เคยมั้ย? ที่รักใครมากๆ แต่ต้องเลือกเดินออกมาจากเขาเพราะความต่างทางสังคม

กระทู้คำถาม
เคยได้ยินมาว่า "ความรัก:ถ้าคนรักกันด้วยใจที่แท้จริงและมั่นคงแล้ว ต่อให้เจออุปสรรคใดๆก็จะผ่านมันไปได้"
ไม่ว่าจะในละคร นิยาย ก็มักจะมีข้อความเหล่านี้ให้เห็นผ่านตาอยู่เสมอๆ
แต่ในความเป็นจริงสำหรับ ชีวิตมันไม่ง่าย เราเลิกเชื่อข้อความเหล่านั้นตั้งแต่ได้รักกับผู้ชายคนนึง
แรกนั้น เราไม่รู้จักกัน แต่เมื่อได้มาพบกันก็เกิดความถูกใจ ตอนนั้นความรักสวยงามมากจริงๆ
เราคิดว่าข้อจำกัดทางศาสนา วัฒนธรรม สังคม ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเราเลย
ด้วยที่ทางเขาเป็นคนที่เคร่งทางศาสนามากๆ เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวอย่างจริงจัง
ศึกษาข้อห้าม เตรียมตัวและความพร้อมเพื่อในวันนึงที่เราพร้อมจะแต่งงานกับเขาและเป็นสมาชิกคนนึงในครอบครัวเขา
เวลาผ่านไปเป็นปี ไม่รู้ว่าด้วยความบังเอิญหรืออย่างไร เราสนิทกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่มาทราบภายหลังว่าเป็นญาติของเขา
โดยที่ญาติผู้ใหญ่คนนั้นก็ไม่ทราบว่าเราและเขาชอบพอกันอยู่ เราบังเอิญได้ยินบทสนทนานึง
ที่คุ้นๆว่าจะพูดถึงคนรักของเรา "นี่รู้มั้ย แม่ของ....น่ะ เขาหาว่าที่สะไภ้ไว้แล้วนะ สวย ฐานะทางบ้านก็สมกันดีนะ"
เราก็สะอึกไป แต่ก็เชื่อใจฝั่งของเรา หลายวันต่อมา มีเหตุที่เขาพาเราไปงานเลี้ยงวันสำคัญอย่างหนึ่ง
และที่นั่นก็คือบ้านของคนรักของเรา ตลอดระยะเวลาปีนึงเรายังไม่เคยไปพบครอบครัวของคนรักของเราเลย
มีแต่เขาเล่าให้ฟังว่าครอบครัวเขาเป็นครอบครัวใหญ่ เวลามีงานอะไรก็จะมาเจอกันที
แต่เมื่อมาเห็นกับตาตัวเองแบบนี้ ครอบครัวเขาไม่ได้ใหญ่ธรรมดา แต่ใหญ่มาก มากจนบรรยายไม่ถูก
ญาติพี่น้องของเขามีกระจายอยู่หลายจังหวัด มีทั้งในและต่างประเทศ และมีฐานะที่ไม่ธรรมดา
เราก็ไหว้ผู้ใหญ่ นั่นคือ พ่อและแม่ของคนรัก โดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าเราคือใคร
พักนึง มีผู้หญิงผิวดีหน้าคมหุ่นบางคนนึง เดินอ้อมมาจากด้านหลังเรา แล้วทักทายกันตามธรรมเนียม
พร้อมสวมกอดแม่ของคนรักของเราอย่างสนิทกัน ญาติผู้ใหญ่ที่พาเรามาพูดกับเราเบาๆว่านี่ไงคนที่ จะมาเป็นสะไภ้บ้านนี้
ครู่นึง คนรักของเราเดินออกมาเห็นเราก็แอบอึ้งนิดๆ ก็ไม่คิดว่าเราจะมา เพราะเขาชวนแล้วแต่เราปฏิเสธ
