สวัสดีค่ะ จขกท.เขียนกระทู้นี้เป็นกระทู้แรก(เพราะยืมไอดีเพื่อนมา) ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้นะคะ
ก่อนอื่น จขกท.ต้องบอกก่อนว่า จขกท.เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้หน้าตาดีมาก ส่วนสูงพอใช้ได้ และศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จัก ตอนนี้ศึกษาอยู่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย วันนี้ที่มาตั้งกระทู้เพราะจขกท.มีเหตุการ์ณ์ความรักที่อยากจะลองมาให้เพื่อนๆทุกวัน มาช่วยกันพิจารณากับเหตุการณ์ที่จขกท.เจอกันค่ะ
ขอแทนคนที่จขกท.คุยว่า พี่Bนะคะ
เรื่องมันมีอยู่ว่า เค้ากับพี่ B คุยกันมาเป็นเวลา8 เดือนแล้ว เค้าเป็นคนเข้าไปจีบพี่Bเองตั้งแต่แรก แล้วเดี๋ยวเค้าจะเล่าให้ฟังตั้งแต่แรกค่ะ
ย้อนไปเมื่อ 8เดือนก่อน
ก่อนที่จะจขกท.จะมาคุยกับพี่B จขกท.คุยและได้ไปแอบชอบพีคนนึง จะแทนว่าพี่Kนะคะ คือว่าจขกท.ไปรู้สึกดีกับพี่เขาเพราะว่าได้ทำงานด้วยกันบ่อย แต่จุดเปลี่ยนมันมาเปลี่ยนตอนวันที่ จขกท.ไปติวหนังสือกับพี่Kและพี่B ที่ห้างดังแห่งหนึ่งพร้อมด้วยรุ่นพี่อีกกลุ่มนึง จุดพีคของวันนั้นคือพี่Kทำให้จขกท.รู้สึกแย่มาก มากจนต้องร้องไห้ แต่ในขณะเดียวกันพี่Bที่กลับทำให้จขกท.รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดใจ วันนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่จขกท.กับพี่Bได้คุยกันนานถึง8 เดือน
จากวันนั้น..
หลังจากวันที่จขกท.น้อยใจพี่K จขกท.ก็หันมาคุยกับพี่Bอย่างตั้งใจ โดยไม่หันกลับไปมองพี่Kอีก (แต่ก็ยังคุยกันเรื่องงานเป็นปกติ และเจอก็ทักทายกันตามประสารุ่นพี่รุ่นน้อง) จขกท.เริ่มได้ทำความรู้จักนิสัย ตัวตนของพี่Bมากขึ้น คอยส่งรูปหากันและกัน รายงานว่าอยู่ไหนให้ต่างฝ่ายต่างได้รู้ คอยหมั่นใส่ใจ และหยอกล้อกันอยู่เป็นประจำ เป็นแบบนั้นเรื่อยมาตลอดระยะเวลาเกือบเดือน จนกระทั่งมีอยู่เดือนนึงคือช่วงมีนาคมที่โรงเรียนของจขกท.ได้ปิดการเรียนเสริมภาคฤดูร้อน จขกท.ก็ได้มีแพลนจะไปปฏิบัติธรรม7 วัน(น่าจะอยู่ในช่วงเกือบเดือนที่2) จขกท.ได้กลับไปปรึกษาพี่K ที่เป็นเพื่อนสนิทกับพี่Bว่า จะทำยังไงดี กลัวจะคิดถึงพี่Bตอนไปปฏิบัติธรรม ซึ่งจขกท.ยอมรับนะคะว่าการไปปฏิบัติธรรมต้องละทุกสิ่ง แต่ด้วยความไม่ปล่อยวางของจขกท.เองทำให้ตัวจขกท.ต้องร้องไห้ในวันนั้น เพราะเมื่อปรึกษาพี่K พี่เขาก็ได้บอกว่า"อ้าว Bมันชอบอีกคนนึงอยู่นิ"นั่นเป็นประโยคที่ทำให้จิตใจของจขกท.