JJNY : ปฏิรูปดี๊ดี...ซี้จุกสูญ ส.ผู้เลี้ยงหมู เตรียมฟ้องศาลปกครอง คุ้มครองผลเจรจานำเข้าหมูจากมะกันให้’โมฆะ’

กระทู้คำถาม
ที่ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ จัดงานเสวนาการเกษตรประจำปี 2560 หัวข้อ “อนาคตสุกรไทยในโลก 4.0” ซึ่งจะมีการเสวนาใน 2 ส่วนคือ การแข่งขันของหมูไทยในตลาดโลก และผลกระทบของไทยถ้านำเข้าหมูจากอเมริกา

น.สพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และประธานสหกรณ์การเกษตรปศุสัตว์ราชบุรี จำกัด กล่าวขณะเสวนาว่า สมาคมจัดทำจดหมายเปิดผนึกเสนอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ผ่านเวทีเสวนาและสื่อมวลชน เพื่อคัดค้านการนำเข้าชิ้นส่วนหมูจากสหรัฐฯ รวมถึงขอให้ยกเลิกนำเข้าหมูพันธุ์จากสหรัฐ และยกเลิกการนำเข้าเนื้อวัวที่มีสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐ ทั้งนี้ ในจดหมายเป็นการรวบรวมข้อคิดเห็น ปัญหาต่างๆ และข้อเสนอแนะจากกลุ่มผู้เลี้ยงหมูทั่วประเทศ และอาชีพที่เกี่ยวข้องกับหมู หากรัฐให้นำเข้าหมูจากสหรัฐฯ ทั้งหัวหมู ขาหมู และเครื่องในหมู จะเกิดผลกระทบอย่างมากในทุกมิติภายในประเทศ ตั้งแต่อาชีพและการค้าหมู ที่อุตสาหกรรมมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ยังไม่รวมความเสียหายจากธุรกิจที่เกี่ยวข้อง พืชไร่ และประมง รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภคเรื่องอาหารปลอดภัย เพราะหมูนำเข้าจากสหรัฐฯมีสารเร่งเนื้อแดง จำเป็นที่ภาครัฐต้องให้ความสนใจและพิจารณาข้อดีข้อเสียจากการนำเข้าหมูจากสหรัฐฯ

“จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี จะเสนอข้อดีข้อเสีย ผลกระทบต่อไทย หากปล่อยให้นำเข้าหมูจากสหรัฐฯ เป็นข้อมูลทางวิชาการ ไม่ได้เป็นการต่อต้านรัฐบาล แต่อยากให้พิจารณาจากข้อมูล ว่าจะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง ก่อนที่รัฐบาลจะไปเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้เลี้ยงหมูภาคเหนือ อีสาน กลาง และใต้ ก็ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตลอด เจตนารมณ์ร้องขอให้รัฐบาลทบทวนอย่างรอบคอบต่อการเปิดเสรีนำเข้าหมู เรื่องใช้สารเร่งเนื้อแดงถือว่าผิดกฎหมายไทย สมาคมฯเตรียมฟ้องศาลปกครอง เพื่อให้คุ้มครองการไปเจรจาของรัฐบาลไทยกับสหรัฐเรื่องนำเข้าหมู คุ้มครองให้การเจรจานี้ หากตกลงนำเข้าให้ถือเป็นโมฆะ ขณะนี้สมาคมมีกองทุนที่ให้สมาชิกและผู้สนใจบริจาคไว้เป็นทุนต่อสู้ทางกฎหมายกับการคัดค้านนำเข้าหมู ” น.สพ.วิวัฒน์ กล่าว

น.สพ.วิวัฒน์ กล่าวว่า สมาคมฯทราบว่านายกฯจะไปเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ วันที่ 2-4 ตุลาคม และวาระเจรจาหนึ่งในนั้นคือสหรัฐฯขอให้ไทยนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องใน ซึ่งคนอเมริกาไม่บริโภคและมีสารเร่งเนื้อแดงปน การจัดงานเสวนาครั้งนี้ก็เพื่อ

1.สอบถามเหตุผลจากรัฐบาล หากจะอนุญาตให้นำเข้าจากสหรัฐ เพราะเกษตรกรได้ยื่นหนังสือถึงสอบถามถึงเหตุผลต่างๆ ไปยังกระทรงพาณิชย์หลายครั้ง แต่ไม่ได้รับคำตอบสักครั้ง หากมีเหตุผลที่ดี สมาคมฯก็ยินดีรับฟัง

2. เพื่อเป็นกำลังใจให้นายกฯ หากรัฐบาลไทยถูกกดดันอย่างหนักจากสหรัฐฯ ขอให้ท่านคิดว่าประชาชนไทยยืนเคียงข้างเสมอ เมื่อหาคำตอบจากกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ อาจด้วยเหตุผลถูกกดดันจากสหรัฐ

3. เพื่อให้เห็นข้อมูลว่าคนไทย นักวิชาการไทยไม่ยอมรับการใช้สารเร่งเนื้อแดงเลี้ยงสัตว์ แต่สหรัฐฯทำให้การใช้สารเร่งเนื้อแดงถูกต้องตามมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (โคเดกซ์) หากประเทศใดขัดขืนนำเข้าจะฟ้ององค์การการค้าโลก มี 153 ประเทศไม่ใช้สารเร่งเนื้อแดง แต่สหรัฐก็กดดันให้นำเข้า

