สวัสดีครับ
สมาชิกห้องเพลงทุกๆท่าน วันนี้วันเสาร์ เป็นคิวของ
MC แอ๊ด (WANG JIE) เข้าประจำการครับ
วันนี้ขอนำเรื่องราวของบุคคลในอดีต 10 คน ซึ่งเชื่อกันว่าได้ทำสัญญากับปีศาจ ขายวิญญาณของตนเองให้แก่ "ซาตาน" จอมปีศาจ พอดี MC กำลังแต่งเรื่อง "คนขายวิญญาณ" ลงในห้องถนนนักเขียน ซึ่งใกล้จะถึงตอนจบแล้ว ก็เลยอยากนำเรื่องนี้มาเล่า ก่อนหน้านี้ MC เคยเล่าเรื่องศิลปินยอดนักกีตาร์เพลงบลูส์ซึ่งมีชื่อว่า "โรเบิร์ต จอห์นสัน" มาแล้ว ในกระทู้นี้
https://pantip.com/topic/36448902/ แต่โรเบิร์ตไม่ใช่คนเดียวที่เคยทำสัญญากับซาตาน ยังมีคนอื่นๆอีก ดังต่อไปนี้ครับ
1. ทีโอฟิลุสแห่งเอดานา (St. Theophilus of Adana)
นี่คือเรื่อง "การทำสัญญากับปีศาจ" ที่เก่าแก่มากที่สุด ของนักบุญ ทีโอฟิลุส ผู้สำนึกผิด หรือ
ทีโอฟิลุสแห่งเอดานา (เสียชีวิตราว ค.ศ.538) ทีโอฟิลุสเป็นบาทหลวงในศาสนาคริสต์ในช่วงศตวรรษที่ 6 ทีโอฟิลุส เป็นบาทหลวงแห่งอาดานา, คิลี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตุรกีในปัจจุบัน ท่านได้รับเลือกให้เป็นบิชอปโดยเอกฉันท์ แต่เพราะความอ่อนน้อมถ่อมตนท่านจึงสละตำแหน่ง มีชายคนหนึ่งถูกเลือกแทน แต่บิชอปคนใหม่กลับตัดสินใจถอดตำแหน่งรองบิชอปของท่านอย่างอยุติธรรม ทำให้ท่านเสียใจกับความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นอย่างมาก จึงติดต่อหมอผีช่วยให้ได้ติดต่อกับซาตานเพื่อทำสัญญาปีศาจและลงนามด้วยเลือดของตนเอง
โดยแลกกับการละทิ้งพระเยซูคริสต์ และพระแม่มารี และต่อมาปีศาจก็ช่วยทำให้เขาดำรงตำแหน่งเป็นบิชอป
ปีต่อมา ทีโอฟิลุสเริ่มหวาดกลัวว่าปีศาจจะมาเอาดวงวิญญาณไป ท่านจึงสำนึกผิดและได้อธิษฐานต่อพระแม่มารีเพื่อขอให้อภัย หลังจากอดอาหาร 40 วันพระแม่มารีก็ได้ปรากฏตัวและกล่าวตำหนิ ทีโอฟิลุสร้องขออภัยโทษ และพระแม่มารีสัญญาว่าจะไกล่เกลี่ยกับพระเจ้าให้ จากนั้นท่านอดอาหารต่อไปอีก 30 วัน พระแม่มารีปรากฏต่อหน้าท่านอีกครั้งและได้รับอภัยโทษ
อย่างไรก็ตาม ซาตานไม่เต็มใจที่จะปลดปล่อยท่านเป็นอิสระ สามวันต่อมา ท่านตื่นขึ้นมาพบคำสาปแช่งปรากฏบนหน้าอกของตน จึงเอาสัญญาฉบับนั้นไปให้บิชอป และสารภาพทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนทำ บิชอปจึงทำลายเอกสารเสีย และเมื่อทีโอฟิลุสหมดอายุไขลง ท่านก็ถูกปลดปล่อยจากภาระข้อสัญญาทั้งหมด
2. โยฮัน เกอร์ก เฟาสต์ (Johann Georg Faust 1480-1540)

เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุพเนจร โหราจารย์และจอมเวทย์จากเยอรมัน ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (เรอเนสซองซ์) ขณะที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยคราคอฟ (Krakow) 2 เพื่อนสนิทคือ
