ไปญี่ปุ่นมาครั้งแรก มีปัญหาแบบนี้ ครั้งหน้าควรไปเมืองไหน และจัดทริปยังไงดีคะ

สวัสดีค่ะ
เราเพิ่งตั้งกระทู้ครั้งแรก เพื่อจะมาถามคำถามนี้เลยค่ะ
เราและครอบครัวเพิ่งกลับมาจากไปเที่ยวที่โอซาก้ามาค่ะ ประทับใจมากกกกกก
...อยากไปอีก...
โดยครั้งนี้ คุณแม่เป็นคนวางโปรแกรม ว่าแต่ละวันจะไปไหนบ้าง
ด้วยที่ตัวเราไม่ค่อยได้มีเวลาว่างยาวๆเพื่อไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวได้บ่อย (เพราะ รร. ค่ะ)
คุณแม่ก็วางทริปแบบจัดเต็มเลยค่ะ เดินเยอะมาก โดยตัวเรากับแม่ก็ชอบเดินเที่ยวตะลอนๆแบบนี้อยู่แล้ว
แต่พ่ออ่าค่ะ เค้าปวดขาปวดหลัง เมื่อย ไม่เดิน ไม่ไหว คือกลายเป็นผู้สุงอายุไปแล้วล่ะค่ะ (คุณพ่ออายุ 55 ปี คุณแม่ 45 ปีค่ะ)
ดูออกว่าคุณพ่อเบื่อกับ ทริปนี้ เพราะสังเกตว่าท่านจะแอบบ่นตลอดว่า "ตื่นตั้งแต่ตี 5 เหมือนไปทำงานเลยนะเนี่ย" ..."ฉันว่าปลาดิบที่ไทยมันอร่อยกว่านะ"
..."ตลาดนี้เหมือนเยาวราชเลยนะ 555" แล้วคือคุณแม่เค้าแบบ "เอ้านี้วางแผนมาแต่เธอไม่ชอบก็..บลาบลาบลา" แล้วทริปมันค่อนข้างน่าเบื่อสำหรับพ่อมากเลยอ่าค่ะ ตอนเที่ยววัดที่มีเสาแดงๆ (ขอโทษค่ะจำชื่อญี่ปุ่นไม่ได้) พ่อแม่หนูทะเลาะกันจนถึงสถานีรถไฟเลยอ่ะ

คือตอนนี้เราอายุ 20 ปีหน้าเรียนจบตั้งใจว่า จะพาพวกท่านไปเที่ยวอีกให้ ไปทำให้สนุกให้น่าประทับใจให้ได้ เลยจะมาขอคำแนะนำค่ะว่าถ้าไปญี่ปุ่นคราวหน้า กับพ่อที่เดินเยอะไม่ไหวและแม่ ควรไปที่ไหนดี และควรจะจัดทริปแบบไหน ตามเงื่อนไขต่อไปนี้ค่ะ:
1. ไม่อยากไปกับทัวร์ คุณแม่เป็นคนที่เจ้าระเบียบ มาตรฐานเรื่องมารยาทสูงมาก (เห็นพฤติกรรมของผู้คนที่น่าเคืองใจ ไม่น่าจะอารมณ์ดีค่ะ)
2. ที่ๆมีที่เที่ยวที่คิดว่าพ่อกับแม่ (หรือผู้ใหญ่ทั่วไป) ไปแล้วประทับใจ
3. ที่ๆมีกิจกรรมอย่างอื่นที่น่าทำมากกว่าแค่ไปถึงถ่ายรูปสวยๆ ซื้อขนมแล้วก็กลับที่พัก

ต้องขอโทษด้วยที่อาจจะเล่าสถานการณ์ไม่ค่อยเคลียร์นะคะ
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกคำตอบค่ะ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 10
โห อันนี้ยากหน่อยเลย คือการจะเป็นคนทำทริปนี่สิ่งที่ต้องเตรียมเลย คือ
1. แผนสำรอง A B C D
2. จิตใจเข้มแข็งห้ามเฟลเด็ดขาดไม่ว่าแผนจะล่มไปกี่แผน หรือมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ตาม ครอบครัวจะมีหน้าบูดๆ บ้างก็ต้องยิ้มสู้ แล้วทำให้เค้าเลิกงอนเลิกเบื่อให้ไวที่สุด