4. เพื่อให้ข้อมูลว่าสหรัฐฯ ใช้สารเร่งเนื้อแดง พืชจีเอ็มโอเลี้ยงสัตว์ เป็นการอุดหนุนเกษตรกรสหรัฐ แต่ไทยมีเศรษฐกิจพอเพียง ต้นทุนของไทยยสูงกว่าไม่ใช้สารเร่งเนื้อแดง ดังนั้น เป็นความไม่ยุติธรรมส่งเนื้อหมูจากสหรัฐมาให้ไทย

5. เพื่อเป็นการส่งสารถึงนายทรัมป์ว่า คนไทยเคารพและรักชาวอเมริกันเสมอมา ไทยให้ความร่วมมือสหรัฐในข้อตกลงหลายอย่างร่วมกันมานาน หากไทยนำเข้าเศษชิ้นส่วนหมูมาจะทำให้ไทยส่งผลต่อการล่มสลายด้านการเกษตรของไทย ขอมหามิตรอย่างสหรัฐฯ คิดถึงความดีเก่าๆ ที่อุปถัมภ์ค้ำชูกันมาก อย่าบังคับให้ไทยกินของเหลือ และ

6.เพื่อสร้างความรักความเข้าใจของผู้เลี้ยงหมูและเกษตรกรไทย ขณะนี้เกษตรกรไทยก็เผชิญกับราคาพืชผลตกต่ำอยู่แล้ว ขอให้คณะรัฐบาลไทยที่ไปอเมริกาครั้งนี้มีความสงสารเกษตรไทย ไม่ตัดสินใจนำเข้าชิ้นส่วน หัวขาของหมูจากสหรัฐ ซึ่งมีสารเร่งเนื้อแดง

น.สพ.วิวัฒน์ กล่าวว่า ในหมู 1 ตัวน้ำหนักประมาณ 100 กิโลกกรัม เป็นน้ำหนักของซากประมาณ 90.9 กิโลกรัม ปัจจุบันในแต่ละปีคนไทยบริโภคส่วนเฉพาะเนื้อหมูรวม 756 ล้านกิโลกรัม(กก.) คิดเฉลี่ยออกมาเป็น 14 กก.ต่อคนต่อปี คิดจากฐานประชาการที่บริโภคหมูได้ 54 ล้านคน ในส่วนขา เครื่องใน บริโภครวม 490 ล้าน กก. คิดเฉลี่ย 7.4 กก.ต่อคนต่อปี ซึ่งในไทยการผลิตหมูเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ ขณะเดียวกันหมู 1 ตัว น้ำหนัก 100 กก. ใช้อาหาร 330 กก. ซึ่งอาหาร 70% ทำมาจากปลายข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดรวมกัน 25% จากถั่วเหลือง เป็นต้น หากจะมีการนำเข้าหมูจากสหรัฐจะสร้างความเสียหายทั้งวงจรรวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท ดังนั้นเอกราชของเกษตรกรไทย อยู่ในกำมือของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมเลี้ยงหมูในประเทศนี้ เกิดจากทุนไทย 100% เกิดจากเกษตรกร รัฐบาลควรจะสนับสนุนให้คนไทยอยู่ได้ ไม่ใช่เปิดให้ต่างชาติเข้ามา ในการเจรจาระหว่างประเทศเรื่องแรกที่ต้องดู คือ ท่านเข้มแข็งพอป้องกันตนเองหรือไม่ หลายประเทศ เช่น ชาวนาญี่ปุ่นไม่ยอมหากจะนำเข้าข้าวไป และในการเจรจาระหว่างประเทศมีเทคนิคหลากหลาย การต่อรอง การประวิงเวลา ตนเองเคยมีประสบการณ์การเจรจาระดับประเทศมาหลายแบบ

“หากครั้งนี้รัฐบาลไทยยอมถอยให้แก่สหรัฐ หากนำเข้าหมู อุตสากรรมการเลี้ยงหมูของไทยจะล่มสลาย ชิ้นส่วนหมูของสหรัฐที่นำเข้ามาเป็นขยะของเขา และราคาหมูนั้น ไทยสู้ไม่ได้ ต้นทุนเขาถูกกว่า และไม่เพียงส่งผลต่อการเลี้ยงหมูของไทย แต่จะกระทบทั้งอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ พืชไร่ มีหลายหมื่นหลายแสนครัวเรือนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะได้รับผลกระทบ และภาคการเงินที่ปล่อยสินเชื่อให้กับฟาร์มเลี้ยงหมู เกษตรกร ก็จะมีปัญหาแน่นอน” นายประพัฒน์ กล่าว

สพ.ญ.วราพร พิมพ์ประไพ ภาควิชาสัตวแพทยสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ไทยตั้งเป้าหมายเป็นครัวของโลก ไม่ได้หล่อเลี้ยงเฉพาะคนในประเทศ แต่รวมถึงคนทั้งโลก จุดขาย คือ อาหารปลอดภัย คุณภาพดี เป็นโอกาสที่ควรรักษาไว้ การที่จะบอกว่าเป็นครัวโลกจะทำอย่างไร การจะไปเจรจาก็จะต้องคำนึงถึงจุดนี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่