สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องน้ำเน่ามาเล่าให้ฟัง
เรื่องมันเกิดเมื่อช่วงต้นปี 2558 เราทำงานโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง มีหน้าที่ดูแลทั่วไป ได้ดูแลในส่วนของการติดต่อประสานงานกับช่างจากภายนอกด้วย เพราะแบบนี้จึงทำให้เราได้มีโอกาสรู้จักกับพี่คนนี้ สมมุติว่าชื่อพี่เก่งละกันเนอะ พี่เก่งมาดูแลสระว่ายน้ำที่ที่ทำงานเรา ช่วงแรกๆสระมันมีปัญหา น้ำไม่ใส เจ้านายก็จี้เรามา เราเลยต้องไปเจรจาซักถามกับพี่เก่งตลอดๆ ด้วยความที่เราเป็นคนแบบกวนๆ เค้าก็เลยรำคาญบ้าง หมั่นไส้บ้าง ส่วนเราก็ยังไม่ได้คิดอะไร แต่ชอบคุยกับเค้า เพราะสำเนียงเค้าแปลกดี เป็นหนุ่มใต้ หน้าคมผิวเข้มเชียวล่ะ 555 คุยกัน กวนกันไปๆมาๆ เกือบ 3 เดือน รู้ตัวอีกที ก็กลายเป็นว่าเราเฝ้ารอแต่วันที่เค้าจะมา พอเค้ามาเราก็เดินตามต้อยๆ ถามนู่นถามนี่ตลอด จนเราแอดไลน์เค้า ก็เริ่มส่งสติ๊กเกอร์แซวกัน ตามจิกงานในไลน์บ้าง จนถึงวันที่ 13 เมษาปี 58 พี่เค้าก็เดินมาหาที่ทำงานเรา เค้ามากับน้องชาย มาชวนเราไปเดินเล่นน้ำสงกรานต์ เอามาลัยดอกมะลิมาคล้องคอเรา เขินหนักมากกกกก พอเลิกงนาเราก็ไปกับน้องที่ทำงานอีกคนนึง เดินเล่นน้ำกันสนุกมาก จนพี่เค้าเล่าให้ฟังว่า เค้าคุยกับผู้หญิงอีกคนอยู่ สมมุติว่าชื่อพี่นก แต่พี่นกเนี่ย มีครอบครัวอยู่แล้ว เราก็เงิบ และร้องไห้หนักมาก ที่ร้องไห้เพราะแฟนคนที่เราเพิ่งจะเลิกไป ก็มีแฟนอยู่แล้ว เรารู้สึกว่าทำไมตัวเองต้องเป็นคนที่มาช้าตลอดพี่เค้าก็เงียบๆ เดินเล่นกันต่อ เพราะน้องอีกสองคนที่มาด้วยไม่ได้รู้เรื่องที่เราคุยกัน จนจะกลับบ้าน เค้าก็บอกเราว่า เค้าชอบเรามากนะ อยากเดินไปกับเค้ามั้ย เราเลยบอกว่าให้เค้าไปเคลียร์ทางนั้นให้ได้ก่อน พี่เค้าบอกว่าวันที่ 15 พี่นกจะมารับเค้ากับน้องชายไปเที่ยว ซึ่งเค้าก็ไม่แน่ใจว่าพี่นกจะมาจริงหรือเปล่า แต่พี่นกก็มา
แต่ด้วยความที่เรายังต้องทำงานด้วยกัน เราก็ยังคุยกันมาเรื่อยๆ เราก็ยอมรับนะว่าความอยากเอาชนะมันก็มี เพราะเราคิดว่า เราเด็กกว่า อยู่ใกล้กว่า คงทำให้เค้าตัดใจจากพี่นกได้ เพราะพี่นกต้องอยู่ที่ต่างประเทศกับครอบครัว ระหว่างนั้นเราก็เริ่มคบกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน พาเข้าบ้าน เจอแม่ ทำเหมือนเป็นแฟนทุกอย่าง แต่ห้ามโพสต์ลงเฟสบุ๊ค แต่ด้วยความที่เราเองก็เป็นคนไม่ยอมใคร ก็มีดื้อ มีพยศเรื่อยๆ ก็มีเรื่องทะเลาะกันเรื่อยๆ สองสามวันก็ดีกัน เป็นอย่างนี้มาตลอดเวลาที่คบกัน ส่วนพี่นก ก็ระแคะระคายบ้างในช่วงแรกๆ ว่าเราคบกันอยู่ แต่พี่เก่งก็ไม่ยอมรับ เราก็เริ่มแสดงอิทธิเรื่อยๆ จนพี่นกและครอบครัวย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยเมื่อกลางปี พี่เก่งก็คอยเทคแคร์ ลูกๆพี่นกตลอด ส่วนสามีเค้าก็ไม่ระแคะระคายอะไร คงคิดว่าเพื่อนกันธรรมดา เพราะรู้จักันมานาน และสองวันก่อน พี่นกโทรมาหาเรา ด่าเราเป็นฉากๆ ว่าเราไปสร้างความวุ่นวายให้เค้ากับสามีทะเลาะกัน เราเลยอธิบายให้เค้าฟังทุกอย่าง ตามความเป็นจริงว่าเราคบกับพี่เก่งอยู่นะ ถ้าพี่นกไม่เชื่อให้ไปดูที่บ้านพี่เก่งเลย แม่พี่เก่งก็อยู่บ้าน ของเราอยู่นั่นเต็มเลย เราก็ขอโทษพี่เค้าที่ทำเค้าวุ่นวาย พี่เค้าก็บอกว่าเค้าไม่เคยรู้เลยว่าเป็นแบบนี้ พี่นกรับปากเราว่าจะเลิกติดต่อกับพี่เก่งแล้ว และพี่นกก็ทำตามที่พูด ส่วนพี่เก่งน่ะเพิ่งจะรู้เรื่องจากแม่เมื่อเช้าว่าเราคุยกับพี่นกแล้ว คาดว่าคงจะโกรธเรามาก เราเองก็เสียใจมากที่จะต้องเลิกกับเค้า เพราะถึงแม่เค้าจะเป็นผู้ชายที่ไม่ดี ในเรื่องนี้ แต่เค้าก็มีส่วนอื่นอีกตั้งหลายเรื่องที่ดีกว่าคนอื่นๆ
แต่ถึงแม้เราจะไม่ได้คบกันต่อ เราก็ดีใจที่การเสียใจของเราในครั้งนี้ไม่ได้สูญเปล่า อย่างน้อย เราก็ทำให้คนที่เรารัก ไม่ต้องผิดศีลข้อสามอีกต่อไป
ที่มาเล่าให้ฟังเพราะอยากจะเล่าจริงๆ ว่าคนอย่างเรามีในโลกนี้จริงๆนะ 555 และที่สำคัญถ้าเค้าคิดได้ เราก็พร้อมมากที่จะกลับไปยืนอยู่ข้างๆเค้า เรารู้ว่าหลายคนคงมองว่าเราโง่มาก เรายอมรับก็ได้ แต่รู้มั้ยเวลาเราอยู่กับเค้ามันอบอุ่น มันรู้สึกดี...
อย่าด่าเราเยอะนะ อย่างที่บอก แผลยังสดมาก...
มีเรื่องมาเล่าให้ฟังค่ะ อย่าด่าเราเยอะนะ แผลยังสดมาก
เรื่องมันเกิดเมื่อช่วงต้นปี 2558 เราทำงานโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง มีหน้าที่ดูแลทั่วไป ได้ดูแลในส่วนของการติดต่อประสานงานกับช่างจากภายนอกด้วย เพราะแบบนี้จึงทำให้เราได้มีโอกาสรู้จักกับพี่คนนี้ สมมุติว่าชื่อพี่เก่งละกันเนอะ พี่เก่งมาดูแลสระว่ายน้ำที่ที่ทำงานเรา ช่วงแรกๆสระมันมีปัญหา น้ำไม่ใส เจ้านายก็จี้เรามา เราเลยต้องไปเจรจาซักถามกับพี่เก่งตลอดๆ ด้วยความที่เราเป็นคนแบบกวนๆ เค้าก็เลยรำคาญบ้าง หมั่นไส้บ้าง ส่วนเราก็ยังไม่ได้คิดอะไร แต่ชอบคุยกับเค้า เพราะสำเนียงเค้าแปลกดี เป็นหนุ่มใต้ หน้าคมผิวเข้มเชียวล่ะ 555 คุยกัน กวนกันไปๆมาๆ เกือบ 3 เดือน รู้ตัวอีกที ก็กลายเป็นว่าเราเฝ้ารอแต่วันที่เค้าจะมา พอเค้ามาเราก็เดินตามต้อยๆ ถามนู่นถามนี่ตลอด จนเราแอดไลน์เค้า ก็เริ่มส่งสติ๊กเกอร์แซวกัน ตามจิกงานในไลน์บ้าง จนถึงวันที่ 13 เมษาปี 58 พี่เค้าก็เดินมาหาที่ทำงานเรา เค้ามากับน้องชาย มาชวนเราไปเดินเล่นน้ำสงกรานต์ เอามาลัยดอกมะลิมาคล้องคอเรา เขินหนักมากกกกก พอเลิกงนาเราก็ไปกับน้องที่ทำงานอีกคนนึง เดินเล่นน้ำกันสนุกมาก จนพี่เค้าเล่าให้ฟังว่า เค้าคุยกับผู้หญิงอีกคนอยู่ สมมุติว่าชื่อพี่นก แต่พี่นกเนี่ย มีครอบครัวอยู่แล้ว เราก็เงิบ และร้องไห้หนักมาก ที่ร้องไห้เพราะแฟนคนที่เราเพิ่งจะเลิกไป ก็มีแฟนอยู่แล้ว เรารู้สึกว่าทำไมตัวเองต้องเป็นคนที่มาช้าตลอดพี่เค้าก็เงียบๆ เดินเล่นกันต่อ เพราะน้องอีกสองคนที่มาด้วยไม่ได้รู้เรื่องที่เราคุยกัน จนจะกลับบ้าน เค้าก็บอกเราว่า เค้าชอบเรามากนะ อยากเดินไปกับเค้ามั้ย เราเลยบอกว่าให้เค้าไปเคลียร์ทางนั้นให้ได้ก่อน พี่เค้าบอกว่าวันที่ 15 พี่นกจะมารับเค้ากับน้องชายไปเที่ยว ซึ่งเค้าก็ไม่แน่ใจว่าพี่นกจะมาจริงหรือเปล่า แต่พี่นกก็มา
แต่ด้วยความที่เรายังต้องทำงานด้วยกัน เราก็ยังคุยกันมาเรื่อยๆ เราก็ยอมรับนะว่าความอยากเอาชนะมันก็มี เพราะเราคิดว่า เราเด็กกว่า อยู่ใกล้กว่า คงทำให้เค้าตัดใจจากพี่นกได้ เพราะพี่นกต้องอยู่ที่ต่างประเทศกับครอบครัว ระหว่างนั้นเราก็เริ่มคบกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน พาเข้าบ้าน เจอแม่ ทำเหมือนเป็นแฟนทุกอย่าง แต่ห้ามโพสต์ลงเฟสบุ๊ค แต่ด้วยความที่เราเองก็เป็นคนไม่ยอมใคร ก็มีดื้อ มีพยศเรื่อยๆ ก็มีเรื่องทะเลาะกันเรื่อยๆ สองสามวันก็ดีกัน เป็นอย่างนี้มาตลอดเวลาที่คบกัน ส่วนพี่นก ก็ระแคะระคายบ้างในช่วงแรกๆ ว่าเราคบกันอยู่ แต่พี่เก่งก็ไม่ยอมรับ เราก็เริ่มแสดงอิทธิเรื่อยๆ จนพี่นกและครอบครัวย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยเมื่อกลางปี พี่เก่งก็คอยเทคแคร์ ลูกๆพี่นกตลอด ส่วนสามีเค้าก็ไม่ระแคะระคายอะไร คงคิดว่าเพื่อนกันธรรมดา เพราะรู้จักันมานาน และสองวันก่อน พี่นกโทรมาหาเรา ด่าเราเป็นฉากๆ ว่าเราไปสร้างความวุ่นวายให้เค้ากับสามีทะเลาะกัน เราเลยอธิบายให้เค้าฟังทุกอย่าง ตามความเป็นจริงว่าเราคบกับพี่เก่งอยู่นะ ถ้าพี่นกไม่เชื่อให้ไปดูที่บ้านพี่เก่งเลย แม่พี่เก่งก็อยู่บ้าน ของเราอยู่นั่นเต็มเลย เราก็ขอโทษพี่เค้าที่ทำเค้าวุ่นวาย พี่เค้าก็บอกว่าเค้าไม่เคยรู้เลยว่าเป็นแบบนี้ พี่นกรับปากเราว่าจะเลิกติดต่อกับพี่เก่งแล้ว และพี่นกก็ทำตามที่พูด ส่วนพี่เก่งน่ะเพิ่งจะรู้เรื่องจากแม่เมื่อเช้าว่าเราคุยกับพี่นกแล้ว คาดว่าคงจะโกรธเรามาก เราเองก็เสียใจมากที่จะต้องเลิกกับเค้า เพราะถึงแม่เค้าจะเป็นผู้ชายที่ไม่ดี ในเรื่องนี้ แต่เค้าก็มีส่วนอื่นอีกตั้งหลายเรื่องที่ดีกว่าคนอื่นๆ
แต่ถึงแม้เราจะไม่ได้คบกันต่อ เราก็ดีใจที่การเสียใจของเราในครั้งนี้ไม่ได้สูญเปล่า อย่างน้อย เราก็ทำให้คนที่เรารัก ไม่ต้องผิดศีลข้อสามอีกต่อไป
ที่มาเล่าให้ฟังเพราะอยากจะเล่าจริงๆ ว่าคนอย่างเรามีในโลกนี้จริงๆนะ 555 และที่สำคัญถ้าเค้าคิดได้ เราก็พร้อมมากที่จะกลับไปยืนอยู่ข้างๆเค้า เรารู้ว่าหลายคนคงมองว่าเราโง่มาก เรายอมรับก็ได้ แต่รู้มั้ยเวลาเราอยู่กับเค้ามันอบอุ่น มันรู้สึกดี...
อย่าด่าเราเยอะนะ อย่างที่บอก แผลยังสดมาก...