กระสับกระส่ายและบีบคั้นหัวใจมาก ตัวจขกท.เองก็เลยไปเปิดใจคุยกับพี่Bตรงๆ จนได้คำตอบกลับมาจากพี่เขาว่า "อยากมีแฟน แต่ก็อย่างมุ่งเรื่องเรียนก่อน และถ้าพี่เลือกจะคบใครซักคน พี่ก็จะเริ่มถอยห่างจากคนอื่นๆ" ซึ่งหลังจากนั้น จขกท.ก็ร้องไห้จนตาบวม แต่วันรุ่งขึ้นก็ไปปฎิบัติธรรมอย่างที่ได้ตั้งใจไว้อย่างภาคภูมิใจโดยมีเขาเป็นกำลังใจตลอดการเดินทางไปวัด วันที่ออกจากวัดวันแรก คำแรกที่จขกท.บอกเขาคือคิดถึง และเขาก็เป็นคนแรกที่ทำให้จขกท.รู้สึกว่าการอดทนไม่ใช่เรื่องยากเกินจะทำ ตลอด7วันที่ปฏิบัติธรรม จขกท.คุยกันน้อยมาก แต่ขอแค่ให้ได้บอกเขาว่า รีบนอนนะคะ กินข้าวด้วยนะคะ แค่นั้นจขกท.ก็รู้สึกพอใจและเพียงพอแล้ว ผ่านการปฏิบัติธรรมไป มันก็จะมีบททดสอบมากมายที่ทำให้จขกท.รู้สึกท้อแท้มาโดยตลอด แต่ทุกครั้งที่เขาทักมาทำให้จขกท.ยิ้ม หัวเราะ มากวนประสาทมันทำให้จขกท.มีแรงรอคอยจนถึงเวลาที่ใช่สำหรับเราทั้งคู่ ผ่านมาหลายเดือนหลังจากการพูดคุยของเรามันไม่ค่อยมีปัญหามาจนถึงเดือนที่6-7คือ พี่Bเขากำลังจะจบจากโรงเรียนแล้ว ซึ่งนั่นทำให้จขกท.บ่นและตัดพ้อกับเขาบ่อยๆว่า "จะจบแล้ว" "จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว" และคำตอบที่จขกท.ได้เห็นเสมอจากพี่เขาคือ" อีกตั้งนาน อย่าคิดมาก " มันทำให้จขกท.รู้สึกโทษตัวเอง ที่ชอบคิดมากจนเราต้องทะเลาะกัน(ไม่ค่อยบ่อย) มีคนรอบๆตัวถามบ่อยมากว่า ทำไมอยู่โรงเรียนเดียวกันถึงไม่คุยกัน ซึ่งจขกท.ก็เคยถามพี่เขา พี่เข้าบอกว่าไม่รู้จะคุยอะไร ก็คงเพราะต่างคนต่างเขิน เวลาเจอกัน เพื่อนจขกท.และเพื่อนพี่เขาเองก็ต่างคนต่างแซว จขกท.เพิ่งครบ8เดือนที่คุยกันได้ไม่กี่วันที่ผ่านมา(นับจากวันตั้งกระทู้) ซึ่งมันก็มีอะไรๆเปลี่ยนไปหลังจากที่เราได้คุยกันนานขึ้น การส่งรูปมาบอกก็อาจจะน้อยลงไปบ้าง ตอบช้าบ้าง แต่เขาก็มักจะบอกจขกท.เสมอว่า ไม่ต้องคิดมากนะ มีอะไรก็ทักมา ถ้าพี่ว่างก็จะเข้ามาตอบ และพี่ก็ไม่เคยปิดเสียงแจ้งเตือนเธอด้วย .. สรรพนามที่จขกท.เรียกพี่เขาก็จะมี เธอ ไออ้วน นังงั่ง หลายคนอาจจะมองว่าจขกท.ไม่ให้ความเคารพ แต่ตขกท.ไม่เคยใช้คำหยาบคายก้าวร้าวและไม่เกรงใจพี่เขาเลย ทั้งหมดที่จขกท.มาตั้งกระทู้เพราะอยากรู้ว่า ผู้ชายที่เขาทำแบบนี้กับเรา และคุยกับเรามาเกือบปี เขารู้สึกอะไรยังไง และ พอจะมีหวังบ้างไหมถ้าหวังจะได้คบกัน
ขอบคุณทุกๆคนนะคะ ที่อ่านกันมาตั้งแต่ต้น จนถึงตรงนี้
