ชีวิตมัธยม
ของตัวเรานั้นไม่ค่อยมีอิสระซักเท่าไหร่ เนื่องจากพ่อแม่ต้องการให้เราอยู่ในกรอบที่ท่านวางไว้ เช่น ไปเรียนกลับบ้านก่อน 5โมงเย็น เพราะกลัวว่ากลางคืนมันอันตราย(เราก็ไม่ได้เห็นด้วยเท่าไหร่ เพราะท่านเป็นพ่อแม่เราถึงต้องทำตาม) เวลาไปเดินสยาม 16.30 เราก็ต้องรีบกลับบ้านเพราะเดี๋ยวโดนแม่ดุ บางทีเราก็เซ็งนะ เพื่อนมาด้วยกันเป็นกลุ่มแต่เราต้องคอยบอกเพื่อนๆ ตลอดเวลาดูหนังว่าเอารอบเที่ยงๆนะ แม่เราไม่ให้กลับบ้านเย็น มันเหมือนเป็นปมด้อยลึกๆในใจเราเหมือนกันนะ ถ้ามีใครมาถามว่า กลับเย็นพ่อแม่ไม่ว่าหรอ หรือ พ่อแม่แกไม่ปล่อยหรอ เราจะรู้สึกเฟลมากๆ
ในมัธยมเราจะเรียนได้สนุกกว่า ตั้งใจฟังบ้างไม่ฟังบ้าง หันไปเม้ากับแก๊งเพื่อนข้างๆ ไม่เข้าใจตรงไหนก็ไปเรียนพิเศษ อ่านเองก็เข้าใจ การตามงานเราแทบไม่ต้องมีความรับผิดชอบอะไรเลยเพราะมีคุณครูแต่ละวิชาคอยอัพเดตตลอดว่า เราขาดงานอะไรไปบ้าง บางท่านก็ตามจี้เราจนได้งาน การสอบไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือมากแค่เตรียมตัววิชาละวัน-2วัน ก็สามารถทำข้อสอบได้สบายๆ เราเรียนโรงเรียนรัฐบาลก็จะมีระเบียบเรื่องการแต่งกาย และเรื่องทรงผม ผญ ห้ามซอย ห้ามย้อม ส่วนผชต้องเป็นรองทรงสูง
สังคมในโรงเรียน ถ้าไม่ได้เป็นคนที่ป๊อปปูล่าอะไร ไม่ได้เป็นเด็กกิจกรรมเราจะรู้จักแค่ เพื่อนในห้องเรียน40กว่าคน เพราะสังคมมันบังคับให้เรารู้จักเองโดยยบางทีก็ไม่ต้องพยายามอะไร เช่นการทำกิจกรรมร่วมกันในห้องบ่อยๆ การไปทัศนศึกษา อยู่ด้วยกัน3ปีมันทำให้เราสนิทกับเพื่อนมในห้องมากๆ
ส่วนเพื่อนนอกห้องก็จะรู้จักบ้างปะปาย
ชีวิตมหาลัย เป็นอะไรที่เปิดโลกเรามากๆ จากเด็กที่เคยอยู่แต่ในกรอบก้เหมือนได้รู้เรื่องราวอะไรเยอะแยะไปหมด(ทั้งในทางที่ดีและไม่ไดี) เรื่องsexเป็นเรื่องปกติของมหาลัย ทั้งเหล้าบุหรี่(ไม่ได้ลองนะแค่เคยเห็นผ่านตา) หลังเลิกเรียนเราสามารถกลับหอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปนั่งชิลกินหมูกระทะกับเพื่อนๆได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงเวลาว่าจะเย็นแค่ไหน ไปต่อร้านเค้กร้านนู่น ไปดื่มร้านนี้ กลับบ้านดึกๆได้(แต่ต้องรู้ลิมิตตัวเองด้วย) มันมีความสุขจริงๆนะ มันเหมือนเป็นสังคมที่โตขึ้น ไม่ต้องมีใครมาตีกรอบให้เรา
เรื่องการเรียน เรียนในห้องเรียนไม่สนุกเหมือนมัธยมเพราะมันสามารถบ่งบอกการงานของเราในอนาคตได้ ก็ขึ้นอยู่กับการเรียนพวกนี้ ดังนั้นทุกคนพอเข้าไปในห้องส่วนใหญ่จะตั้งใจเรียนกันมากๆๆ เพราะอยากได้คะแนนดีกัน อาจารย์จะสั้งการบ้านเหมือนมัธยมอะแหละ แต่แคท่านจะไม่ทวงเรา เราต้องรับผิดชอบตัวเอง ต้องจำวันเดทไลน์ให้ดีๆ ต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่าจริงๆ มหาลัยมีกิจกรรมช่วงปี1เยอะกว่ามัธยมมากกก เยอะจนเบื่อเลยคะน้อง แต่นั้นแหละมันทำให้เราได้รู้จักเพื่อนหลายๆคน
ส่วนเรื่องเพื่อน เราจะรู้จักเพื่อนมากมายหลายเหลายที่เพราะมีกิจกรรมให้ทำร่วมกันเยอะ คราวนี้จะไม่มีอะไรมาบังคับคือ แล้วแต่คนเลลยว่าจะเข้าหาเพื่อนได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่ค่อยเข้าหาใคร ก็อาจจะเพื่อนน้อย แต่ถ้าเฟรนด์ลี่หน่อยก้จะได้เพื่อนเยอะมากๆ เพื่อนที่นี้มีหลายหลายประเภทเนื่องจากมาจากคนละจังหวัดมารวมกันต่างคนก็ต่างวัฒนธรรม
