“นพดล” ชี้ ความเร่งด่วนของประเทศคือการทำงานให้สำเร็จ ไม่ใช่จำนวนแผนยุทธศาสตร์
วันที่ 29 กันยายน 2560 นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า
เห็นรายชื่อกรรมการจัดทำร่างยุทธศาสตร์แล้วไม่ขอวิจารณ์ตัวบุคคล ที่มา และการมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ แต่เราต้องบอกความจริงกับคนไทยว่า ความสำเร็จมาจากการทำงานหนักและประสิทธิภาพของคนทำ ไม่ใช่ความขยันในการพูดหรือจำนวนแผนที่ร่างกันขึ้นมา เราเคยตั้งคำถามไหมว่าประเทศมีหน่วยงานด้านการวางแผนและมียุทธศาสตร์ด้านต่างๆ เต็มไปหมด แต่ที่เราขาดคือการนำแผนไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังใช่หรือไม่ เช่น เรื่องคุณภาพการศึกษา ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ เป็นต้น เราพูดเรื่องเหล่านี้มานาน และไม่เคยขาดแคลนแผนต่างๆ แต่วันนี้การพูดเรื่องเหล่านี้ยังทันสมัยอยู่ เพราะอะไร เพราะปัญหาเหล่านี้ยังมีอยู่ใช่หรือไม่ ความสามารถและประสิทธิภาพของบุคคลและหน่วยงานคือสิ่งที่ต้องการใช่ไหม ขนาดบางรัฐบาลที่ผู้เกี่ยวข้องมีอำนาจมากกว่ารัฐบาลอื่น ถามว่าขณะนี้คุณภาพการศึกษามีทิศทางดีขึ้นไหม ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมแคบลงไหม ความปลอดภัยทางถนนดีขึ้นไหม ทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างไร จริงอยู่ เราไม่สามารถแก้ปัญหาชั่วข้ามคืน แต่อย่างน้อยต้องมีทิศทางและความสำเร็จเบื้องต้น ตนเห็นว่าความท้าทายของสังคมไทยอยู่ที่ผลของงานที่เป็นรูปธรรม และการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ดังนั้น ยุทธศาสตร์ที่ต้องการคือยุทธศาสตร์ในการทำงานให้สำเร็จใช่หรือไม่ อยากให้ประชาชนติดตามดูผลงาน และให้เครดิตบุคคลหรือหน่วยงานที่ทำงานสำเร็จ มากกว่าการพึงพอใจกับจำนวนแผนที่ร่างขึ้น
JJNY : นพดลสอนมวย รบ.แผนยุทธศาสตร์เต็มไปหมด พูดเยอะแล้ว แต่ไม่เคยมีใครทำสำเร็จ
วันที่ 29 กันยายน 2560 นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า
เห็นรายชื่อกรรมการจัดทำร่างยุทธศาสตร์แล้วไม่ขอวิจารณ์ตัวบุคคล ที่มา และการมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ แต่เราต้องบอกความจริงกับคนไทยว่า ความสำเร็จมาจากการทำงานหนักและประสิทธิภาพของคนทำ ไม่ใช่ความขยันในการพูดหรือจำนวนแผนที่ร่างกันขึ้นมา เราเคยตั้งคำถามไหมว่าประเทศมีหน่วยงานด้านการวางแผนและมียุทธศาสตร์ด้านต่างๆ เต็มไปหมด แต่ที่เราขาดคือการนำแผนไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังใช่หรือไม่ เช่น เรื่องคุณภาพการศึกษา ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ เป็นต้น เราพูดเรื่องเหล่านี้มานาน และไม่เคยขาดแคลนแผนต่างๆ แต่วันนี้การพูดเรื่องเหล่านี้ยังทันสมัยอยู่ เพราะอะไร เพราะปัญหาเหล่านี้ยังมีอยู่ใช่หรือไม่ ความสามารถและประสิทธิภาพของบุคคลและหน่วยงานคือสิ่งที่ต้องการใช่ไหม ขนาดบางรัฐบาลที่ผู้เกี่ยวข้องมีอำนาจมากกว่ารัฐบาลอื่น ถามว่าขณะนี้คุณภาพการศึกษามีทิศทางดีขึ้นไหม ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมแคบลงไหม ความปลอดภัยทางถนนดีขึ้นไหม ทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างไร จริงอยู่ เราไม่สามารถแก้ปัญหาชั่วข้ามคืน แต่อย่างน้อยต้องมีทิศทางและความสำเร็จเบื้องต้น ตนเห็นว่าความท้าทายของสังคมไทยอยู่ที่ผลของงานที่เป็นรูปธรรม และการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ดังนั้น ยุทธศาสตร์ที่ต้องการคือยุทธศาสตร์ในการทำงานให้สำเร็จใช่หรือไม่ อยากให้ประชาชนติดตามดูผลงาน และให้เครดิตบุคคลหรือหน่วยงานที่ทำงานสำเร็จ มากกว่าการพึงพอใจกับจำนวนแผนที่ร่างขึ้น