มาร์ติน ลูเธอร์ และ ฟิลิป เมล แอชตัน ได้เป็นพยานในพิธีสัญญาผูกพันเขากับปีศาจ ทำให้เขาถูกประณามจากคริสตจักรว่าดูหมิ่นศาสนาและทำสัญญาปีศาจ ชีวิตของเขากลายเป็นตำนานเล่าขานว่า เฟาสท์อยากมีชีวิตสุขสบาย จึงเรียนรู้วิชาไสยศาสตร์ การเรียกปีศาจ และการทำข้อตกลงกับซาตาน เพื่อทำให้เขากลับมาหนุ่ม 24 ปีอีกครั้ง แต่ต่อมา เขาก็ไม่พอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่ และพยายามที่จะยกเลิกข้อตกลง ปีศาจจึงได้ฆ่าเขาอย่างทารุณ เขาเสียชีวิตในเหตุการณ์ระเบิดในขณะทำการทดลองเล่นแปรธาตุ
3. คอร์นีเลียส อะกริปป้า (Cornelius Agrippa 1486-1535)

เป็นนักเขียนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุคเรอเนสซองซ์ เขาศึกษากฎหมายและยารักษาโรคเองโดยไม่เคยได้รับปริญญา และยังเป็นจอมขมังเวทย์ นักเขียนลึกลับ นักบวช โหราจารย์และนักเล่นแร่แปรธาตุ เป็นผู้นำสิทธิสตรีซึ่งปกป้องผู้หญิงที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด อีกทั้งยังเขียนหนังสือปรัชญาลี้ลับ 3 เล่ม (Three Books of Occult Philosophy) ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับเวทมนตร์พิธีกรรมที่ยังใช้เรียนกันจนถึงทุกวันนี้ ปี 1535 เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นคนนอกรีตและถูกพิพากษาประหารชีวิต เขาหนีออกมาและล้มป่วยจนเสียชีวิต หลังการตายของเขามีข่าวลือไปทั่วว่าเขาได้อัญเชิญปีศาจมา ตำนานที่โด่งดังที่สุดก็คือ ในขณะที่เขาใกล้ตาย ได้ปล่อย
ปีศาจสุนัขดำซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขา สุนัขดำดังกล่าวปรากฏในตำนานต่างๆ ที่เกี่ยวกับเขาและในวรรณกรรมของ
โยฮันน์ วอล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่
4. จูเซปเป้ ตาร์ตินี่ (Giuseppe Tartini 1692-1770)

เป็นนักแต่งเพลงและนักไวโอลินชาวอิตาเลียน หนึ่งในนักแต่งเพลงบรรเลงที่มีผลงานมากกว่า 400 เพลง ส่วนใหญ่เป็นเพลงที่ใช้ในโบสถ์ หรือไม่ก็โอเปร่า
ผลงานที่โดดเด่นมีชื่อเสียงที่สุดคือ เพลงที่ชื่อ เดวิลส์ ทริล โซนาต้า (Devil’s Trill Sonata) ที่ใช้เดี่ยวไวโอลินด้วยท่วงทำนองอันร้อนแรง จูเซปเป้เล่าให้ เฌโรม ลาล็องด์ นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสฟังว่า เพลงนี้เขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากปิศาจที่ปรากฏตัวต่อเขาในความฝันบนเตียงนอน จากนั้นปีศาจก็บรรเลงไวโอลินโซนาต้าที่มีความไพเราะมากให้ฟัง ซึ่งเมื่อเขาฟังแล้วแทบหมดเรี่ยวแรงจนลืมหายใจ แต่เมื่อตื่นขึ้นมาเขากลับไม่สามารถจดจำเพลงนั้นได้เลย เขาจึงลองแต่งโซนาต้าเพื่อเลียนแบบเพลงในฝัน
แม้ว่าเพลงจะทำให้ผู้ฟังประทับใจมากเท่าใดก็ตาม แต่เขายังคงผิดหวังที่ผลงานเพลงที่ตนแต่งยังห่างไกลจากเพลงที่ได้ยินในความฝัน ถึงกับกล่าวภายหลังว่า "ผมยอมพังไวโอลินทิ้งและเลิกเล่นดนตรีตลอดไป ถ้าผมได้เป็นเจ้าของบทเพลงนั้น"
มาลองฟังเพลงนี้ดูครับ ฟังแล้วรู้สึกขนลุก !!! ไม่รู้คนอื่นฟังแล้วเป็นอย่างไรกันบ้าง ?
5. หลวงพ่อเออร์เบน กรานเดียร์ (Father Urbain Grandier 1590-1634)

เป็นนักบวชคาทอลิกชาวฝรั่งเศสที่ถูกเผาทั้งเป็น หลังถูกตัดสินในข้อหาใช้เวทมนต์คาถา เขาทำหน้าที่เป็นนักบวชในโบสถ์ เซนต์ครอยในลูดอง (Loudun) นิกายโรมันคาทอลิก ในสังฆมณฑลแห่งปัวตีเย ชื่อเสียงฉาวโฉ่ในเรื่องละเมิดคำสาบานการรักษาพรหมจรรย์ และเจ้าชู้ มักมากในกาม มีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิงมากมาย ปี 1632 กลุ่มแม่ชีจากสำนักเออซูลิกล่าวหาว่า เขามีเวทมนต์เรียกปีศาจ
อัสโมดา หนึ่งใน 7 ปีศาจแห่งบาปราคะเพื่อให้ทำความชั่ว หลังจากเขาถูกจับและทรมาน ก็ได้พบหลักฐาน
ใบสัญญาที่เขาทำไว้กับปีศาจหลายตน เป็นภาษาลาติน รวมถึงลายเซ็นที่เชื่อว่าเป็นของซาตานด้วย !! สัญญาระบุว่า เขาจะจงรักภักดีต่อปีศาจ และสละความเชื่อต่อศาสนา เพื่อบรรลุข้อตกลงให้ได้ผู้หญิงที่ตนต้องการ รวมไปถึงความมั่งคั่งและชื่อเสียง
ใบสัญญาของเขายังคงเก็บอยู่ในหอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศสจนถึงปัจจุบัน
6. โจนาธาน มอลตัน (Jonathan Moulton 1726-1787)

เป็นบุคคลในตำนานของนิวแฮมป์เชียร์ เขาเริ่มเป็นเด็กฝึกงานทำตู้ แต่ในปี 1745 เขาทิ้งงานและเริ่มต้นอาชีพในกองทัพที่นิวอิงแลนด์ เข้าร่วมรบในสงครามพระเจ้าจอร์จ (King George’s War ) และสงครามฝรั่งเศส-อเมริกันอินเดียน (French and Indian War) เขาแต่งงานในปี 1749 มีลูก 11 คน และกลายเป็นหนึ่งในชายที่ร่ำรวยที่สุดในนิวแฮมป์เชียร์ จากความร่ำรวยผิดปกติ ทำให้ลือกันว่าเขาได้ทำสัญญากับปีศาจ ในคฤหาสน์ที่เขาสร้างขึ้นบนพื้นที่ของคนจนเมื่อปี 1769


เชื่อกันว่าปีศาจจะปรากฏตัวเพื่อใส่เหรียญทองจนเต็มรองเท้าบู๊ตของเขาที่แขวนไว้หน้าเตาผิงในทุกวันแรกของเดือน แต่โจนาธานโลภมากเลยคิดอุบายหลอกปีศาจด้วยการตัดพื้นรองเท้าบูตให้เป็นรูใหญ่เพื่อให้ปีศาจใส่เหรียญยังไงก็ไม่เต็มเสียที และเมื่อปีศาจรู้ว่าโดนโจนาธานหลอก จึงแก้แค้นด้วยการเผาบ้านของเขาและทำให้เหรียญทองหายไป เล่ากันว่าเมื่อโจนาธานเสียชีวิตลง ศพของเขาก็หายไปจากโลงศพและถูกแทนที่ด้วยกล่องใส่เหรียญประทับตรามาร โลงของโจนาธานถูกฝังในหลุมฝังศพที่ไม่มีเครื่องหมายและที่ตั้ง ไม่มีใครทราบว่าศพอยู่ที่ไหน
7. กิลล์ เดอ เรยส์ (Gilles de Rais 1404-1440)

อัศวินผู้กล้าของฝรั่งเศส จุดเด่นคือมีหนวดเคราดำปนน้ำเงิน จนเป็นที่มาของเคราสีน้ำเงิน เขาเกิดในครอบครัวที่มีชื่อเสียงในเบรเตญ เมื่อพ่อเสียชีวิตลง เขาก็มีฐานะมั่งคั่งและมีอำนาจ ต่อมาเป็นผู้บัญชาการในกองทัพและต่อสู้ร่วมกับ
โจน ออฟ อาร์ค (Joan of Arc) ได้รับชัยชนะในการต่อสู้กับอังกฤษหลายครั้ง จนกลายเป็นวีรบุรุษของฝรั่งเศส หลัง
