บางทีความจนก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตแย่เสมอไป แต่มันกลับสอนให้รู้คุณค่าของชีวิต

สวัสดีครับผมอยากจะมาเล่าชีวิตของผมให้ทุกคนได้อ่านครับ เผื่อจะได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่กำลังเจอปัญหาแบบผมครับ  ชีวิผมในวัยเด็กนั้นถือได้ว่าเกิดมาในครอบครัวที่มีแต่ปัญหาด้วยความไม่พร้อมของพ่อและแม่ ภาพในวัยเด็กที่เห็นตลอดคือการทะเลาะกันของพ่อแม่ ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ฐานะทางบ้านของผมนั้นถือได้ว่าจนมาก เวลาผมอยากได้อะไร อยากมีอะไรเหมือนคนอื่นนั้นมันยากเหลือเกิน  ผมทนอยู่กับสภาพนี้มาเกือบ 20 ปี ทั้งสภาพความยากจน และปัญหาต่างๆภายในบ้าน  ทั้งเบื่อ ทั้งเครียด อยากให้พ้นสภาพนั้นเร็วๆ โชคดีมากที่ผมใฝ่เรียน ผมชอบอ่านหนังสือ เลยทำให้ผมมีผลการเรียนที่ดี มาตลอด คงเป็นสิ่งเดียวที่ดูดีที่สุดเลยตอนนั้น ผมเรียนชั้นประถม ในโรงเรียนของหมู่บ้าน และมัธยมจากโรงเรียนขยายโอกาส ความจริงอยากสอบเข้าเรียนในเมืองมาก แต่เลิกคิด เพราะทางบ้านไม่มีเงินส่งเสียแน่นอน ผมก็เลยต้องเรียนต่อ โรงเรียนนั้นจนจบ ในระหว่างที่เรียนสิ่งเดียวที่ผมคิดคือ ผมต้องสอบติดมหาลัย ผมไม่อยากอยู่บ้าน เพราะ บ้านของผมนั้น มันไม่มีความสุข สภาพบ้านอยู่กัน 6 คน อยู่ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เคยได้สัมผัสกับห้องส่วนตัว ต้องนอนรวมกับพ่อแม่ ในที่สุดวันที่ ผมรอคอยก็มาถึง ผมสอบติด มหาวิทยาลัยชื่อดังภาคเหนือ คณะทางด้านสายวิทยาศาสตร์ ตลอดเวลาที่เรียน ผมไม่อยากกลับบ้าน เพราะไม่มีความสุข ทุกครั้งเวลาที่กลับ  อยู่ที่นี่ผมมีสังคมเพื่อนใหม่ๆเพื่อนจากโรงเรียนในเมืองจากที่ต่างๆที่เราไม่เคยมี ผมได้รู้จักอะไรที่ไม่รู้จัก และสิ่งที่สำคัญที่สุดและเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดคือ การติดนิสัยฟุ่มเฟือย (ทั้งๆที่ตัวเองบ้านจน) ผมยอมรับว่าใช้เงินเปลืองมาก ขอทางบ้านเดือนหนึ่ง 5-6000 บาท (สมัย 20 ปีที่แล้วเงินจำนวนนี้ถือว่าเยอะมาก) แต่ทางบ้านก็ส่งให้ด้วยความที่เป็นความภาคภูมิใจของเขา แม้จะไม่มีเขาก็หาหยิบยืมให้ ซึ่งคนที่ให้เงินผมนั้น ก็คือ แม่ ส่วนพ่อนั้นตอนนั้นเราไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ ถึงขั้นเกลียดกันเลยก็ได้ เพราะ เขาทำให้ทุกอย่างที่บ้าน แย่ลงทุกอย่าง เขาไม่มีความรับผิดชอบ และมีอะไรแย่ๆหลายๆอย่างที่เกิดจากเขา (แต่ปัจจุบันทุกอย่างกลับกันหมดเดี๋ยวค่อยเล่านะ) ผมเรียนอยู่ที่นี่จนครบ 4 ปี แต่ด้วยความที่มีความทะเยอทะยานอยากเรียนต่อในระดับโทเอก แต่รู้เลยว่าถ้าไม่มีทุนก็ไม่มีทางที่จะได้เรียน ทางพ่อเองก็ไม่สนันสนุน จะให้ผมทำงานตลอด เหมือนจะผลักภาระให้ผมหาเงินใช้หนี้ทางบ้าน ผมพยายามสอบทุนต่างๆ จนสอบติด ทุนของรัฐบาล ไปเรียนต่อเมืองนอก แต่สุดท้ายก็ไม่ผ่านรอบสัมภาษณ์ ยอมรับว่าเสียใจมาก สุดท้ายก็ยอมรับชะตากรรมหางานทำ แต่ในใจของตัวเองนั้น ก็คิดเสมอว่า ชีวิตกูต้องไม่หยุดและจมอยู่แค่นี้ ชีวิตกูมันต้องไปได้ไกลมากกว่านี้สิ แต่ ณ ตอนนั้น ทำอะไรไม่ได้ เงินก็ไม่มี ช่วงที่ต้องหางานนั้น ก้มีปัญหาอีกเพราะเงินไม่มี โทรไปขอเงินกับแม่ พ่อพ่อร็ เขาก็ด่า เขาก็รังควญแม่ เหตุการณ์ตอนนั้น ทำให้ยิ่งเกลียดพ่อไปอีก และเกือบจะคิดสั้น ฆ่าตัวตาย  หลังจากวันนั้น พยายามที่จะหาหนทางทุกอย่างที่จะให้ตัวเองมีชีวิตที่ดีขึ้น ชีวิตกูต้องไม่จมอยู่กับเหตุการณ์บ้าๆนี้อีก สุดท้ายก็หางานทำจนได้ ได้ทำงานเกี่ยวกับโรงฆ่าสัตว์ (ซึ่งไม่ตรงสายเลยและรู้สึกไม่ชอบแต่ก็ต้องทำไว้ก่อน) สุดท้ายก็ทำได้ไม่นาน เพราะไม่ชอบระบบ จากนั้นก็หางานทำ จนได้ทำงานโครงการวิจัยอันหนึ่ง เออ อันนี้โอเค เงินดีอยู่ แต่ตอนนั้นยังคิดที่จะหาหนทางเรียนอยู่เพราะ คิดว่าตัวเองต้องไปได้ไกลกว่านี้ จนวันหนึ่ง ก็คิดได้ว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับอาชีพด้าน วิทย์สุขภาพมากกว่า โท เอก และที่สำคัญเงินเยอะด้วย ความคิด ที่จะสอบ เรียนต่อปริญญาตรีอีกใบ เลยเข้ามาในหัว  เอาละ กูจะเป็นหมอ กูจะสอบหมอ กูจะไม่เรียนโทเอกแล้ว ..........
ง่วงแล้วครับ พรุ่งนี้มาต่อนะครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่