มองย้อนกลับไปในอดีต

กระทู้สนทนา
ผมอยากเล่าเรื่องราวบางอย่างครับ ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานมากแล้วก็ตาม แต่ทุกวันนี้ผมยังคิดถึงเรื่องนี้อยู่ทุกวัน ถึงแม้อาจจะมีบางจุดเล็กๆที่ลืมเลือนหายไปเพราะกาลเวลา แต่เรื่องราวส่วนใหญ่ยังคงอยู่เหมือนเดิมในความทรงจำ เรื่องราวพวกนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครได้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ
     คงต้องย้อนกลับไปสักประมาณปี พ.ศ. 2551-2552 ขอแนะนำตัวหน่อยนะครับ ผมชื่อเป้ ช่วงนั้นผมเพิ่งจะเรียนจบใหม่ๆ ร้อนๆเลยละครับ อยู่ในช่วงกำลังรอรับวุฒิปริญญา ผมได้ทำงาน Part-time ในร้านกาแฟเล็กๆในมหาวิทลัยแห่งหนึ่งทางภาคใต้ คงไม่มีใครไม่รู้จักมหาวิทยาลัยแห่งนี้หรอกครับแต่ขอไม่เอ่ยชื่อละกัน ผมทำงานที่นี่มาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ และช่วงนั้นเรียนจบแล้วก็ยังทำอยู่ ช่วงยังเรียนอยู่ผมทำงานเฉพาะช่วงเย็นหลังเลิกเรียน แต่พอจบออกมาผมก็ทำตั้งแต่ช่วงประมาณเที่ยง เลิกงานตอนเย็น รึไม่ก็ทำยาวไปจนถึงค่ำ ขึ้นอยู่กับว่าจะมีใครว่างมารับช่วงต่อรึป่าว ผมทำได้หมดละครับเพราะยังไม่ได้หางานประจำ พนักงานที่นี่ก็จะเป็นนักศึกษาที่ต้องการมีงานทำระหว่างเรียนทุกคนเลยละครับ ที่ร้านลูกค้าเยอะมากเลยละครับ กาแฟที่ร้านอร่อยครับ แล้วยังมีเมนูอื่นๆที่รสชาติไม่ได้กระจอกเลย เช่น โกโก้ ชาเขียว สตอเบอรี่ นมกาแฟ ชานม นมน้ำผึ้ง ฯลฯ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักศึกษาและบุคลากรภายในมหาลัยนี่ละครับ ร้านกาแฟจะอยู่ตรงหน้าทางเข้าของโรงอาหารของมหาลัย ข้างๆร้านก็จะมีโต๊ะมาหินอ่อนและโต๊ะเหล็กสีดำเล็กๆคอยให้ลูกค้านั่งรอคิว เปิดเพลงฟังเบาๆ เป็นบรรยากาศการทำงานที่มีความสุขมากเลยละครับ ยิ่งมีสาวๆนักศึกษาเดินผ่านไปผ่านมาเนี่ยยิ่งดีใหญ่เลยละครับ 555+ และเวลาก็นำทางให้ผมมาเจอกับน้องคนนึง ผมกำลังทำงานอยู่กับน้องดีลในร้านกาแฟ มีเด็กผู้หญิงปี1 2 คน ที่เพิ่งจะเข้ามาในรั้วมหาลัยหมาดๆ เดินมาสั่งน้ำปั่น ผมจำเมนูแรกที่เธอสั่งตอนเราเจอกันคร้ังแรกไม่ได้หรอกครับ แต่ผมจำเมนูสุดท้ายที่เธอสั่งก่อนเราจะจากกันได้ครับ(ฟังดูเศร้านะครับ) วันแรกที่เราเจอกันน้องทั้งสองมาสั่งน้ำปั่น แล้วก็เดินจากไป ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่น้องดีลสะกิดและบอกกับผมว่า "พี่ๆ น้องคนนั้นน่ารักวะ" ผมก็หันไปดู แต่ก็เห็นแต่ด้านหลังของเธอ 555+ และหลังจากนั้นน้องสาวทั้งสองก็มานั่งที่ร้านบ่อยๆ เพราะอย่างที่บอกครับ ข้างๆร้านมีที่นั่งม้าหินอ่อน สามารถนั่งเล่น นั่วชิวได้ เมื่อเริ่มเห็นบ่อยครั้งมากขึ้น ก็เริ่มทักทายและทำความรู้จัก น้องเค้าชื่ออ้อม และเพื่อนของเธอชื่อสวย สองคนนี้สนิทกันครับ มากๆเลยละ น้องสวยจะมีแฟนอยู่แล้วละ แต่ตั้งแต่เรารู้จักกัน ผมเห็นน้องสวยอยู่กับน้องอ้อมมากกว่าจะอยู่กับแฟนเค้าซะอีก น้องสวยจะออกแนวเรียบร้อย