Another Brick in the Wall: เพลงต่อต้านเผด็จการในโรงเรียนของวง Pink Floyd



ความจริงเพลงนี้ซึ่งอยู่ในอัลบั้ม The Wall ของ Pink Floyd ที่ออกวางตลาดในปี 1979 เป็นเพลงไตรภาคที่มีเนื้อหาแตกต่างกันในแต่ละภาค สำหรับ Part I (Reminiscing) พูดถึงการย้อนนึกถึงอดีต Part II (Education) พูดเรื่องการศึกษาในโรงเรียน ส่วน Part III (Drugs) เกี่ยวกับยาเสพติด สำหรับบทความนี้ผมจะขอพูดถึง Part II โดยเฉพาะครับ ส่วนเนื้อหาของทั้งอัลบั้มซึ่งเป็นอัลบั้มอันดับที่ 11 แต่เป็น concept album ที่ 4 ของ Pink Floyd ต่อจาก The Dark Side of the Moon (1973), Wish You Werยิ้ม (1975), Animals (1977) ผมจะขอนำมาเขียนในโอกาสต่อไปครับ

Part II มีเนื้อหาเกี่ยวกับคุณครูจอมเผด็จการที่เน้นการทำตามสั่ง ไม่ปล่อยให้เด็กมีอิสระในการแสดงความคิดเห็น เพลงนี้ใช้จังหวะดิสโก้ทำให้เป็นเพลงฟังสนุกที่แอบซ่อนเนื้อหาหนักๆไว้ เมื่อ Roger Waters นักร้องนำ มือเบส และนักแต่งเพลงหลักของวง Pink Floyd แต่งเพลงนี้ออกมาในตอนแรก มันเป็นเพียงเพลงสั้นๆ โดยเป็นเสียงร้องคลอด้วย acoustic guitar และมีแค่ท่อนเดียว

หลังจากนั้น วิศวกรเสียง Nick Griffiths ก็ใส่เสียงร้องประสานของเด็กนักเรียนเข้าไปโดยทั้งหมดมีความยาวเพียง 1:20 นาที Bob Ezrin โปรดิวเซอร์ของอัลบั้ม The Wall บอกว่ามันสั้นเกินไป ต้องการทำให้มันยาวขึ้น แต่ Waters ปฏิเสธ จน Ezrin ต้องแอบมิกซ์เสียงโดยใช้ท่อนที่มีเสียงเด็กร้องประสานเสียงบวกเสียงกลองเป็นท่อนกลางแล้วปิดท้ายด้วยเสียงประสานจากท่อนแรกมาซ้ำอีกครั้งเป็นท่อนสุดท้าย Waters ฟังแล้วชอบก็เลยกลายเป็นเวอร์ชั่นที่เราคุ้นหูกันดี

นักเรียนที่เอามาร้องเสียงประสานมาจากโรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆกับสตูดิโออัดเสียง โรงเรียนได้รับเงินค่าเหนื่อย 1,000 ปอนด์และแผ่นเสียงแพลทินัมเป็นการตอบแทน ใช้นักเรียนอายุ 13-15 ปีทั้งหมด 23 คน แต่อัดทับกัน 12 ครั้งเพื่อให้ฟังดูเหมือนมีจำนวนมากกว่านั้น

ปกติแล้ว Pink Floyd จะไม่ชอบออกแผ่นซิงเกิลจาก concept album เพราะคิดว่าการแยกฟังแต่ละเพลงโดยไม่สนใจเนื้อหาทั้งหมด จะทำให้คนฟังเข้าไม่ถึงเนื้อหาของเพลงที่แท้จริง ขนาดเคยฟ้องร้องต้นสังกัด EMI ตอนที่คิดจะให้คนฟังดาวน์โหลดแต่ละเพลงจากอัลบั้มแยกจากกันได้ อีกเหตุผลหนึ่ง ก็น่าจะเป็นเรื่องการตลาดที่ชาญฉลาดด้วย เพราะคนฟังต้องซื้อทั้งอัลบั้ม จะเลือกซื้อเพลงหนึ่งเพลงใดไม่ได้

แต่โปรดิวเซอร์ Ezrin ก็เกลี้ยกล่อมวงจนสำเร็จ ยอมปล่อยเพลงนี้ออกมาเป็นซิงเกิล กลายเป็นเพลงๆเดียวของวงนี้ที่ขึ้นถึงอันดับหนึ่งในอังกฤษ (ถ้าเป็นอัลบั้ม ที่ขึ้นถึงอันดับหนึ่งในอังกฤษมี Atom Heart Mother, Wish You Werยิ้ม, The Final Cut, The Division Bell, The Endless River ส่วน The Wall ขึ้นถึงแค่อันดับ 3 แต่ในหลายประเทศรวมทั้งอเมริกา อัลบั้มนี้ขึ้นถึงอันดับ 1)

เวลาเปิดเพลงนี้ตามสถานีวิทยุในอังกฤษหรือแสดงสด เพลงนี้มักจะเล่นต่อจากเพลง The Happiest Days of Our Lives ตามการเรียงลำดับในอัลบั้ม The Wall เนื่องจากความหมายที่ต่อเนื่องกันของสองเพลงนี้ เพลง The Happiest Days พูดถึงชีวิตวัยเด็กที่มีแต่ความสุข จนต้องมาเจอกับครูจอมเผด็จการเมื่อเข้าโรงเรียนตามเนื้อหาในเพลง Another Brick (Part II)

จากคำให้สัมภาษณ์ของ Roger Waters เขาบอกว่าถึงแม้เพลงนี้จะมีเนื้อร้องบางท่อนเป็นเสียงร้องประสานของเด็กนักเรียนที่บอกว่า “...We don’t need no education...” แต่เขาไม่ได้ต่อต้านการศึกษา สิ่งที่เขาต่อต้านคือระบบการศึกษาที่ครูบังคับให้เด็กคิดตาม ไม่ได้สอนให้เด็กคิดด้วยตัวเอง ฟังดูคุ้นๆเหมือนระบบการศึกษาบ้านเราไหมครับ

คลิปมิวสิกวิดีโอ Another Brick in the Wall (Part II)
(https://www.youtube.com/watch?v=fvPpAPIIZyo)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่