คือ การเรียนเรียนจิตใจ ในชีวิตประจำวัน
ว่า ตัวเราร้ายกว่าที่คิด
เราพอใจสิ่งต่างๆมากมาย จนลืมจิตใจตัวเอง
เดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์
ความคิดเปลี่ยนไปตามความโกรธ
ความคิดเปลี่ยนไปตามความโลภ
ความคิดเปลี่ยนไปตามความพอใจ
มีความพอใจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ราคาแพงแค่ไหนก็ย่อมซื้อได้
เปรียบเหมือนว่า หากมีความพอใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งเราก็ไม่อาจรู้คุณค่าสิ่งๆต่างๆเล็กๆน้อยๆได้
เช่น ครอบครัว. พ่อ แม่.
เรามัวไปสนใจ หรือพอใจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คือ ความสุข
แม่ดูทีวี ลูกเล่นมือถือ. ต่างคนต่างเสพสิ่งๆต่างๆไปตามความเพลิน และพอใจ. โดยไม่รู้เท่าทันใน ความโกรธ ไม่รู้เท่าทันในความหลง
หลงไป คือมัวสนใจสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง หรือหลงไปคิด
สร้างความคิดมาแก้ไข
คือ จิตใจที่ปรากฏ
ความรู้สึก คือ จิตใจ
เพียงรู้เท่าทัน ถึงความไม่เที่ยง ของจิตใจ
รู้เท่าทันไม่ใช่ตัวไม่ตนเป็นไปได้เอง. ของจิตใจ
เพียงรู้เท่าทันคือจิตใจที่ทนอยู่ไม่ได้
ก็จะเข้าใจ ความปรากฏของจิตใจ
และจะเข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้างได้
ธรรมมะอยู่เหนือ ความคิด หาเหตุหาผล เพราะจิตใจแก้ไขอะไรไม่ได้
เพราะทุกคนย่อมมีเหตุผลในตัวของตัวเอง
คนดีเขาก็มีเหตุผล
คนชั่วเขาก็มีเหตุผล
เพียงแต่ เขาไม่เข้าใจ ของ ใจ ตัวเอง
คือ จิตใจที่ปรากฏอยู่เท่านั้นเอง
สติและปัญญา
ไม่ได้เรียนรู้ว่า บังคับได้
แต่
สติและปัญญา เรียนรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างบังคับไม่ได้
เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยคือ ปรากฏการณ์ของจิตใจ
คือ ความรู้สึก เมื่อถูกกระทบหรือเกิดการเปลี่ยนแปลง
พอรู้อย่างนี้แล้ว เราจะเข้าใจคนอื่นมากขึ้น จะเข้าใจครอบครัวมากขึ้น
ความคิดหาเหตุหาผลใดๆก็จะไม่มีอีกต่อไป
มีแต่ ปัญญาและสติ ที่เป็นความคิดออกมาจากใจอย่างแท้จริง
ว่า ตัวเราร้ายกว่าที่คิด
รู้จิตใจตนเอง ( สติและปัญญา )
ว่า ตัวเราร้ายกว่าที่คิด
เราพอใจสิ่งต่างๆมากมาย จนลืมจิตใจตัวเอง
เดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์
ความคิดเปลี่ยนไปตามความโกรธ
ความคิดเปลี่ยนไปตามความโลภ
ความคิดเปลี่ยนไปตามความพอใจ
มีความพอใจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ราคาแพงแค่ไหนก็ย่อมซื้อได้
เปรียบเหมือนว่า หากมีความพอใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งเราก็ไม่อาจรู้คุณค่าสิ่งๆต่างๆเล็กๆน้อยๆได้
เช่น ครอบครัว. พ่อ แม่.
เรามัวไปสนใจ หรือพอใจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คือ ความสุข
แม่ดูทีวี ลูกเล่นมือถือ. ต่างคนต่างเสพสิ่งๆต่างๆไปตามความเพลิน และพอใจ. โดยไม่รู้เท่าทันใน ความโกรธ ไม่รู้เท่าทันในความหลง
หลงไป คือมัวสนใจสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง หรือหลงไปคิด
สร้างความคิดมาแก้ไข
คือ จิตใจที่ปรากฏ
ความรู้สึก คือ จิตใจ
เพียงรู้เท่าทัน ถึงความไม่เที่ยง ของจิตใจ
รู้เท่าทันไม่ใช่ตัวไม่ตนเป็นไปได้เอง. ของจิตใจ
เพียงรู้เท่าทันคือจิตใจที่ทนอยู่ไม่ได้
ก็จะเข้าใจ ความปรากฏของจิตใจ
และจะเข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้างได้
ธรรมมะอยู่เหนือ ความคิด หาเหตุหาผล เพราะจิตใจแก้ไขอะไรไม่ได้
เพราะทุกคนย่อมมีเหตุผลในตัวของตัวเอง
คนดีเขาก็มีเหตุผล
คนชั่วเขาก็มีเหตุผล
เพียงแต่ เขาไม่เข้าใจ ของ ใจ ตัวเอง
คือ จิตใจที่ปรากฏอยู่เท่านั้นเอง
สติและปัญญา
ไม่ได้เรียนรู้ว่า บังคับได้
แต่
สติและปัญญา เรียนรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างบังคับไม่ได้
เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยคือ ปรากฏการณ์ของจิตใจ
คือ ความรู้สึก เมื่อถูกกระทบหรือเกิดการเปลี่ยนแปลง
พอรู้อย่างนี้แล้ว เราจะเข้าใจคนอื่นมากขึ้น จะเข้าใจครอบครัวมากขึ้น
ความคิดหาเหตุหาผลใดๆก็จะไม่มีอีกต่อไป
มีแต่ ปัญญาและสติ ที่เป็นความคิดออกมาจากใจอย่างแท้จริง
ว่า ตัวเราร้ายกว่าที่คิด