเกจทัวร์ ทะเลตรัง ถ้ำมรกต เกาะมุก เกาะรอก 3 วัน 2 คืน ราคา 3,700 บาท/คน ราคานี้เป็นราคาสำหรับกรุ๊ป 6 คนขึ้นไป กรุ๊ปเรามี 6 คนพอดี ราคาจะเปลี่ยนแปลงตามจำนวนคนและที่พัก ซึ่งอย่างที่เราบอก เรางบไม่เยอะ (เพราะปีนึงเราเที่ยวหลายที่) เลยเอาที่พักแบบธรรมดาๆ ไม่ติดทะเล แต่เดินไป หรือขี่จักรยาน(ฟรี) ของรีสอร์ทไปได้ แพ๊คเกจทัวร์นี้รวมค่าเรือนำเที่ยวแบบส่วนตัว เรือรับ-ส่ง ไกด์ท้องถิ่น ชูชีพ สน็อคเกิล อาหาร 6 มื้อ ที่พักบนเกาะมุก (จริง ๆ มีพักที่เกาะรอกด้วย แต่เป็นนอนเต้นท์ พอดีเพื่อนเราคนนึงพาแม่ไปด้วยค่ะ เลยเลือกนอนบ้านพักบนเกาะมุกทั้ง 2 คืนเลยละกัน) ค่าอุทยาน ประกันชีวิต
และเราให้ทางทัวร์จัดการหารถตู้ให้ไปรับส่งเราที่ท่ารถ/สนามบินด้วยเลย เพิ่มจากราคาข้างต้นอีก 2,000 บาท/คัน (ถ้าไปกันเยอะก็หารกันคนละไม่เท่าไหร่ค่ะ อย่างเราไป 6 คน ก็เหลือคนละ 300 กว่าบาท) แต่อย่างขากลับเรามีให้ไปส่งทั้งที่ท่ารถ บขส. และที่สนามบิน ทางรถตู้เค้าเลยขอเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย จำยอดไม่ได้ แต่ไม่เยอะค่ะแค่คนละหลักสิบบาท
เกริ่นน้ำมาเยอะ เข้าเนื้อเลยดีกว่า ขาไปเราไปขึ้นรถทัวร์ที่สายใต้ เพราะกะว่าไปถึงโน่นตอนเช้ามืด ก็ไปหาติ่มซำร้านดัง ๆ กิน และพอรถตู้มารับไปขึ้นเรือก็น่าจะพอดีเวลาตามที่ทัวร์กำหนดคือ 9.30 น. แต่ถ้านั่งเครื่อง เที่ยวแรกสุดไปถึงโน่นก็ประมาณเก้าโมงกว่าแล้ว เลยตัดสินใจนั่งรถทัวร์กัน ซึ่งเราจองรถของ บขส. ค่ะ ขับดี มีความปลอดภัยสูง หวานเย็นมากกกก รถออกจากสายใต้ประมาณ 19.45 น. ไปถึงท่ารถที่ตรังก็ 8.30 น. แล้วค่ะ ซึ่งเลทจากเวลาหลายชั่วโมง (อาจเป็นเพราะระหว่างทางมีทำถนน อันนี้คิดในทางที่ดี แต่สังเกตคือรถทัวร์หลายคันวิ่งแซงเราไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ 555) คือทำผิดเวลาไปหมดเลยค่ะ ต้องโทรบอกรถตู้ แต่โชคดีที่เป็นกรุ๊ปส่วนตัวมีแค่พวกเราค่ะ เลยไม่ตกเรือ ไม่งั้นคงมีตกเรือกันบ้าง เพราะกว่าจะไปถึงท่าเรือก็ 11 โมงแล้ว
พอลงจากรถทัวร์ เราก็เหมารถไปร้านเรือนไทยติ่มซำค่ะ (เค้าเรียกรถอะไรไม่รู้ คันเล็ก ๆ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ด้วย มัวแต่รีบ ๆ กลัวว่าจะสายมากไปกว่านี้) เค้าคิดคนละ 30 บาทค่ะ แพงมั้ยไม่รู้ ตอนนั้นช่างมันละ 😂 (เราให้รถตู้มารับที่ร้านนี้เลย เพราะเกรงใจไม่อยากให้ไปรับที่ท่ารถและพามานี่แล้วมานั่งรอเราอีก)
พอถึงร้าน ซึ่งเป็นร้านดังของที่นี่ ถามใครก็บอกว่าให้มากินร้านนี้ ติ่มซำมีเยอะมากจริง ๆ ค่ะ ของเราเค้าไม่ได้ยกมาให้เราเลือกนะ (ไม่เหมือนรีวิวที่เคยอ่าน) แต่เค้าให้เราไปดูและชี้เองเลยว่าจะเอาอะไร ก็ชี้ๆๆๆๆค่ะ รอดไป 1 มื้อ
