1.โค้ชจุ่น
จุดเด่น คือ ให้อิสระในการเล่นกับเด็กมาก ทำให้มั่นใจในตัวเอง ภายใต้คอนเชปวิ่งสู้ฟัดของซิโก้(ลุยๆ) ผลที่ได้คือการโชว์ให้เห็นศักยภาพของตัวเองพร้อมกับการยิงประตูถล่มทลาย
ข้อเสีย คือ ยังไม่เห็นการเล่นที่เป็นสากล เช่นการครองบอล การเปลี่ยนแกนฟุตบอล การยืนตำแหน่งที่ถูกต้อง การเคบื่อนที่คนไม่มีบอลยังไม่มีหลักการมากนัก ทำให้ไปเจอทีมใหญ่เน้นการเลี้ยงมากไปโดยบีบแย่งหมด สู้ไม่ได้ แต่ชุดนั้นมีนักเตะเด่นๆเยอะ เช่นวรชิต สรรเสริญ เป็นต้น
2.โค้ชมาร์ค
จุดเด่น คือ มีการเล่นครองบอลที่เป็นสากล การเล่นบอลเป็นกลุ่ม การจ่ายบอลแบบมีหลักการ การเปลี่ยนแกนฟุตบอล บุกสุด-รับลึก ผลที่ได้คือทีมชาติไทยเล่นบอลตามแบบทีมชั้นนำเอเชียเล่นกัน
ข้อเสีย คือ บังคับเด็กให้เล่นตามแผนเท่านั้น ทำให้นักบอลบางคนดูฝืนๆ เครียดกับการเล่นมาก ไม่เป็นตัวเองนัก การเจาะเกมรับคู้แข่งยังดูทือๆเพราะเด็กขาดอิสระในการเล่น ไม่เหมือนในยุคจุ่น เกมน่าเบื่อเพราะเน้นผล ไม่เอามันส์ ชุดนี้ไม่ค่อยมีใครเด่นนัก ชุดนี้บุกก็บุกขึ้นไปสูง ทำให้คู่แข่งวางบอลยาวแล้วทำให้ลงไปรับไม่ทัน เกิดความหวาดเสียวได้
เปรียบเทียบบอลยู19 ยุคโค้ชจุ่นVsโค้ชมาร์ค
จุดเด่น คือ ให้อิสระในการเล่นกับเด็กมาก ทำให้มั่นใจในตัวเอง ภายใต้คอนเชปวิ่งสู้ฟัดของซิโก้(ลุยๆ) ผลที่ได้คือการโชว์ให้เห็นศักยภาพของตัวเองพร้อมกับการยิงประตูถล่มทลาย
ข้อเสีย คือ ยังไม่เห็นการเล่นที่เป็นสากล เช่นการครองบอล การเปลี่ยนแกนฟุตบอล การยืนตำแหน่งที่ถูกต้อง การเคบื่อนที่คนไม่มีบอลยังไม่มีหลักการมากนัก ทำให้ไปเจอทีมใหญ่เน้นการเลี้ยงมากไปโดยบีบแย่งหมด สู้ไม่ได้ แต่ชุดนั้นมีนักเตะเด่นๆเยอะ เช่นวรชิต สรรเสริญ เป็นต้น
2.โค้ชมาร์ค
จุดเด่น คือ มีการเล่นครองบอลที่เป็นสากล การเล่นบอลเป็นกลุ่ม การจ่ายบอลแบบมีหลักการ การเปลี่ยนแกนฟุตบอล บุกสุด-รับลึก ผลที่ได้คือทีมชาติไทยเล่นบอลตามแบบทีมชั้นนำเอเชียเล่นกัน
ข้อเสีย คือ บังคับเด็กให้เล่นตามแผนเท่านั้น ทำให้นักบอลบางคนดูฝืนๆ เครียดกับการเล่นมาก ไม่เป็นตัวเองนัก การเจาะเกมรับคู้แข่งยังดูทือๆเพราะเด็กขาดอิสระในการเล่น ไม่เหมือนในยุคจุ่น เกมน่าเบื่อเพราะเน้นผล ไม่เอามันส์ ชุดนี้ไม่ค่อยมีใครเด่นนัก ชุดนี้บุกก็บุกขึ้นไปสูง ทำให้คู่แข่งวางบอลยาวแล้วทำให้ลงไปรับไม่ทัน เกิดความหวาดเสียวได้