มาช่วยกันแชร์ความคิดกันนะคะ
แบบนี้เราพอมีหวังไหมคะ
ก่อนอื่น จขกท.ต้องบอกก่อนว่า จขกท.เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้หน้าตาดีมาก ส่วนสูงพอใช้ได้ และศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จัก ตอนนี้ศึกษาอยู่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย วันนี้ที่มาตั้งกระทู้เพราะจขกท.มีเหตุการ์ณ์ความรักที่อยากจะลองมาให้เพื่อนๆทุกวัน มาช่วยกันพิจารณากับเหตุการณ์ที่จขกท.เจอกันค่ะ
ขอแทนคนที่จขกท.คุยว่า พี่Bนะคะ
เรื่องมันมีอยู่ว่า เค้ากับพี่ B คุยกันมาเป็นเวลา8 เดือนแล้ว เค้าเป็นคนเข้าไปจีบพี่Bเองตั้งแต่แรก แล้วเดี๋ยวเค้าจะเล่าให้ฟังตั้งแต่แรกค่ะ
ย้อนไปเมื่อ 8เดือนก่อน
ก่อนที่จะจขกท.จะมาคุยกับพี่B จขกท.คุยและได้ไปแอบชอบพีคนนึง จะแทนว่าพี่Kนะคะ คือว่าจขกท.ไปรู้สึกดีกับพี่เขาเพราะว่าได้ทำงานด้วยกันบ่อย แต่จุดเปลี่ยนมันมาเปลี่ยนตอนวันที่ จขกท.ไปติวหนังสือกับพี่Kและพี่B ที่ห้างดังแห่งหนึ่งพร้อมด้วยรุ่นพี่อีกกลุ่มนึง จุดพีคของวันนั้นคือพี่Kทำให้จขกท.รู้สึกแย่มาก มากจนต้องร้องไห้ แต่ในขณะเดียวกันพี่Bที่กลับทำให้จขกท.รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดใจ วันนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่จขกท.กับพี่Bได้คุยกันนานถึง8 เดือน
จากวันนั้น..
หลังจากวันที่จขกท.น้อยใจพี่K จขกท.ก็หันมาคุยกับพี่Bอย่างตั้งใจ โดยไม่หันกลับไปมองพี่Kอีก (แต่ก็ยังคุยกันเรื่องงานเป็นปกติ และเจอก็ทักทายกันตามประสารุ่นพี่รุ่นน้อง) จขกท.เริ่มได้ทำความรู้จักนิสัย ตัวตนของพี่Bมากขึ้น คอยส่งรูปหากันและกัน รายงานว่าอยู่ไหนให้ต่างฝ่ายต่างได้รู้ คอยหมั่นใส่ใจ และหยอกล้อกันอยู่เป็นประจำ เป็นแบบนั้นเรื่อยมาตลอดระยะเวลาเกือบเดือน จนกระทั่งมีอยู่เดือนนึงคือช่วงมีนาคมที่โรงเรียนของจขกท.ได้ปิดการเรียนเสริมภาคฤดูร้อน จขกท.ก็ได้มีแพลนจะไปปฏิบัติธรรม7 วัน(น่าจะอยู่ในช่วงเกือบเดือนที่2) จขกท.ได้กลับไปปรึกษาพี่K ที่เป็นเพื่อนสนิทกับพี่Bว่า จะทำยังไงดี กลัวจะคิดถึงพี่Bตอนไปปฏิบัติธรรม ซึ่งจขกท.ยอมรับนะคะว่าการไปปฏิบัติธรรมต้องละทุกสิ่ง แต่ด้วยความไม่ปล่อยวางของจขกท.เองทำให้ตัวจขกท.ต้องร้องไห้ในวันนั้น เพราะเมื่อปรึกษาพี่K พี่เขาก็ได้บอกว่า"อ้าว Bมันชอบอีกคนนึงอยู่นิ"นั่นเป็นประโยคที่ทำให้จิตใจของจขกท.