ทีนี้ก็ถึงเวลาขึ้นรถตู้มาท่าเรือแล้วค่ะ พอมาถึงท่าเรือ ด้วยความเกรงใจที่มาถึงสาย พวกเราได้ขอเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้ากันอีก 555 คือเป็นทริปที่เร่งรีบกันมากกกกก 😂
ถึงเวลาลงเรือแล้วค่ะ คนขับเรือของเราชื่อบังวุฒิ และไกด์ของเราชื่อบังเปี๊ยกค่ะ ตามรูปเลย แรก ๆ นี่ยังเงียบ ๆ เกร็ง ๆ พอซักพักนี่มุขเริ่มมา
พอลงเรือได้ซักพักก็ถึงเกาะมุกค่ะ เค้าเอากระเป๋าเสื้อผ้าเรามาเก็บก่อน ซึ่งอันนี้เราไม่ต้องขึ้นฝั่งนะคะ เค้าลำเรียงให้เองเลยค่ะ ขึ้นฝั่งเฉพาะกระเป๋าเสื้อผ้า ส่วนพวกเราก็ไปดำน้ำกันก่อน
จุดแรกที่ดำน้ำคือแหลมท่านขุนบริเวณรอบ ๆ เกาะมุกค่ะ มาจุดแรกก็เล่นทำเอาหมดแรงไปตาม ๆ กัน เพราะคลื่นแรงมากกกก ขนาดใส่ชูชีพยังรู้สึกเหนื่อยเลย และน้ำขุ่นค่ะ แต่ก็พอมองเห็นบ้าง แต่ก็ไม่ได้ชัดมาก (ซึ่งบังเปี๊ยกบอกเราว่าวันนี้ดีนะลงดำได้ วันก่อน ๆ จนเมื่อวานจุดนี้ลงดำไม่ได้เลย เพราะน้ำแรงกว่านี้ ไม่รู้ว่าพูดให้เรารู้สึกดีรึเปล่า) บังเปี๊ยกจะบอกเสมอค่ะว่าให้เกาะห่วงยางที่เค้าลาก หรือไม่ก็ว่ายตามเค้า เพราะเค้าจะได้ดูแลง่าย เพราะมีหลายกลุ่ม และที่สำคัญบังเปี๊ยกเค้ารู้จุดค่ะว่าตรงไหนมีอะไร จุดไหนเป็นไฮไลท์
พอดำน้ำจุดแรกเสร็จ ถ้าตามโปแกรมเราต้องไปถ้ำมรกตต่อ แต่ด้วยความที่เราเลท ทำให้ต้องเปลี่ยนโปรแกรมไปทานข้าวกลางวันก่อน โดยบังวุฒิกับบังเปี๊ยกได้พาเรามาที่เกาะกระดาน น้ำใสว้ากกกก วิวสวย อาหารตาก็เลิศ 555 แต่ไม่ได้ถ่ายรูปอาหารมา เสียดายมากกก มื้อนี้เราได้แต่นั่งมองเพื่อน ๆ กินค่ะ (เพราะว่าเมาคลื่นตั้งแต่ลงดำน้ำจุดแรก พอขึ้นเรือจากดำน้ำมานี่มึนเลย ไม่รู้ว่าเพราะคลื่นแรงหรือว่าเพราะนอนน้อย) คือจะอาเจียนก็ไม่อาเจียน สรุปกินอะไรไม่ลง เหมือนได้ลดความอ้วนไปในตัว 555 มื้อนี้เป็นข้าวผัดอเมริกัน และตามด้วยผลไม้คือสับปะรด... เราอยู่บนเกาะนี้กันซักพักใหญ่ๆ เพราะเพื่อนเราหลับ คือไกด์เค้าจัดที่ให้เราอยู่ใต้ร่มไม้ ลมพัดเย็นสบายมากกก มากจนนางหลับ กินแล้วก็นอนอืดดดผึ่งพุง 555 เราก็ถ่ายรูปเล่นกันซักพัก พอนางตื่นก็ไปกันต่อ
มาต่อ ค่ะ มาถึงอันซีนไทยแลนด์ ถ้ำมรกตค่ะ อันนี้ต้องรอดูจังหวะเข้า- ออกค่ะ เพราะมันจะมีช่วงที่ก่อนจะทะลุด้านใน หากมีคลื่นเข้ามา ก็จะทำให้เรากระแทกเพดานถ้ำได้ค่ะ (ซึ่งเจ็บนิดหน่อย ไม่มากค่ะ โดนเองกับตัว 555) ตอนเข้าไป บังวุฒิให้เราต่อแถวเรียงเดี่ยวค่ะ โดยจับเสื้อชูชีพ (ตรงแขนของเพื่อนข้างหน้า) และว่ายตามๆกันไป โดยขาก็ปั่นจักรยานกันค่ะช่วยกันสุดฤทธิ์ เพราะบางจังหวะมีคลื่นพัดเราถอยกลับมา ก็ต้องปั่นๆๆกันต่อได้ใช้แรงสนุกดีค่ะ ระหว่างทางเราเห็นคนว่ายสวนออกมา