ขอเล่าหน่อยแล้วกันค่ะ

ครั้งแรกเราไปโอซาก้าเหมือนกันค่ะ เนื่องจากเป็นการไปญี่ปุ่นครั้งแรกทั้งของตัวเองและครอบครัว เรายังไม่เข้าใจสภาพของครอบครัวเราดีพอ วางแพลนแน่นเว่อร์ + ขี้เหนียวเรื่องเดินทางด้วย สรุปแล้วจบทริปเป็นเราเองที่เฟลค่ะ แต่ครอบครัวสนุกสนานกันดี เพราะเราตามใจ เที่ยวเหนื่อยไม่อยากไปแล้วก็หยุด ถ้าดูแล้วไม่ไหวจริงๆ แท้กซี่ค่ะ เสียดายเงินค่าตั๋วแบบ one day แค่ไหนก็ต้องตัดใจ (600 เยนมันแพงนะคะ! แถมต้องมาเสียค่าแท้กซี่อีก ฮือ) บอกว่าหิวข้าวปุ๊บถ้าร้านที่เล็งไว้อยู่ไกลตัดทิ้ง เลี้ยวเข้าร้านไหนก็ได้ที่พอดูได้ พอเราจะไปชอปปิ้งก็พาคุณพ่อกับคุณแม่ให้ไปอยู่ที่สตาร์บัค สั่งน้ำสั่งขนมมาวางกองเต็มโต๊ะ ส่วนตัวเองไปแบบรีบๆ กลัวซื้อของนานเค้าจะเบื่อ คือหลายอย่างค่ะ ทุกอย่างที่ทำคือคุณพ่อคุณแม่ต้องมาก่อน จะนั่งตรงไหนอยู่ยังไงสบายหรือยัง หิวมั้ย

รอบสองเราไปซัปโปโร เลยเอาข้อบกพร่องของทริปที่แล้วมาแก้ ทุกการเดินทางในเมืองซัปโปโรแทกซี่หมดค่ะ จะได้ไม่ต้องเดินไปรถไฟใต้ดิน เพราะกลัวสถานีจะไกล+ใหญ่เหมือนโอซาก้า จะไปไหนเรียกแท้กซี่จากหน้าโรงแรมไปส่งเลยค่ะ ตัดปัญหาเรื่องการจะต้องมาเดินแล้ว พอเดินไม่ไหวก็ต้องนั่งแทกซี่ เสียดายค่าตั๋ววันเดย์ค่ะ คิดซะว่าเอามาเป็นค่าแทกซี่ได้ 2-3 เที่ยวต่อหนึ่งวันดีกว่า มีที่เดินคือเดินจากโรงแรมไปขึ้น JR เพื่อจะไปต่างเมือง ซึ่งสถานี JR ก็ใกล้โรงแรมมากๆ แต่เรายังมีปัญหาเรื่องแพลนแน่นอยู่ เพราะรอบนี้เราไปน้อยวัน เลยอยากเก็บให้ครบๆ แต่ทำไม่ได้ค่ะ ฮา วันแรกกลับถึงที่พักปุ๊บ เราบอกว่า ตื่นตีห้านะพรุ่งนี้ คุณแม่เราบอกทันทีเลยว่าไม่ เราเงิบค่ะ ต้องไปนั่งแก้แพลนใหม่เลยคืนนั้น สรุปตื่นกันเจ็ดโมงค่ะ แถมมีทำกระเป๋าหายต้องตามหากันให้วุ่นวายไปสถานีตำรวจอีก แต่แพลนฉุกเฉินก็ยังรันได้ค่ะ ฮ่าๆ นั่งรถไฟเลทจากเที่ยวที่ตั้งใจไว้ 5 ชม เอง Y^Y

โดยสรุปคือประเทศญี่ปุ่นน่าไปหมด ถ้าให้ระบุเมืองเลย เราว่าค่อนข้างยาก ต้องถามครอบครัวก่อน ว่าอยากไปดูอะไรแบบไหน แล้วคุณพ่อคุณแม่เราชอบแบบไหน อย่างซัปโปโรของเรา เราไปเพราะมันมีงานเทศกาลฤดูร้อน ซึ่งครอบครัวเราชอบมากค่ะ ประทับใจมาก เราชอบการเที่ยวงานแบบเทศกาลแบบนี้อยู่แล้ว คือเจ้าของกระทู้ต้องหาจุดร่วมกันก่อน ว่าที่บ้านอินกับอะไร บางครอบครัวอาจจะไม่อิน คนเยอะ แห่อะไรกันก็ไม่รู้ อะไรแบบนี้ค่ะ