กระสับกระส่ายและบีบคั้นหัวใจมาก ตัวจขกท.เองก็เลยไปเปิดใจคุยกับพี่Bตรงๆ จนได้คำตอบกลับมาจากพี่เขาว่า "อยากมีแฟน แต่ก็อย่างมุ่งเรื่องเรียนก่อน และถ้าพี่เลือกจะคบใครซักคน พี่ก็จะเริ่มถอยห่างจากคนอื่นๆ" ซึ่งหลังจากนั้น จขกท.ก็ร้องไห้จนตาบวม แต่วันรุ่งขึ้นก็ไปปฎิบัติธรรมอย่างที่ได้ตั้งใจไว้อย่างภาคภูมิใจโดยมีเขาเป็นกำลังใจตลอดการเดินทางไปวัด วันที่ออกจากวัดวันแรก คำแรกที่จขกท.บอกเขาคือคิดถึง และเขาก็เป็นคนแรกที่ทำให้จขกท.รู้สึกว่าการอดทนไม่ใช่เรื่องยากเกินจะทำ ตลอด7วันที่ปฏิบัติธรรม จขกท.คุยกันน้อยมาก แต่ขอแค่ให้ได้บอกเขาว่า รีบนอนนะคะ กินข้าวด้วยนะคะ แค่นั้นจขกท.ก็รู้สึกพอใจและเพียงพอแล้ว ผ่านการปฏิบัติธรรมไป มันก็จะมีบททดสอบมากมายที่ทำให้จขกท.รู้สึกท้อแท้มาโดยตลอด แต่ทุกครั้งที่เขาทักมาทำให้จขกท.ยิ้ม หัวเราะ มากวนประสาทมันทำให้จขกท.มีแรงรอคอยจนถึงเวลาที่ใช่สำหรับเราทั้งคู่ ผ่านมาหลายเดือนหลังจากการพูดคุยของเรามันไม่ค่อยมีปัญหามาจนถึงเดือนที่6-7คือ พี่Bเขากำลังจะจบจากโรงเรียนแล้ว ซึ่งนั่นทำให้จขกท.บ่นและตัดพ้อกับเขาบ่อยๆว่า "จะจบแล้ว" "จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว" และคำตอบที่จขกท.ได้เห็นเสมอจากพี่เขาคือ" อีกตั้งนาน อย่าคิดมาก " มันทำให้จขกท.รู้สึกโทษตัวเอง ที่ชอบคิดมากจนเราต้องทะเลาะกัน(ไม่ค่อยบ่อย) มีคนรอบๆตัวถามบ่อยมากว่า ทำไมอยู่โรงเรียนเดียวกันถึงไม่คุยกัน ซึ่งจขกท.ก็เคยถามพี่เขา พี่เข้าบอกว่าไม่รู้จะคุยอะไร ก็คงเพราะต่างคนต่างเขิน เวลาเจอกัน เพื่อนจขกท.และเพื่อนพี่เขาเองก็ต่างคนต่างแซว จขกท.เพิ่งครบ8เดือนที่คุยกันได้ไม่กี่วันที่ผ่านมา(นับจากวันตั้งกระทู้) ซึ่งมันก็มีอะไรๆเปลี่ยนไปหลังจากที่เราได้คุยกันนานขึ้น การส่งรูปมาบอกก็อาจจะน้อยลงไปบ้าง ตอบช้าบ้าง แต่เขาก็มักจะบอกจขกท.เสมอว่า ไม่ต้องคิดมากนะ มีอะไรก็ทักมา ถ้าพี่ว่างก็จะเข้ามาตอบ และพี่ก็ไม่เคยปิดเสียงแจ้งเตือนเธอด้วย .. สรรพนามที่จขกท.เรียกพี่เขาก็จะมี เธอ ไออ้วน นังงั่ง หลายคนอาจจะมองว่าจขกท.ไม่ให้ความเคารพ แต่ตขกท.ไม่เคยใช้คำหยาบคายก้าวร้าวและไม่เกรงใจพี่เขาเลย ทั้งหมดที่จขกท.มาตั้งกระทู้เพราะอยากรู้ว่า ผู้ชายที่เขาทำแบบนี้กับเรา และคุยกับเรามาเกือบปี เขารู้สึกอะไรยังไง และ พอจะมีหวังบ้างไหมถ้าหวังจะได้คบกัน
ขอบคุณทุกๆคนนะคะ ที่อ่านกันมาตั้งแต่ต้น จนถึงตรงนี้
มาช่วยกันแชร์ความคิดกันนะคะ