อ่านกระทู้ของสว หลายๆท่านแล้ว ได้ข้อคิดว่า คนเราจะสุขจะทุกข์มันอยู่ที่ใจจริงๆและจะติดมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆสาวๆ

กระทู้คำถาม
คือถ้าเป็น สว ที่อารมณ์ดี ก็ไม่ใช่เพิ่งมาอารมณ์ดี แต่จะดีมาตั้งแต่หนุ่มๆสาวๆแล้ว
คนที่วิตกกังวลขี้ระแวง ฉุนเฉียวก็เหมือนกัน  ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนั้น มาตั้งแต่สมัยหนุ่มสาวแล้ว
( เข้าใจค่ะว่า ฮอร์โมนวัยทอง ก็มีผลต่ออารมณ์แปรปรวนหรือ สว บางคนที่เจ็บป่วยก็จะจิตตกเหมือนกัน
แต่น่าจะเป็นแค่ส่วนนึงของปัจจัยที่มากระทบนะคะ  )
คือส่วนตัวเห็นว่า สว ที่มองโลกในแง่ดี ในแง่บวก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว
แม้เมื่อถึงวัยสว อาจจะมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลให้จิตตก หรือเครียด เหงา ซึมหรือเศร้า ในบางช่วงบางเวลา
แต่ก็สามารถปรับตัวให้พลิกกลับมาอารมณ์บวกได้ในที่สุด ทำให้ลูกหลานและคนใกล้ตัวพลอยเฮฮามีความสุขไปด้วย
ต้องขอบคุณ สว ทุกท่านที่สะท้อนให้คนรุ่นหลังได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่าง ได้มุมมองที่จะนำมาปรับตัว
เป็นบทเรียนสอนใจให้เดินรอยตามในสิ่งที่ควร และไม่ย้ำรอยในสิ่งที่ผิดพลาดไป

แต่สิ่งที่สะกิดเตือนใจ จขกท ได้ดีที่สุดจากการอ่านกระทู้ในห้องนี้คือ การหัดมองโลกในแง่ดี (แต่ไม่ใช่โลกสวยนะคะ )คิดบวก
ตั้งแต่เนิ่นๆ  เพราะเมื่อถึงวัยเกษียณ จะได้ติดนิสัยคิดบวกติดตัวมา ( ส่วนจะมีปัจจัยอย่างอื่นมากระทบใจให้จิตตก ฉุนเฉียว คิดลบ
ก็คงต้องใช้หลักพุทธศาสนาคือปลงและปล่อยวางใช่มั้ยคะ  )

ถ้าท่าน สว มีความคิดเห็นอื่นๆเพิ่มเติมหรือเห็นแย้งกับ จขกท  กรุณานำเสนอเพื่อเป็นวิทยาทานแก่ลูกๆหลานๆได้เลยนะคะ  

ด้วยความเคารพและขอขอบคุณมากๆค่ะ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่