โจน ออฟ อาร์คเสียชีวิตลง กิลล์ก็ออกจากการเป็นทหาร และชีวิตของเขาก็เริ่มตกต่ำลง ในความสิ้นหวังเขาเริ่มหลงใหลไสยศาสตร์ ภายใต้คำแนะนำของชายชื่อฟรานคอยส์ เปรลาติ ผู้สัญญาจะช่วยใช้หนี้ให้โดยบอกว่า ให้เขาสังเวยเด็กจำนวนมาก เพื่อบูชาปีศาจที่ชื่อ
บารอน (Baron) ทำให้เขากลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องข่มขืนทรมานและฆ่าเด็กจำนวนประมาณ 80-200 คน สุดท้ายเขาก็ถูกจับและถูกประหารชีวิตโดยการแขวนคอและนำศพไปเผาไฟ
8. นิคโคโล ปากานินี (Nicolo Paganini 1782 – 1840)

นักไวโอลินผู้มีพรสวรรค์ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกคนหนึ่งของโลก เขาสามารถเล่นแมนโดลินเมื่ออายุเพียง 5 ขวบและเริ่มสีไวโอลินเมื่ออายุ 7 ขวบ เริ่มเล่นต่อหน้าสาธารณชนขณะอายุ 12 ปีและเป็นที่รู้จักในฐานะนักไวโอลินวิโอลา แต่เมื่ออายุ 16 เขามีอาการเจ็บป่วยและโรคพิษสุราเรื้อรัง ก่อนที่จะกลับมาเล่นอีกครั้งจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วด้วยเทคนิควิธีการเล่นไวโอลินแบบแปลกๆ ซึ่งไม่มีนักไวโอลินคนไหนเหนือกว่าเขาในเวลานั้นได้ ด้วยภาพลักษณ์ของปากานินีที่ผอมซีดและชอบใส่ชุดดำ ทำให้หลายคนเชื่อว่าเขาทำสัญญากับปีศาจเพื่อแลกกับพรสวรรค์และความสามารถ ผู้ชมบางคนอ้างว่าเห็นปีศาจช่วยเหลือเขาในระหว่างการแสดง ข่าวลือดังกล่าวอาจเป็นเพราะเขาปฏิเสธพิธีรับศีลครั้งสุดท้ายของคริสตจักร ทำให้หลังจากที่เขาเสียชีวิต ทางโบสถ์ปฏิเสธทำพิธีทางศาสนาฝังศพในเจนัว ต้องใช้เวลาถึง 4 ปีในการอุทธรณ์โดยตรงต่อองค์พระสันตะปาปาเพื่อขอให้ขนส่งศพไปเจนัว จนกระทั่งปี 1876 จึงมีพิธีฝังศพเขาที่โบสถ์แห่งหนึ่งในสุสานปาร์มา
9. สมเด็จพระสันตะปาปา ซิลเวสเตอร์ที่ 2 (Pope Sylvester II - 945-1003)
1 ในบุคคลที่มีความรู้กว้างขวาง หลงใหลวิทยาศาสตร์ของโลกอาหรับ รอบรู้ในศาสตร์ต่างๆและเป็นผู้ประดิษฐ์นาฬิกาลูกตุ้ม ลูกโลกดารา (armillary sphere) และยังนำเลขอารบิกไปเผยแพร่ในยุโรปตะวันตก นอกจากนี้ท่านยังเขียนหนังสือเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ดนตรี เทววิทยา และปรัชญา หลังจากท่านตายไปก็เริ่มมีข่าวลือว่า ท่านเป็นนักเวทมนต์ อีกทั้งเบื้องหลังอัจฉริยบุคคลและความสามารถในการประดิษฐ์ของท่านเป็นผลลัพธ์ที่ได้มาจากการทำข้อตกลงกับปีศาจ บางตำนานเล่าว่าท่านได้ทำสัญญากับปีศาจหญิงสาวที่ชื่อว่า ลาเมอริเดียนา (Meridiana) ที่ช่วยเหลือท่านให้ขึ้นครองบัลลังก์เป็นสมเด็จพระสันตะปาปา อีกตำนานเล่าว่า ท่านได้รับเลือกเป็นสันตะปาปาจากการเล่นลูกเต๋ากับปีศาจ
เครดิต : ขอบคุณข้อมูลจาก
https://teen.mthai.com/variety/73708.html และภาพ/เพลงประกอบจาก YOUTUBE
พบกันวันพรุ่งนี้ อีก 1 วันครับ


ห้องเพลง**คนรากหญ้า**พักยกการเมือง มุมเสียงเพลง มุมนี้ไม่มีสีไม่มีกลุ่ม มีแต่เสียง 23/9/2560 - 9 บุคคลผู้ทำสัญญากับปีศาจ
สวัสดีครับ