แต่น้องอ้อมนี่สิ พูดจาชัดเจน เสียงดังดี ห้าวๆ และก็มีมุขรั่วๆ น้องอ้อมอัธยาศัยดี คนรอบข้างเธอจะมีความสุขเพราะน้องอ้อมเป็นคนเฮฮา อารมณ์ดี เธอชอบบอกว่าเธอมีชื่ออิสลาม ชื่อ ยามิล๊ะ ลาเต๊ะ(หากผมจำไม่ผิดนะ) น้องอ้อมกับน้องสวยไม่ค่อยจะห่างกันหรอกครับ ติดกันตลอด การที่เธอทั้งสองแวะมาที่ร้านบ่อยๆทำให้เราสามคนสนิทกันมากขึ้น คุยกันมากขึ้น อาจเป็นเพราะพวกเธออยู่หอในก็เลยทำให้เราเจอกันบ่อยๆ บางครั้งหากผมเลิกงาน ก่อนกลับผมจะไปทานข้าวที่โรงอาหาร หากอ้อมกับสวยอยู่ด้วย ผมก็จะชวนไปด้วยกัน หากผมไปวิ่งออกกำลังกายที่อ่างน้ำในมหาลัย ผมก็จะชวนพวกเธอไปเดินเล่น เราสามคนไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ อยู่กับสองคนนี่สนุกครับ มีเรื่องเฮฮาบ่อยๆ วันไหนที่สวยไม่อยู่อ้อมก็ผมก็จะกินข้าวพร้อมกัน เสาร์อาทิตย์อ้อมจะกลับบ้านครับ อ้อมไม่ใช่เด็กจังหวัดนี้แต่สวยอยู่เป็นคนที่นี่อยู่แล้ว ช่วงหลังๆก็ต้องคอยกันไปกินข้าว ว่างแล้วก็ต้องไปขับรถเล่น ไปไหนมาไหนก็ต้องชวนจะได้ไปด้วยกัน พาไปกินข้าวข้างนอก ผมจะชอบแต่งเรื่องผีมาเล่าให้สองคนนี่ฟังบ่อยๆ ผมถือว่าผมแต่งได้น่ากลัวเลยละ สองคนนี่กลัวซะด้วย 555+ ผมขับรถพาสองคนนี่ไปที่ไหน ผ่านบ้านหรือตึกน่ากลัว จินตนาการผมเกิด ผมแต่งเรื่องเล่าหมดละครับ แต่ผมกับอ้อมก็มีเวลาอยู่ด้วยกันสองคนบ่อยๆ ไปเดินซื้อเสื้อผ้าด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน กินโน่นกินนี่ บางคร้ังอ้อมโทรมาเพื่อจะอ่านหนังสือสอบให้ผมฟัง บางครั้งก็ไปนั่งริมอ่างเก็บน้ำเพื่อที่จะดูว่าจะมีหมีขั้วโลกโผล่พ้นน้ำมาให้เห็นรึป่าว555+ มีครั้งนึง ผมขับรถคันนึง อ้อมขับรถคันนึง และผมก็ขับหนีเธอในซอยผีคุณยาย... ก้าวมาถึงช่วงเวลาหนึ่ง ความรู้สึกผมเริ่มจะเปลี่ยนไป ผมคิดในใจไปเองว่าผมกับอ้อมเราสองคนคิดอะไรกันมากกว่าเพื่อนรึป่าว หรือนั่นเป็นความคิดของผมคนเดียว แต่แล้วผมก็ดันมีความคิดประหลาด ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมผมถึงคิดอย่างนั้น ผมคิดว่าอ้อมอาจจะมีแฟนอยู่ที่อื่น ทำไมอ้อมกลับบ้านบ่อย ทำไมอ้อมถึงมีชื่ออิสลาม หรือเป็นเพราะอ้อมจะมีแฟนที่เป็นหนุ่มอิสลามอยู่ บางครั้งผมก็เห็นรูปเธอกับผู้ชายในเฟสบุ๊คและผมก็จินตาการไปเองว่าเค้าคือผู้ชายคนนั้น ผมไม่กล้าแม้แต่จะถาม เพราะหากถามไปอ้อมอาจจะรู้ว่าผมคิดยังไงกับเธอ ผมกลัวว่าหากเธอรู้ความในใจ กลัวเธอจะห่างผมไป การที่ผมตัดสินใจไม่ถาม และการที่ผมคิดเรื่องราวและสรุปเรื่องราวไปเอง ทำให้ผมตัดสินใจทำเรื่องบางอย่างลงไป ผมตัดสินใจเริ่มถอยห่างออกมานิด ติดต่อน้อยลงหน่อย ชวนคุยน้อยลง แต่ในใจผมเจ็บปวดมากขึ้นครับ และที่แย่ที่สุดคือผมมีความคิดว่า หากผมจะห่างจากอ้อม ผมต้องมีใครสักคน ผมเลยเลือกที่จะไปจีบน้องผู้หญิงคนนึงชื่อกิ่ง ผมต้องการจีบกิ่งเพื่อที่จะห่างจากอ้อมแค่นั้นเอง มันก็เท่ากับว่าผมไปลากผู้หญิงคนนึงมารองรับความรู้สึกของผม ผมต้องขอโทษน้องกิ่งด้วยครับ แต่มันได้ผลนะครับ ผมกับอ้อมห่างกัน แต่ก็ยังเจอกันอยู่บ้าง แต่ผมทำตัวเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น และไม่นานผมก็ได้ข่าวว่าอ้อมจะซิ่วไปเรียนที่กรุงเทพ อ้อมไปเรียนติวเตอร์ ณ ศูนย์ติวเตอร์แห่งหนึ่ง ผมมีโอกาสได้ไปส่งและไปรับอ้อม เราคุยกันบ้าง แต่เราจะคุยกันเรื่องอื่นต่างๆนาๆที่ไม่เกี่ยวกับเราสองคัน ก่อนที่หลังจากนั้นอ้อมจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพ และต่อมาไม่นานผมก็เลิกกับกิ่ง ผมเลิกกับกิ่งโดยการที่ผมหายไปเฉยๆ ผมทำร้ายจิตใจของกิ่งมากครับ เพราะผมมีความคิดว่า อ้อมไม่อยู่แล้ว และผมไม่ได้รักกิ่ง ผมไม่ควรจะหลอกเธอแล้ว ผมจึงต้องไป ทุกอย่างที่ผ่านมาผมก็นิสัยไม่ดีมากแล้วละ เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในระหว่าง 1 ปี ในช่วงที่อ้อมเรียนอยู่ปี 1 มันเป็น 1ปีที่มีหลายความทรงจำ หลากหลายความผูกพันธ์ หลากหลายรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ รวมถึงความเศร้าอีกมากมาย แต่ผมดีใจมากๆที่ผมได้มีโอกาสรู้จักกับเด็กผู้หญิงชื่ออ้อม ผมมีความสุขเสมอเมื่อได้อยู่กับเธอ หลังจากนั้นผมกับอ้อมก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก แต่ผมจะแอบส่องเฟส ติดตามเธอตลอดครับ เราได้คุยกันบ้าง น้อยมากๆ ต้องใช้หลักเป็นปีเลยละครับกว่าจะได้ทักกันสักครั้ง ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเอง ทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ผมก็ไม่เคยลืมเรื่องราวพวกนี้หรอก ตั้งแต่บรรทัดแรกที่ผมบอกว่าผมคิดถึงเรื่องนี่ทุกวัน นั่นคือผมพูดจริงๆนะครับ มันคิดทุกวันจริงๆ มันติดอยู่ในใจตลอดเลย วันเวลาผ่านไปนานหลายปีจนถึงเมื่อประมาณสัก 1ปีก่อน หากจำไม่ผิดน้องสวยจะเรียนจบป.โท น้องอ้อมกับเพื่อนๆก็ไปร่วมแสดงความยินดีในงานรับปริญญา ผมเห็นรูปพวกเธอในเฟสแล้วละ เธอและเพื่อนๆดูมีความสุข และไม่กี่วันหลังจากนั้นน้องอ้อมก็ทักแชทผมมา เล่าเรื่องงานรับปริญญาของน้องสวยให้ฟัง และบอกกับผมว่า "พี่เป้ สวยและเพื่อนๆถามว่าช่วงนั้นเราสองแอบคนกันใช่มั๊ย" ผมตอบกลับไปว่า "ไม่ใช่ก็เหมือนใช่" และเราก็ตัดสินใจโทรหากัน ผมเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง ทุกความรู้สึก อ้อมถามผมว่า "ทำไมพี่ไม่บอกมา" ผมตอบว่า "พี่ไม่กล้าบอก" อ้อมบอกว่าตอนผมมีกิ่งมาเป็นแฟน อ้อมก็รู้สึกใจหายเหมือนกัน ผมถามอ้อมว่า "พี่ดูแลเธอดีรึป่าว" อ้อมตอบว่า "ดีมากๆ ดีที่สุด" ตอนคุยกันน้ำตาผมแทบไหล หากวันนั้นผมเลือกที่จะถามและพูดความในใจออกไป เรื่องราวคงจะจบสวยกว่านี้ เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นและจบลงด้วยความคิดงี่เง่าส่วนตัวผมล้วนๆ ผมขอย้อนเวลากลับไปได้รึป่าว เพื่อที่จะขอถามอ้อม ณ ตอนนั้น ว่าเธอรู้สึกยังไงกับผม... ทุกวันนี้ผมยังคงลองมองย้อนกลับไปในอดีตตลอด และคิดเสมอว่า ณ ตอนนั้น ผมทำอะไรลงไป
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่