ประเทศไทยจะมีองค์กรอิสระไปเพื่ออะไรครับ? ถ้าองค์กรเหล่านั้นไม่รู้จักทำหน้าที่ของตัวเอง

ล่าสุดเป็นมหกรรมโยนเผือกจาก ป.ป.ช. ไป สตง. โดยอ้างว่าถ้าตัวเองเป็นฝ่ายตรวจสอบจะตามกระแส ทำให้ดูไม่เป็นธรรม ดูจากข่าวนี้นะครับ



ป.ป.ช.โยน สตง.สอบเส้นทางการเงิน เรือเหาะ

กรรมการ ป.ป.ช. ระบุควรให้ สตง.เป็นหน่วยงานที่จะเข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินของเรือเหาะมูลค่า 350 ล้านบาทที่เพิ่งปลดประจำการไป พร้อมย้ำว่าหากหยิบขึ้นมาสอบเองจะไม่เป็นธรรมกับผู้ตกเป็นข่าว
        
นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แสดงความคิดเห็นว่ากรณีกองทัพบกปลดประจำการเรือเหาะมูลค่า 350 ล้านบาท ควรเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบก่อน เพื่อให้มีหลักฐานที่ชัดเจนและเพียงพอ แล้วจึงส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. พิจารณาต่อ เพราะหน้าที่หลักของ ป.ป.ช. คือการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น หาก สตง. ช่วยตรวจสอบความโปร่งใสของเส้นทางการเงิน จะทำให้ดำเนินการง่ายขึ้น แม้ ป.ป.ช.จะสามารถยกเหตุอันควรสงสัยมาตรวจสอบเองได้ แต่มีความเป็นไปได้น้อยที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีมติเสียงข้างมาก เพราะไม่มีหลักฐานหรือมูลเหตุเพียงพอ ประกอบกับ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตผู้บัญชาการทหารบกในยุคนั้น ก็ได้ชี้แจงไปเมื่อวานนี้ว่าต้องให้ตรวจสอบทั้งระบบ ดังนั้น หาก ป.ป.ช. หยิบยกเรื่องนี้มาตรวจสอบเอง ก่อนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ตกเป็นข่าว

อย่างไรก็ตาม นางสุวณา กล่าวว่า แม้ ป.ป.ช.จะเคยตรวจสอบและยืนยันความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างเรือเหาะลำนี้ไปแล้วเมื่อปี 2558 แต่ยังมีประเด็นที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ เช่น การใช้งาน การรักษาซ่อมบำรุงปีละ 50 ล้านบาท และโรงจอดที่กองพลทหารราบที่ 15 จังหวัดปัตตานี ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีการประชุมในวันอังคาร และพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ อาจจะมีการนำกรณีเรือเหาะมาพูดคุยในที่ประชุม



ผมกำลังคิดอยู่ว่า ในเมื่อองค์กรอิสระทำหน้าที่ของตัวเองไม่ได้ ทำไมไม่ยุบๆ ไปให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยครับ? เหมือน กกต. ที่ตอนนี้ก็ไม่ได้ทำหน้าที่อะไรเป็นพิเศษ รู้สึกเสียดายภาษีที่จ่ายไปเหมือนกำลังเช่าประเทศเขาอยู่เลยครับ เห็นบทสัมภาษณ์แล้วเพลียใจสุดๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่