ชีวิตมหาลัย ต่างกับ ชีวิตมัธยมมากจริงๆ
ของตัวเรานั้นไม่ค่อยมีอิสระซักเท่าไหร่ เนื่องจากพ่อแม่ต้องการให้เราอยู่ในกรอบที่ท่านวางไว้ เช่น ไปเรียนกลับบ้านก่อน 5โมงเย็น เพราะกลัวว่ากลางคืนมันอันตราย(เราก็ไม่ได้เห็นด้วยเท่าไหร่ เพราะท่านเป็นพ่อแม่เราถึงต้องทำตาม) เวลาไปเดินสยาม 16.30 เราก็ต้องรีบกลับบ้านเพราะเดี๋ยวโดนแม่ดุ บางทีเราก็เซ็งนะ เพื่อนมาด้วยกันเป็นกลุ่มแต่เราต้องคอยบอกเพื่อนๆ ตลอดเวลาดูหนังว่าเอารอบเที่ยงๆนะ แม่เราไม่ให้กลับบ้านเย็น มันเหมือนเป็นปมด้อยลึกๆในใจเราเหมือนกันนะ ถ้ามีใครมาถามว่า กลับเย็นพ่อแม่ไม่ว่าหรอ หรือ พ่อแม่แกไม่ปล่อยหรอ เราจะรู้สึกเฟลมากๆ
ในมัธยมเราจะเรียนได้สนุกกว่า ตั้งใจฟังบ้างไม่ฟังบ้าง หันไปเม้ากับแก๊งเพื่อนข้างๆ ไม่เข้าใจตรงไหนก็ไปเรียนพิเศษ อ่านเองก็เข้าใจ การตามงานเราแทบไม่ต้องมีความรับผิดชอบอะไรเลยเพราะมีคุณครูแต่ละวิชาคอยอัพเดตตลอดว่า เราขาดงานอะไรไปบ้าง บางท่านก็ตามจี้เราจนได้งาน การสอบไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือมากแค่เตรียมตัววิชาละวัน-2วัน ก็สามารถทำข้อสอบได้สบายๆ เราเรียนโรงเรียนรัฐบาลก็จะมีระเบียบเรื่องการแต่งกาย และเรื่องทรงผม ผญ ห้ามซอย ห้ามย้อม ส่วนผชต้องเป็นรองทรงสูง
สังคมในโรงเรียน ถ้าไม่ได้เป็นคนที่ป๊อปปูล่าอะไร ไม่ได้เป็นเด็กกิจกรรมเราจะรู้จักแค่ เพื่อนในห้องเรียน40กว่าคน เพราะสังคมมันบังคับให้เรารู้จักเองโดยยบางทีก็ไม่ต้องพยายามอะไร เช่นการทำกิจกรรมร่วมกันในห้องบ่อยๆ การไปทัศนศึกษา อยู่ด้วยกัน3ปีมันทำให้เราสนิทกับเพื่อนมในห้องมากๆ
ส่วนเพื่อนนอกห้องก็จะรู้จักบ้างปะปาย
ชีวิตมหาลัย เป็นอะไรที่เปิดโลกเรามากๆ จากเด็กที่เคยอยู่แต่ในกรอบก้เหมือนได้รู้เรื่องราวอะไรเยอะแยะไปหมด(ทั้งในทางที่ดีและไม่ไดี) เรื่องsexเป็นเรื่องปกติของมหาลัย ทั้งเหล้าบุหรี่(ไม่ได้ลองนะแค่เคยเห็นผ่านตา) หลังเลิกเรียนเราสามารถกลับหอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปนั่งชิลกินหมูกระทะกับเพื่อนๆได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงเวลาว่าจะเย็นแค่ไหน ไปต่อร้านเค้กร้านนู่น ไปดื่มร้านนี้ กลับบ้านดึกๆได้(แต่ต้องรู้ลิมิตตัวเองด้วย) มันมีความสุขจริงๆนะ มันเหมือนเป็นสังคมที่โตขึ้น ไม่ต้องมีใครมาตีกรอบให้เรา
เรื่องการเรียน เรียนในห้องเรียนไม่สนุกเหมือนมัธยมเพราะมันสามารถบ่งบอกการงานของเราในอนาคตได้ ก็ขึ้นอยู่กับการเรียนพวกนี้ ดังนั้นทุกคนพอเข้าไปในห้องส่วนใหญ่จะตั้งใจเรียนกันมากๆๆ เพราะอยากได้คะแนนดีกัน อาจารย์จะสั้งการบ้านเหมือนมัธยมอะแหละ แต่แคท่านจะไม่ทวงเรา เราต้องรับผิดชอบตัวเอง ต้องจำวันเดทไลน์ให้ดีๆ ต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่าจริงๆ มหาลัยมีกิจกรรมช่วงปี1เยอะกว่ามัธยมมากกก เยอะจนเบื่อเลยคะน้อง แต่นั้นแหละมันทำให้เราได้รู้จักเพื่อนหลายๆคน
ส่วนเรื่องเพื่อน เราจะรู้จักเพื่อนมากมายหลายเหลายที่เพราะมีกิจกรรมให้ทำร่วมกันเยอะ คราวนี้จะไม่มีอะไรมาบังคับคือ แล้วแต่คนเลลยว่าจะเข้าหาเพื่อนได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่ค่อยเข้าหาใคร ก็อาจจะเพื่อนน้อย แต่ถ้าเฟรนด์ลี่หน่อยก้จะได้เพื่อนเยอะมากๆ เพื่อนที่นี้มีหลายหลายประเภทเนื่องจากมาจากคนละจังหวัดมารวมกันต่างคนก็ต่างวัฒนธรรม