วันนี้ขอนำเรื่องราวของบุคคลในอดีต 10 คน ซึ่งเชื่อกันว่าได้ทำสัญญากับปีศาจ ขายวิญญาณของตนเองให้แก่ "ซาตาน" จอมปีศาจ พอดี MC กำลังแต่งเรื่อง "คนขายวิญญาณ" ลงในห้องถนนนักเขียน ซึ่งใกล้จะถึงตอนจบแล้ว ก็เลยอยากนำเรื่องนี้มาเล่า ก่อนหน้านี้ MC เคยเล่าเรื่องศิลปินยอดนักกีตาร์เพลงบลูส์ซึ่งมีชื่อว่า "โรเบิร์ต จอห์นสัน" มาแล้ว ในกระทู้นี้ https://pantip.com/topic/36448902/ แต่โรเบิร์ตไม่ใช่คนเดียวที่เคยทำสัญญากับซาตาน ยังมีคนอื่นๆอีก ดังต่อไปนี้ครับ
1. ทีโอฟิลุสแห่งเอดานา (St. Theophilus of Adana)
นี่คือเรื่อง "การทำสัญญากับปีศาจ" ที่เก่าแก่มากที่สุด ของนักบุญ ทีโอฟิลุส ผู้สำนึกผิด หรือ ทีโอฟิลุสแห่งเอดานา (เสียชีวิตราว ค.ศ.538) ทีโอฟิลุสเป็นบาทหลวงในศาสนาคริสต์ในช่วงศตวรรษที่ 6 ทีโอฟิลุส เป็นบาทหลวงแห่งอาดานา, คิลี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตุรกีในปัจจุบัน ท่านได้รับเลือกให้เป็นบิชอปโดยเอกฉันท์ แต่เพราะความอ่อนน้อมถ่อมตนท่านจึงสละตำแหน่ง มีชายคนหนึ่งถูกเลือกแทน แต่บิชอปคนใหม่กลับตัดสินใจถอดตำแหน่งรองบิชอปของท่านอย่างอยุติธรรม ทำให้ท่านเสียใจกับความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นอย่างมาก จึงติดต่อหมอผีช่วยให้ได้ติดต่อกับซาตานเพื่อทำสัญญาปีศาจและลงนามด้วยเลือดของตนเอง โดยแลกกับการละทิ้งพระเยซูคริสต์ และพระแม่มารี และต่อมาปีศาจก็ช่วยทำให้เขาดำรงตำแหน่งเป็นบิชอป
ปีต่อมา ทีโอฟิลุสเริ่มหวาดกลัวว่าปีศาจจะมาเอาดวงวิญญาณไป ท่านจึงสำนึกผิดและได้อธิษฐานต่อพระแม่มารีเพื่อขอให้อภัย หลังจากอดอาหาร 40 วันพระแม่มารีก็ได้ปรากฏตัวและกล่าวตำหนิ ทีโอฟิลุสร้องขออภัยโทษ และพระแม่มารีสัญญาว่าจะไกล่เกลี่ยกับพระเจ้าให้ จากนั้นท่านอดอาหารต่อไปอีก 30 วัน พระแม่มารีปรากฏต่อหน้าท่านอีกครั้งและได้รับอภัยโทษ อย่างไรก็ตาม ซาตานไม่เต็มใจที่จะปลดปล่อยท่านเป็นอิสระ สามวันต่อมา ท่านตื่นขึ้นมาพบคำสาปแช่งปรากฏบนหน้าอกของตน จึงเอาสัญญาฉบับนั้นไปให้บิชอป และสารภาพทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนทำ บิชอปจึงทำลายเอกสารเสีย และเมื่อทีโอฟิลุสหมดอายุไขลง ท่านก็ถูกปลดปล่อยจากภาระข้อสัญญาทั้งหมด
2. โยฮัน เกอร์ก เฟาสต์ (Johann Georg Faust 1480-1540)
เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุพเนจร โหราจารย์และจอมเวทย์จากเยอรมัน ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (เรอเนสซองซ์) ขณะที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยคราคอฟ (Krakow) 2 เพื่อนสนิทคือมาร์ติน ลูเธอร์ และ ฟิลิป เมล แอชตัน ได้เป็นพยานในพิธีสัญญาผูกพันเขากับปีศาจ ทำให้เขาถูกประณามจากคริสตจักรว่าดูหมิ่นศาสนาและทำสัญญาปีศาจ ชีวิตของเขากลายเป็นตำนานเล่าขานว่า เฟาสท์อยากมีชีวิตสุขสบาย จึงเรียนรู้วิชาไสยศาสตร์ การเรียกปีศาจ และการทำข้อตกลงกับซาตาน เพื่อทำให้เขากลับมาหนุ่ม 24 ปีอีกครั้ง แต่ต่อมา เขาก็ไม่พอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่ และพยายามที่จะยกเลิกข้อตกลง ปีศาจจึงได้ฆ่าเขาอย่างทารุณ เขาเสียชีวิตในเหตุการณ์ระเบิดในขณะทำการทดลองเล่นแปรธาตุ