2. ที่ๆมีที่เที่ยวที่คิดว่าพ่อกับแม่ (หรือผู้ใหญ่ทั่วไป) ไปแล้วประทับใจ
- ยากสุดเลยคำถามนี้ บางที่ที่คิดว่าผู้ใหญ่จะชอบ เค้าก็ไม่ชอบค่ะ เช่นทุ่งดอกไม้เมือง Furano ที่นั่งรถไปไกลมากก บ้านเราไม่อินเลยค่ะ T_T เสียใจ 555 แต่เมืองเล็กๆ อย่างฮาโกดาเตะ กลับเป็นเมืองที่ครอบครัวเราชอบมากค่ะ (คงเพราะไปตอนงานเทศกาลฤดูร้อนด้วย) ที่เราประหลาดใจคือห้างสรรพสินค้าตรงสถานี JR ปกติอยู่ไทยครอบครัวเราไม่ค่อยเดินห้างค่ะ อาจเพราะว่าต้องทำงานกัน รีบๆ เดิน รีบๆ ซื้อของทำธุระแล้วไปทำงานต่อ แต่พอเป็นพวกไดมารูนี่ โอโห เดินกันสนุกเลยค่ะ กี่ชั้นก็ว่ากันไป ใช้เวลาไปครึ่งวัน อดเที่ยวโอตารุเลยค่ะ ไปถึงร้านดังๆ ปิดทั้งเมือง T_T (แต่ไม่เป็นไรงวดหน้าๆ)

- อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะคะ เราว่าผู้ใหญ่ชอบทานของอร่อยค่ะ ในหนึ่งวัน ควรจะมีมื้อพิเศษสักหนึ่งมื้อ เป็นร้านที่ครอบครัวไปแล้วต้องว้าว คนอิ่มท้องมักจะอารมณ์ดี งอนน้อยลงค่ะ อิอิ อย่างตอนไปโอซาก้าคือพวกร้านสเต็กที่โกเบค่ะ ส่วนซัปโปโรคือร้านอาหารทะเลที่ฮาโกดาเตะ กับร้านซูชิจานหมุนที่โอตารุ หรือร้านเนื้อย่างเจงกีสข่านที่ซัปโปโรค่ะ ร้านอาหารที่แพลนไว้ จากใจเลยนะคะ ถ้าไม่ได้จองไว้ อย่าไปร้านที่ดังแล้วมีขนาดเล็กค่ะ ถึงแม้เค้าจะเล่าลือกันว่ามันอร่อยแค่ไหนก็ตาม ให้ไปร้านที่ใหญ่ รอคิวไม่นานมากแทนค่ะ รสชาติถึงจะต่างกัน แต่เชื่อเถอะค่ะว่ามันก็ยังอร่อยอยู่ดี หรือถึงจะเป็นร้านที่เค้าบอกว่าจุกจิกเก็บค่าอะไรไม่รู้เพิ่ม (ร้านอาหารทะเลที่ไปมีค่าออเดิฟค่ะ 500 เยนต่อคน) จ่ายไปเถอะค่ะ เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใหญ่ เราเคยพาที่บ้านไปนั่งรอคิวร้านดัง ครึ่งชั่วโมงได้ แค่นั้นก็เบื่อกันจะแย่แล้วค่ะ แล้วความเบื่อมันพาลให้ความอร่อยของอาหารลดลง แบบก็ไม่เห็นจะอร่อยขนาดนั้นเลย น่านน เป็นแบบนั้นไปอีก

3. ที่ๆมีกิจกรรมอย่างอื่นที่น่าทำมากกว่าแค่ไปถึงถ่ายรูปสวยๆ ซื้อขนมแล้วก็กลับที่พัก
- จุดนี้คือยากที่สุดค่ะ กิจกรรมเนี่ย คือคุณพ่อกับคุณแม่เราก็อายุเยอะกันแล้ว จะให้ท่านไปเล่นเครื่องเล่นอะไรอย่างนี้ไม่อินแน่นอน ถ้าไม่ใช่แนวแบบคุณแม่คุณแม่สายวัยรุ่นมากจริงๆ เราเลยใช้วิธีการดึงเทศกาลมาเป็นตัวสร้างความสนุกสนาน หรือไม่ก็การไปพักเรียวกังจะเป็นอะไรที่ผู้ใหญ่ชอบมากกค่ะ ใส่ยูกาตะแล้วไปเดินรอบๆ เรียวกังนี่ฟินสุดแล้วของเค้า หรือมื้ออาหารพิเศษอย่างที่บอกไปก็ถือเป็นกิจกรรมนะคะ ผู้ใหญ่ที่บ้านเราอินกับการเสิร์ฟอาหารเช้าของเรียวกังที่จะมาเป็นหม้อส่วนตัวของแต่ละคนมากๆ แล้วก็ชอบการทำเทปันยากิแบบโกเบมากด้วยค่ะ กับร้านอาหารทะเลที่ฮาโกดาเตะนี่คือเค้าว้าวมากเหมือนกัน คือเค้าช้อนกุ้งจากบ่อกลางร้านมาใส่หม้อแล้วมาต้มกันบนโต๊ะเราเลย ผู้ใหญ่ก็จะแบบ โอ๊ย สดอะไรขนาดนี้