เขาพาเราไปนั่งในวงที่พ่อแม่เขาทานอาหารกันอยู่ เราได้ยินเขาพูดกันในศัพท์ที่เราไม่คุ้นหูและไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
พักนึง คนรักของเราก็แนะนำเรากับพ่อแม่ด้วยเสียงที่เบาว่า "คนนี้แหละครับที่ผมคุยอยู่ ที่เคยเล่าให้ฟัง"
พ่อกับแม่ก็พยักหน้ารับรู้แต่ก็ไม่ได้ยิ้มหรือพูดอะไร แต่หันไปเรียกใครคนนึงที่เพิ่งเดินผ่าน ให้มาร่วมวงด้วยกัน
นั่นก็คือสาวหน้าคมคนนั้น และแนะนำกับคนในวงสนทนาว่าคนนี้จองไว้ให้ลูกชายแต่ง
เราหน้าชาเลย รู้สึกร้อนหัวตาเหมือนน้ำตามันเตรียมจะไหลแล้ว ความรู้สึกมันวูบเหมือนตกตึก
เราเห็นคนรักเรากระตุกชายเสื้อแม่เหมือนขอร้องให้หยุดพูด ผู้คนรอบตัวเราเขาแซวกันเสียงดังยกใหญ่
ว่านี่งานบุญหรืองานเปิดตัวลูกสะไภ้ เราได้แต่ก้มหน้านิ่ง น้ำตาก็ค่อยๆไหล จนญาติผู้ใหญ่ที่พามาสังเกตุเห็น
เราก็ขอให้เขาพาออกจากงาน กลัวว่าถ้าอยู่ต่อไปต้องร้องไห้โฮให้ได้อับอายแน่ๆ
เขาขอโทษขอโพยเราใหญ่โตเพราะไม่รู้ว่าเรากับหลานเขาคุยกันอยู่
หลังจากนั้นหลายวัน เราก็ยังเจอกับคนรักเราตามปกติ แต่เขาเหมือนมีอะไรในใจก็ถามเขา
เขาบอกก็ไม่ยอมบอก ทำตาแดงๆ เราก็เลยต้องไปถามกับญาติผู้ใหญ่ของเขา
ได้ความว่าเขาทะเลาะกับแม่อย่างหนักเรื่องเรา ถึงกับจะตัดขาดจากกัน
ตอนนั้นเรารู้สึกแย่มาก ว่าเป็นต้นเหตุให้เขาทะเลาะกับที่บ้าน
เราก็มาคิด คนสองคนจะรักกันมันยากขนาดนั้นเลยหรือ เรากับเขาต่างกันมากเลยจริงๆสินะ
กับสาวหน้าคมคนนั้น ที่ศาสนาเดียวกัน วัฒนธรรม สังคมความเป็นอยู่ที่เหมือนกันกับเขา
คงเหมาะกว่าเราสินะ คิดแล้วมันท้อ หนทางมันตีบตันไปหมด
จนวันนึงที่คนรักของเราต้องเดินทางไปทำพิธีทางศาสนาที่ต่างประเทศ 1 เดือน
เขาก็มีติดต่อกับเราไม่เคยขาด หลายวันต่อมามีเบอร์แปลกๆโทรเข้ามาเป็นเสียงผู้หญิง
เขาบอกว่าเป็นแม่ของคนรักของเรา บอกให้เราหยุดความสัมพันธ์ไว้แค่นี้
เพราะเขาไปขอลูกสาวเพื่อนมาให้กับลูกชายของเขาแล้ว ใจเราจะขาดรอนๆ
เหมือนโดนมีดคมๆตัดเฉือนเนื้อออกเป็นชิ้นๆ มันปวดทรมานใจมากๆจริงๆ
เราก็ตัดสินใจได้ว่าเพื่อคนรักของเราจะได้ไม่ทุกข์ที่ต้องทะเลาะกับที่บ้าน
แม่ของเขาไม่ต้องมาเครียดเรื่องเรา เราจึงยอมถอยออกมา ไม่รับโทรศัพท์
บล็อคไลน์ อันเฟรนด์เปลี่ยนชื่อเฟส และสุดท้ายคือย้ายที่อยู่
เพราะรักจึงต้องทำแบบนี้ เรื่องนี้มีทางออกแค่1เท่านั้น คือไปจากชีวิตเขา...ทั้งที่ยังรัก
เราทำเพื่อเขาได้เท่านี้จริงๆ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่