3. คอร์นีเลียส อะกริปป้า (Cornelius Agrippa 1486-1535)
เป็นนักเขียนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุคเรอเนสซองซ์ เขาศึกษากฎหมายและยารักษาโรคเองโดยไม่เคยได้รับปริญญา และยังเป็นจอมขมังเวทย์ นักเขียนลึกลับ นักบวช โหราจารย์และนักเล่นแร่แปรธาตุ เป็นผู้นำสิทธิสตรีซึ่งปกป้องผู้หญิงที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด อีกทั้งยังเขียนหนังสือปรัชญาลี้ลับ 3 เล่ม (Three Books of Occult Philosophy) ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับเวทมนตร์พิธีกรรมที่ยังใช้เรียนกันจนถึงทุกวันนี้ ปี 1535 เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นคนนอกรีตและถูกพิพากษาประหารชีวิต เขาหนีออกมาและล้มป่วยจนเสียชีวิต หลังการตายของเขามีข่าวลือไปทั่วว่าเขาได้อัญเชิญปีศาจมา ตำนานที่โด่งดังที่สุดก็คือ ในขณะที่เขาใกล้ตาย ได้ปล่อย ปีศาจสุนัขดำซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขา สุนัขดำดังกล่าวปรากฏในตำนานต่างๆ ที่เกี่ยวกับเขาและในวรรณกรรมของ โยฮันน์ วอล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่
4. จูเซปเป้ ตาร์ตินี่ (Giuseppe Tartini 1692-1770)
เป็นนักแต่งเพลงและนักไวโอลินชาวอิตาเลียน หนึ่งในนักแต่งเพลงบรรเลงที่มีผลงานมากกว่า 400 เพลง ส่วนใหญ่เป็นเพลงที่ใช้ในโบสถ์ หรือไม่ก็โอเปร่า ผลงานที่โดดเด่นมีชื่อเสียงที่สุดคือ เพลงที่ชื่อ เดวิลส์ ทริล โซนาต้า (Devil’s Trill Sonata) ที่ใช้เดี่ยวไวโอลินด้วยท่วงทำนองอันร้อนแรง จูเซปเป้เล่าให้ เฌโรม ลาล็องด์ นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสฟังว่า เพลงนี้เขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากปิศาจที่ปรากฏตัวต่อเขาในความฝันบนเตียงนอน จากนั้นปีศาจก็บรรเลงไวโอลินโซนาต้าที่มีความไพเราะมากให้ฟัง ซึ่งเมื่อเขาฟังแล้วแทบหมดเรี่ยวแรงจนลืมหายใจ แต่เมื่อตื่นขึ้นมาเขากลับไม่สามารถจดจำเพลงนั้นได้เลย เขาจึงลองแต่งโซนาต้าเพื่อเลียนแบบเพลงในฝัน แม้ว่าเพลงจะทำให้ผู้ฟังประทับใจมากเท่าใดก็ตาม แต่เขายังคงผิดหวังที่ผลงานเพลงที่ตนแต่งยังห่างไกลจากเพลงที่ได้ยินในความฝัน ถึงกับกล่าวภายหลังว่า "ผมยอมพังไวโอลินทิ้งและเลิกเล่นดนตรีตลอดไป ถ้าผมได้เป็นเจ้าของบทเพลงนั้น"
มาลองฟังเพลงนี้ดูครับ ฟังแล้วรู้สึกขนลุก !!! ไม่รู้คนอื่นฟังแล้วเป็นอย่างไรกันบ้าง ?