เราคิดกันในใจจะรีบว่ายออกมากันทำไมนักหนา มันทำให้แรงที่เค้าว่ายกันออกมา น้ำมันพัดเราถอยกลับมา ซึ่งทำให้เราต้องใช้แรงมากขึ้นด้วย และก่อนถึงปากถ้ำด้านใน เพดานมันจะเตี้ยนิดนึงค่ะ ตรงจุดนี้แหละที่ว่าต้องรีบว่ายให้พ้นเพราะหากคลื่นมาตอนนี้ จะทำให้ตัวเราลอยขึ้นไป และหัวเราจะกระแทกเพดานได้ ซึ่งๆๆๆคลื่นมันก็มาตอนเราถึงจุดนั้นพอดีค่ะ โชคดีมว้ากกก ซึ่งก่อนคลื่นถึงตัวเราไกด์ได้บอกเราไว้แล้วค่ะว่าถ้ามีคลื่น ให้เราก้มหัวลงไปในน้ำให้เยอะที่สุด ซึ่งเราว่าเราก็ก้มเยอะแล้วนะ ยังโดนจนได้ค่ะ แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ เจ็บนิด ๆ เจ็บเหมือนมดกันนี้ดดดเดียว (บ่งบอกอายุเลยทีเดียวเพลงนี้ 55) พอเข้าไปได้ก็ถึงเวลาถ่ายรูปค่ะ ไกด์ของเรารู้จุดค่ะ จุดที่ถ่ายย้อนขึ้นไปจะเห็นเป็นหัวใจเลย ซึ่งมุมนี้ไม่มีคนมาถ่ายเลย มีแต่พวกเรานี่แหละ เราเลยคิดเอาเองว่าไม่น่าจะมีคนรู้กันเท่าไหร่
ทีนี้มาถึงตอนจะออกค่ะ ต้องรอจังหวะดี ๆ อีกค่ะ คือต้องลุ้นมาก กลัวคลื่นมา ซึ่งเราก็ไปยืนปากถ้ำซักพัก รอจังหวะค่ะ ทีตอนเรายังถ่ายรูปอยู่นี่ไม่เห็นมีคลื่น ทีพอช้านนจะออกนี่คลื่นซัดกันใหญ่ เลยได้เล่นคลื่นตรงปากถ้ำนั่นแหละค่ะสนุกดีเหมือนกัน พอไกด์ดูแล้วบอกว่าออกไปได้แล้ว ใครพอว่ายน้ำไหวก็ล่วงหน้าไปเลย ส่วนใครไม่ไหวก็เกาะเค้าได้ พอไกด์พูดงี้เราก็รีบเลยสิคะ กลัวคลื่นค่ะ จ้วงสปีดเลยค่ะ คราวนี้นึกถึงตอนที่เราว่าคนอื่นไว้ในใจตอนขาเข้าเลยว่า จะรีบอะไรกันนักหนาห๊ะ มันเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วค่ะ ในใจก็คิดเลยว่าคนที่สวนเข้ามาก็คงว่าเราในใจเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไรไม่โทษกัน เดี๋ยวขาออกเค้าก็คงรู้เอง 555 (จริง ๆ ตอนเข้า-ออก เราถ่ายเป็นวีดีโอมาค่ะ แต่แน่นอน ทำไฟล์เพื่อเอามาลงไม่เป็น ไม่งั้นคงได้ดูคลิปตอนเข้า-ออกกัน เอาไว้ทำได้แล้วจะมาลงเพิ่มอีกที)
พอขึ้นเรือ ก็ไปจุดอื่นกันต่อค่ะ ไปดำน้ำจุดอื่นต่อ แต่คราวนี้เราไม่ได้ลงแล้ว เพราะมึนหัว ไม่รอด แต่เราส่งตัวแทนเราไปคือ กล้องใต้น้ำค่ะ ส่งกล้องให้บังเปี๊ยก และจะเหมือนเราได้ลงไปดำน้ำด้วยเลย 5555 ได้ภาพสวยกว่าเราถ่ายเองเยอะ ... ส่วนเพื่อนเราคนอื่น ๆ ก็ลงไปค่ะ ไปดำน้ำทั้งเกาะห่วงที่บังเปี๊ยกลาก บางคนก็ว่ายตาม
พอดำน้ำจุดนี้เสร็จ ก็มีชะลอเรือเพื่ออธิบายนู่นนี่ระหว่างทาง ซึ่งเราจำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง
พอมาถึงท่าเรือที่เกาะมุกก็ประมาณ 5 โมงเย็นแล้ว ก็มีรถแท๊กซี่ประจำเกาะมารับ ไปส่งถึงที่พักเลย ซึ่งกระเป๋าเสื้อผ้าของพวกเรารออยู่หน้าบ้านพักเราเรียบร้อยแล้ว และนี่คือบ้านพักของเราค่ะ