- อีกอย่างคือการกลับที่พักไวเป็นเรื่องโอเคนะคะ เพราะคุณพ่อกับคุณแม่เรานอนไว สี่ทุ่มก็ควรถึงที่พักแล้ว ไม่ให้เค้าเหนื่อยจนเกินไปค่ะ แต่ถ้าที่พักมีอะไรให้ค้นหาก็จะยิ่งดีไป แต่รอบล่าสุดที่ซัปโปโรนี่อุตส่าห์จองโรงแรมแบบมีห้องอาบน้ำเป็นบ่อแช่ใหญ่ เค้าก็ไม่ไปบอกขี้เกียจ จะนอน
เราเลยไปแช่คนเดียว เสียใจ อุตส่าห์เลือกโรงแรมนี้เพราะออนเซนเลย 55+ กลัวกลับโรงแรมแล้วไม่มีอะไรจะทำกัน สรุปเค้าจะนอน T T

ถ้าเจ้าของกระทู้จะแพลนเองก็ อย่างที่บอกเลยค่ะ แพลนสำรอง หนังสือเที่ยวพกไว้กับตัวค่ะ มือถือแบทต้องเต็มไว้ hyperdia ค่ะ พร้อมกับจิตใจที่ห้ามเฟลค่ะ ไม่ว่าจะยังไงคุณพ่อคุณแม่จะงอนบ้าง งอแงหน้าบึ้งบ้าง หาทางแก้ปัญหาให้ไวค่ะ เดินไม่ไหว แท้กซี่ หิว กินข้าว ของหนัก ล้อคเก้อร์ สามร้อยเยน สี่ร้อยเยนหยอดไปเลยค่ะ เลือกเอาตู้ใกล้ๆ ที่เราสะดวกมาเอาของได้ (ล่าสุดคือของเยอะจนเราช่วยแบกไม่ไหว ขนาดเราถึกมากนะคะ 55)  ไปกับครอบครัวสิ่งที่ต้องเตรียมไว้คือ งบห้ามแน่น อย่ารัดเข็มขัดมาก เพราะจะมีเหตุผลให้ต้องใช้เงินเกินงบได้ตลอดเวลาเลยจริงๆ ตีงบเผื่อๆ ไว้เลยค่ะ

สุดท้ายสู้ๆ นะคะขอให้เป็นทริปที่ประทับใจค่ะ งวดหน้าถ้าไปอีกเราจะไม่แพลนจนแน่นอีกแล้ว จะเลือกเมืองให้หลวมๆ แพลนแบบโลภๆ อยากไปเก็บหลายที่ก็เท่านั้นค่ะ เพราะสุดท้ายก็ไปไม่ครบอยู่ดี Y_Y (แพลนแน่นๆ เดินเยอะๆ ต้องไปคนเดียวหรือกับเพื่อนสนิทแบบมากๆ ที่โอเคกับความแน่นของแพลน สนุกไปอีกแบบค่ะ ตัวปลิวเลยบอกตรงๆ เดินกันแบบขาหลุดอะวันๆ นึง ฮ่าๆ)

ปล ถ้าจะไปซ้ำโอซาก้าอีก เราแนะนำเมืองคิโนะซากิไว้เป็นทางเลือกนะคะ เราประทับใจเมืองนี้มากเลยค่ะ อีกอย่างคือเราว่าเกียวโตมีอะไรให้ค้นหาเยอะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ชมเมืองนี้ก็ลองหามุมมองใหม่ของเกียวโตดูนะคะ เม้นยาวไปหน่อยแต่หวังว่าจะช่วยได้นะคะ สู้ๆ ค่ะ ^^v
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่