5. หลวงพ่อเออร์เบน กรานเดียร์ (Father Urbain Grandier 1590-1634)
เป็นนักบวชคาทอลิกชาวฝรั่งเศสที่ถูกเผาทั้งเป็น หลังถูกตัดสินในข้อหาใช้เวทมนต์คาถา เขาทำหน้าที่เป็นนักบวชในโบสถ์ เซนต์ครอยในลูดอง (Loudun) นิกายโรมันคาทอลิก ในสังฆมณฑลแห่งปัวตีเย ชื่อเสียงฉาวโฉ่ในเรื่องละเมิดคำสาบานการรักษาพรหมจรรย์ และเจ้าชู้ มักมากในกาม มีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิงมากมาย ปี 1632 กลุ่มแม่ชีจากสำนักเออซูลิกล่าวหาว่า เขามีเวทมนต์เรียกปีศาจ อัสโมดา หนึ่งใน 7 ปีศาจแห่งบาปราคะเพื่อให้ทำความชั่ว หลังจากเขาถูกจับและทรมาน ก็ได้พบหลักฐาน ใบสัญญาที่เขาทำไว้กับปีศาจหลายตน เป็นภาษาลาติน รวมถึงลายเซ็นที่เชื่อว่าเป็นของซาตานด้วย !! สัญญาระบุว่า เขาจะจงรักภักดีต่อปีศาจ และสละความเชื่อต่อศาสนา เพื่อบรรลุข้อตกลงให้ได้ผู้หญิงที่ตนต้องการ รวมไปถึงความมั่งคั่งและชื่อเสียง ใบสัญญาของเขายังคงเก็บอยู่ในหอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศสจนถึงปัจจุบัน
6. โจนาธาน มอลตัน (Jonathan Moulton 1726-1787)
เป็นบุคคลในตำนานของนิวแฮมป์เชียร์ เขาเริ่มเป็นเด็กฝึกงานทำตู้ แต่ในปี 1745 เขาทิ้งงานและเริ่มต้นอาชีพในกองทัพที่นิวอิงแลนด์ เข้าร่วมรบในสงครามพระเจ้าจอร์จ (King George’s War ) และสงครามฝรั่งเศส-อเมริกันอินเดียน (French and Indian War) เขาแต่งงานในปี 1749 มีลูก 11 คน และกลายเป็นหนึ่งในชายที่ร่ำรวยที่สุดในนิวแฮมป์เชียร์ จากความร่ำรวยผิดปกติ ทำให้ลือกันว่าเขาได้ทำสัญญากับปีศาจ ในคฤหาสน์ที่เขาสร้างขึ้นบนพื้นที่ของคนจนเมื่อปี 1769
เชื่อกันว่าปีศาจจะปรากฏตัวเพื่อใส่เหรียญทองจนเต็มรองเท้าบู๊ตของเขาที่แขวนไว้หน้าเตาผิงในทุกวันแรกของเดือน แต่โจนาธานโลภมากเลยคิดอุบายหลอกปีศาจด้วยการตัดพื้นรองเท้าบูตให้เป็นรูใหญ่เพื่อให้ปีศาจใส่เหรียญยังไงก็ไม่เต็มเสียที และเมื่อปีศาจรู้ว่าโดนโจนาธานหลอก จึงแก้แค้นด้วยการเผาบ้านของเขาและทำให้เหรียญทองหายไป เล่ากันว่าเมื่อโจนาธานเสียชีวิตลง ศพของเขาก็หายไปจากโลงศพและถูกแทนที่ด้วยกล่องใส่เหรียญประทับตรามาร โลงของโจนาธานถูกฝังในหลุมฝังศพที่ไม่มีเครื่องหมายและที่ตั้ง ไม่มีใครทราบว่าศพอยู่ที่ไหน
7. กิลล์ เดอ เรยส์ (Gilles de Rais 1404-1440)
อัศวินผู้กล้าของฝรั่งเศส จุดเด่นคือมีหนวดเคราดำปนน้ำเงิน จนเป็นที่มาของเคราสีน้ำเงิน เขาเกิดในครอบครัวที่มีชื่อเสียงในเบรเตญ เมื่อพ่อเสียชีวิตลง เขาก็มีฐานะมั่งคั่งและมีอำนาจ ต่อมาเป็นผู้บัญชาการในกองทัพและต่อสู้ร่วมกับ โจน ออฟ อาร์ค (Joan of Arc) ได้รับชัยชนะในการต่อสู้กับอังกฤษหลายครั้ง จนกลายเป็นวีรบุรุษของฝรั่งเศส หลัง โจน ออฟ อาร์คเสียชีวิตลง