ส่วนตัวรู้ตัวว่าเป็นคนแข็ง พูดตรง
เพิ่งจบใหม่ค่ะ
ปีแรกทำงานที่แรก ทำเซลล์ได้ดี
แต่มีปัญหากับเพื่อนร่วมงานบ่อย คือเราไม่ได้ไปมีปัญหากับเขาหรอก แต่จะได้ยินลับหลังลอยมา
ว่าเขาอิจฉาที่เราทำได้ดี แล้วก็พูดกะแหนะกระแหน
คือเราก็รู้ตัวว่าเป็นคนอีโก้สูง ก็พยายามปรับ
แต่ด้วยเป็นคนที่ไม่ได้สุงสิงกับใครนอกทีมอยู่แล้ว
เราก็จะได้ยินลอยลมมาเรื่อยๆ อาศัยความสตรอง
และพยายามไม่สู้รบปรบมือกับใคร ปล่อยให้ผลงานพิสูจน์ตัวตน จนได้เลื่อนเป็นหัวหน้างานคุมทีมลูกน้อง
ประมาณ 4-5 คน ก่อนที่ลูกน้องจะล้มหายตายจากด้วย
สาเหตุต่างๆ เรารู้สึกอยู่นี่เริ่มไม่โอเคแล้ว เลยขอนายออก แต่ก็จากกันด้วยดีค่ะ ออกแล้วก็มีกลับไปเยี่ยมบ้าง ตามงานปาร์ตี้บ้าง จนตอนนี้รุ่นพี่เก่าๆก็ออกกันหมดแล้ว แต่ความสัมพันธ์กับพี่ๆกลุ่มเดิมก็ยังโอเคค่ะ
ปีที่สองเราย้ายสายงานค่ะ มาทำเกี่ยวกับเครื่อง
อันนี้ เมเนเจอร์เราเป็นจุฬา ใบ มหิดลใบ เราธรรมศาสตร์ ต้องเรียนรู้งานใหม่หมดค่ะ
เป็นงานขายสินค้าในนิคม ซึ่งโปรดักเราขายยากมากในนิคม คู่แข่งเยอะ แบบเราปล่อยเช่าเครื่องลูกค้าขั้นต่ำ 5,000 คู่แข่งมา 2,000 แบบนี้เลย เทรนอยู่ 1 เดือนเข้าเขต ตายค่ะ ขายไม่ได้จริงๆ เมเนเจอร์เราก็ไม่ชอบคนขี้ถามค่ะ ตอนนั้นเรา อายุ 24 ได้ เราผิดไปแล้วจริง เราเข้าใจว่าเป็นเซลล์ใหม่ต้องรีบเรียนรู้เลยถามมันทุกอย่างเพราะเราไม่รู้ สุดท้ายต่อสัญญาได้ 2 ตัว แต่เมเนเจอร์บอกไม่ให้เราผ่าน เพราะต้องการให้ยอดทีมเฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้น ทั้งที่เราทำงานได้ไม่ถึง 3 เดือน ปีนี้เราถอยรถใหม่เพื่อทำเซลล์เลย
งานที่ 3 เรากลับมาทำที่บ้านค่ะ แผนกแรกทำกับญาติ ญาติเราไม่ค่อยสบายค่ะ เราเข้ามาทำที่บ้านก็ต้องเรียนรู้งานใหม่ รวมถึงงานเอกสารด้วย ไม่ชอบก็ต้องทำค่ะ อยู่ได้สักพักก็ขอไปวิ่งงานข้างนอก ก็มียอดกลับเข้ามาบ้างค่ะ แต่ต้องแลกกับการที่ เคิร์กซึ่งเป็นน้องญาติต้องทำงานเยอะขึ้น จนเค้าบ่นค่ะ อีกปีจึงย้ายแผนก
