วันสบาย ๆ ที่ Primošten

กระทู้สนทนา
นับแต่โครเอเชียได้เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปเมื่อ ๒๕๕๖ และมีสายการบินต้นทุนต่ำมาลง ประกอบกับเป็นสถานที่ถ่ายทำละครโทรทัศน์ชื่อดังอย่าง Game of Thrones การท่องเที่ยวโครเอเชียก็ได้เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นคือสิ่งที่ผมสังเกตเห็นได้ชัดจากการมาเยือนประเทศนี้ทั้งหมด ๓ ครั้งด้วยกัน

แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการแสวงหา hidden gems ของผม

เมื่อคราวที่มาเยือนโครเอเชียเป็นครั้งที่ ๒ ผมพักอยู่ที่เมืองตากอากาศชื่อดังนามว่า Split (สปลิต) ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางของประเทศที่ทอดตัวยาวไปตามชายฝั่งทะเลเอเดรียติก เพื่อเป็นฐานในการไปเยือนเมืองต่าง ๆ ในโครเอเชีย รวมทั้งประเทศบอสเนียด้วย
ในครั้งนั้น ผมตั้งใจจะไปเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติ Krka (เครอ-ก้า) ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำตกและทะเลสาบไม่แพ้อุทยานแห่งชาติ Plitvice (พลิต-วิท-เสะ) ที่เป็นที่รู้จักของคนไทยบ้างแล้ว

แต่พอแค่นึกภาพว่า ต้องไปเจอนักท่องเที่ยวมากมายเพียงใด ผมก็เปลี่ยนใจกลางทาง ลงจากรถเมล์ที่หมู่บ้าน Primošten แทน
เป็นการค้นพบ hidden gem โดยบังเอิญ

แต่เดิม Primošten (พรี-มอช-เติน) เคยเป็นเกาะเล็ก ๆ ห่างจากชายฝั่งไม่เท่าไหร่ เป็นบริเวณที่มีป้อมปราการ มีสะพานชักเป็นตัวเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ สกัดกั้นกองทัพชาวเติร์กที่มารุกรานเมื่อเกือบ ๕๐๐ ปีที่แล้ว เมื่อศัตรูถอยร่นไป จึงได้ถมทะเลสร้างทางเชื่อม พร้อมกับการตั้งถิ่นฐานที่ได้รับการขนานนามว่า Primošten โดยมาจากคำกริยาในภาษาโครแอท "premostiti" ที่แปลว่า เชื่อมโยง

ตัวเมืองมีโบสถ์นักบุญจอร์จตั้งอยู่บนยอดเขาใจกลางเมือง มองเห็นวิวโดยรอบ

ความจริงแล้ว Primošten ไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวมากนัก แต่ผมชอบบรรยากาศโดยรวมของเมือง เดินได้สบาย ๆ ร้านขายของที่ระลึกขายของแปลกใหม่ ดูไม่ใช่สินค้าอุตสาหกรรมที่ขายอยู่ดาษดื่น

ที่สำคัญ ที่นี่ผมมีความรู้สึกว่ามีหาดส่วนตัวจริง ๆ ทั้งครึ่งวันเช้า (แทบ) ไม่มีใครเลยนอกจากผมที่เดินเล่นบนหาดกรวดหินสีขาวตัดกับทะเลสีฟ้าใสใกล้ฝั่ง ก่อนจะเปลี่ยนสีเป็นน้ำเงินเข้มโดยพลันด้วยความลึกที่เปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน โดยมีตัวเมืองที่ประกอบด้วยบ้านเรือนหลังคาสีส้มลดหลั่นไปตามเนินขาเป็นฉากหลัง

ผมเหลือบไปเห็นเก้าอี้ชายหาดเลยเดินเข้าไปใกล้ มีป้ายบอกให้หยิบไปได้เลย แล้วจะมีคนมาเก็บเงิน ผมก็เอาลากเอามานั่งอาบแดดคนเดียวเพลิน ๆ สายลมเย็นสบายพัดโชยคลอเคลียชโลมร่าง จนไม่รู้สึกว่า กำลังถูกย่างเผากลางแดด

สักพัก ก็ไปซื้อไอศกรีมรสโกโก้ใส่โคนมากิน นั่งสบาย ๆ ริมหาด จนแล้วจนเล่า ก็ไม่มีคนมาเก็บเงินค่าเก้าอี้ชายหาด จนผมต้องเดินไปจ่ายเอง
มื้อเที่ยง กินพิซซ่าจนอิ่มท้อง ก่อนจะนั่งรถกลับ Split

เป็นการท่องเที่ยวที่ผมรู้สึกผ่อนคลายที่สุดครั้งหนึ่ง...
-----------------------------------------------------
ใครสนใจการเรียน การทำงาน และการท่องเที่ยวแนว hidden gems ในยุโรป ก็ขอเชิญไปเยี่ยมชมหรือพูดคุยกันได้ที่เฟสบุ๊คแฟนเพจครับ https://www.facebook.com/IRememberEurope/
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่