กิลล์ก็ออกจากการเป็นทหาร และชีวิตของเขาก็เริ่มตกต่ำลง ในความสิ้นหวังเขาเริ่มหลงใหลไสยศาสตร์ ภายใต้คำแนะนำของชายชื่อฟรานคอยส์ เปรลาติ ผู้สัญญาจะช่วยใช้หนี้ให้โดยบอกว่า ให้เขาสังเวยเด็กจำนวนมาก เพื่อบูชาปีศาจที่ชื่อ บารอน (Baron) ทำให้เขากลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องข่มขืนทรมานและฆ่าเด็กจำนวนประมาณ 80-200 คน สุดท้ายเขาก็ถูกจับและถูกประหารชีวิตโดยการแขวนคอและนำศพไปเผาไฟ
8. นิคโคโล ปากานินี (Nicolo Paganini 1782 – 1840)
นักไวโอลินผู้มีพรสวรรค์ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกคนหนึ่งของโลก เขาสามารถเล่นแมนโดลินเมื่ออายุเพียง 5 ขวบและเริ่มสีไวโอลินเมื่ออายุ 7 ขวบ เริ่มเล่นต่อหน้าสาธารณชนขณะอายุ 12 ปีและเป็นที่รู้จักในฐานะนักไวโอลินวิโอลา แต่เมื่ออายุ 16 เขามีอาการเจ็บป่วยและโรคพิษสุราเรื้อรัง ก่อนที่จะกลับมาเล่นอีกครั้งจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วด้วยเทคนิควิธีการเล่นไวโอลินแบบแปลกๆ ซึ่งไม่มีนักไวโอลินคนไหนเหนือกว่าเขาในเวลานั้นได้ ด้วยภาพลักษณ์ของปากานินีที่ผอมซีดและชอบใส่ชุดดำ ทำให้หลายคนเชื่อว่าเขาทำสัญญากับปีศาจเพื่อแลกกับพรสวรรค์และความสามารถ ผู้ชมบางคนอ้างว่าเห็นปีศาจช่วยเหลือเขาในระหว่างการแสดง ข่าวลือดังกล่าวอาจเป็นเพราะเขาปฏิเสธพิธีรับศีลครั้งสุดท้ายของคริสตจักร ทำให้หลังจากที่เขาเสียชีวิต ทางโบสถ์ปฏิเสธทำพิธีทางศาสนาฝังศพในเจนัว ต้องใช้เวลาถึง 4 ปีในการอุทธรณ์โดยตรงต่อองค์พระสันตะปาปาเพื่อขอให้ขนส่งศพไปเจนัว จนกระทั่งปี 1876 จึงมีพิธีฝังศพเขาที่โบสถ์แห่งหนึ่งในสุสานปาร์มา
9. สมเด็จพระสันตะปาปา ซิลเวสเตอร์ที่ 2 (Pope Sylvester II - 945-1003)
1 ในบุคคลที่มีความรู้กว้างขวาง หลงใหลวิทยาศาสตร์ของโลกอาหรับ รอบรู้ในศาสตร์ต่างๆและเป็นผู้ประดิษฐ์นาฬิกาลูกตุ้ม ลูกโลกดารา (armillary sphere) และยังนำเลขอารบิกไปเผยแพร่ในยุโรปตะวันตก นอกจากนี้ท่านยังเขียนหนังสือเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ดนตรี เทววิทยา และปรัชญา หลังจากท่านตายไปก็เริ่มมีข่าวลือว่า ท่านเป็นนักเวทมนต์ อีกทั้งเบื้องหลังอัจฉริยบุคคลและความสามารถในการประดิษฐ์ของท่านเป็นผลลัพธ์ที่ได้มาจากการทำข้อตกลงกับปีศาจ บางตำนานเล่าว่าท่านได้ทำสัญญากับปีศาจหญิงสาวที่ชื่อว่า ลาเมอริเดียนา (Meridiana) ที่ช่วยเหลือท่านให้ขึ้นครองบัลลังก์เป็นสมเด็จพระสันตะปาปา อีกตำนานเล่าว่า ท่านได้รับเลือกเป็นสันตะปาปาจากการเล่นลูกเต๋ากับปีศาจ
เครดิต : ขอบคุณข้อมูลจาก https://teen.mthai.com/variety/73708.html และภาพ/เพลงประกอบจาก YOUTUBE
พบกันวันพรุ่งนี้ อีก 1 วันครับ