พอย้ายมาอีกแผนก ทุกอย่างดูเป็นไปด้วยดีค่ะ ก่อนหน้านี้เค้าไล่คนในทีมออกไปคนนึง เพราะน้องเค้าเรียนโท และเค้าไม่ค่อยวิ่งงาน แต่ส่วนใหญ่เขาจะผันตัวมาดูสเปคให้พี่ๆในทีมตลอด และค่อยซัพพอร์ตงานเอกสาร พอเราจะย้ายมาเค้าก็บอกว่าน่าจะโอเค เพราะเราวิ่งงาน
แต่ผ่านไปเกือบปีก็มีปัญหาอีกแล้วค่ะ เป็นเรื่องปัญหาระหว่างเขตบ้าง ปัญหาเรื่องเอกสารบ้าง เราเข้าใจว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ซึ่งมันค่อยๆแก้กันไปได้ค่ะ
แต่เหมือนเมเนเจอร์จะฟังจากอีกคนในทีม ประกอบกับเราวิ่งงานข้างนอกบ่อย อะไรๆเริ่มไม่ลงตัว
จนสุดท้ายเราไปเจออีเมล์ที่เมเนเจอร์ส่งให้บอส
ว่าเราเสียๆหายๆ ทั้งที่ต่อหน้าเราพูดค่ะๆ
เรายอมรับเลยว่าเราเสียใจมาก และเสียความรู้สึก
เนื่องจากวันรุ่งขึ้นและก่อนหน้า เค้ายังไลน์มาใช้งานเราอยู่เลย ให้เช็คโน้นนี่ให้ และเราก็พยายามรีบฟอลโล่ให้เขาตลอด
วันนี้มีคำสั่งมาให้ย้ายแผนกอีกแล้ว เหมือนจะให้เราไปดูมาเกตติ้งแทน... คือตอนนี้เราลำบากใจมากๆ ไม่อยากเป็นตัวปัญหาในสายตาใคร
รบกวนพี่ๆให้คำแนะนำด้วยค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
เจอปัญหากับหัวหน้าบ่อยๆ เราเป็นคนไม่ดีใช่มั้ยคะ?
เพิ่งจบใหม่ค่ะ
ปีแรกทำงานที่แรก ทำเซลล์ได้ดี
แต่มีปัญหากับเพื่อนร่วมงานบ่อย คือเราไม่ได้ไปมีปัญหากับเขาหรอก แต่จะได้ยินลับหลังลอยมา
ว่าเขาอิจฉาที่เราทำได้ดี แล้วก็พูดกะแหนะกระแหน
คือเราก็รู้ตัวว่าเป็นคนอีโก้สูง ก็พยายามปรับ
แต่ด้วยเป็นคนที่ไม่ได้สุงสิงกับใครนอกทีมอยู่แล้ว
เราก็จะได้ยินลอยลมมาเรื่อยๆ อาศัยความสตรอง
และพยายามไม่สู้รบปรบมือกับใคร ปล่อยให้ผลงานพิสูจน์ตัวตน จนได้เลื่อนเป็นหัวหน้างานคุมทีมลูกน้อง
ประมาณ 4-5 คน ก่อนที่ลูกน้องจะล้มหายตายจากด้วย
สาเหตุต่างๆ เรารู้สึกอยู่นี่เริ่มไม่โอเคแล้ว เลยขอนายออก แต่ก็จากกันด้วยดีค่ะ ออกแล้วก็มีกลับไปเยี่ยมบ้าง ตามงานปาร์ตี้บ้าง จนตอนนี้รุ่นพี่เก่าๆก็ออกกันหมดแล้ว แต่ความสัมพันธ์กับพี่ๆกลุ่มเดิมก็ยังโอเคค่ะ
ปีที่สองเราย้ายสายงานค่ะ มาทำเกี่ยวกับเครื่อง
อันนี้ เมเนเจอร์เราเป็นจุฬา ใบ มหิดลใบ เราธรรมศาสตร์ ต้องเรียนรู้งานใหม่หมดค่ะ
เป็นงานขายสินค้าในนิคม ซึ่งโปรดักเราขายยากมากในนิคม คู่แข่งเยอะ แบบเราปล่อยเช่าเครื่องลูกค้าขั้นต่ำ 5,000 คู่แข่งมา 2,000 แบบนี้เลย เทรนอยู่ 1 เดือนเข้าเขต ตายค่ะ ขายไม่ได้จริงๆ เมเนเจอร์เราก็ไม่ชอบคนขี้ถามค่ะ ตอนนั้นเรา อายุ 24 ได้ เราผิดไปแล้วจริง เราเข้าใจว่าเป็นเซลล์ใหม่ต้องรีบเรียนรู้เลยถามมันทุกอย่างเพราะเราไม่รู้ สุดท้ายต่อสัญญาได้ 2 ตัว แต่เมเนเจอร์บอกไม่ให้เราผ่าน เพราะต้องการให้ยอดทีมเฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้น ทั้งที่เราทำงานได้ไม่ถึง 3 เดือน ปีนี้เราถอยรถใหม่เพื่อทำเซลล์เลย
งานที่ 3 เรากลับมาทำที่บ้านค่ะ แผนกแรกทำกับญาติ ญาติเราไม่ค่อยสบายค่ะ เราเข้ามาทำที่บ้านก็ต้องเรียนรู้งานใหม่ รวมถึงงานเอกสารด้วย ไม่ชอบก็ต้องทำค่ะ อยู่ได้สักพักก็ขอไปวิ่งงานข้างนอก ก็มียอดกลับเข้ามาบ้างค่ะ แต่ต้องแลกกับการที่ เคิร์กซึ่งเป็นน้องญาติต้องทำงานเยอะขึ้น จนเค้าบ่นค่ะ อีกปีจึงย้ายแผนก
พอย้ายมาอีกแผนก ทุกอย่างดูเป็นไปด้วยดีค่ะ ก่อนหน้านี้เค้าไล่คนในทีมออกไปคนนึง เพราะน้องเค้าเรียนโท และเค้าไม่ค่อยวิ่งงาน แต่ส่วนใหญ่เขาจะผันตัวมาดูสเปคให้พี่ๆในทีมตลอด และค่อยซัพพอร์ตงานเอกสาร พอเราจะย้ายมาเค้าก็บอกว่าน่าจะโอเค เพราะเราวิ่งงาน
แต่ผ่านไปเกือบปีก็มีปัญหาอีกแล้วค่ะ เป็นเรื่องปัญหาระหว่างเขตบ้าง ปัญหาเรื่องเอกสารบ้าง เราเข้าใจว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ซึ่งมันค่อยๆแก้กันไปได้ค่ะ
แต่เหมือนเมเนเจอร์จะฟังจากอีกคนในทีม ประกอบกับเราวิ่งงานข้างนอกบ่อย อะไรๆเริ่มไม่ลงตัว
จนสุดท้ายเราไปเจออีเมล์ที่เมเนเจอร์ส่งให้บอส
ว่าเราเสียๆหายๆ ทั้งที่ต่อหน้าเราพูดค่ะๆ
เรายอมรับเลยว่าเราเสียใจมาก และเสียความรู้สึก
เนื่องจากวันรุ่งขึ้นและก่อนหน้า เค้ายังไลน์มาใช้งานเราอยู่เลย ให้เช็คโน้นนี่ให้ และเราก็พยายามรีบฟอลโล่ให้เขาตลอด
วันนี้มีคำสั่งมาให้ย้ายแผนกอีกแล้ว เหมือนจะให้เราไปดูมาเกตติ้งแทน... คือตอนนี้เราลำบากใจมากๆ ไม่อยากเป็นตัวปัญหาในสายตาใคร
รบกวนพี่ๆให้คำแนะนำด้วยค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