กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ได้มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปในร้านอาหารที่เปิดต้อนรับลูกค้านักเที่ยวยามค่ำคืน ผู้ชายคนนั้นได้พบกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ได้ทำงานอยู่ที่ร้านอาหารแห่งนั้น หลังจากที่ได้เจอกันเขาทั้ง 2 ได้นั้งคุยกันเพราะร้านอาหารแห่งนี้ได้ให้พนักงานสามารถนั้งคุยกับลูกค้าได้ ผู้ชายคนนั้นได้สังเกตเห็นแววตาของเด็กผู้หญิง ในแววตานั้นชั่งเป็นแววตาที่น่าสงสารและเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายกับชีวิตความเป็นอยู่ ผู้ชายคนนั้นจึงตัดสินใจคิดที่จะช่วยเหลือเด็กผู้หญิงให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และดึงชีวิตของเด็กผู้หญิงออกมาจากสิ่งแวดล้อมและสังคมที่น่ากลัว เพื่อให้เด็กผู้หญิงคนนั้นได้มีอนาคตที่สดใส ผู้ชายคนนั้นพยายามแนะนำสิ่งที่ดีๆอย่างค่อยเป็นค่อยไปและอยู่เคียงข้างเด็กผู้หญิงคนนั้นจนเขามีความคิดและคุญภาพที่ดีขึ้น เป็นเด็กผู้หญิงที่มีคุณค่าในตัวของเขาเองมากขึ้น ผู้ชายคนนั้นรู้สึกภูมิใจในตัวเด็กผู้หญิงคนนั้นมาก แต่แล้วเมื่อวันเวลาผ่านไปเด็กผู้หญิงได้โตขึ้น ได้มีสังคมสิ่งแวดล้อมที่กว้างขึ้นทำให้เขาได้พัฒนาตัวเองได้ดีขึ้นมากจากเมื่อก่อน แต่สังคมสิ่งแวดล้อมใหม่ๆที่เขาเจอ มันก็ย่อมได้เจอกับคนรู้จักใหม่ๆที่ดีบ้างและไม่ดีบ้างปะปนกันไป ผู้ชายคนนั้นจากที่เคยดูแลเด็กผู้หญิงอย่างใกล้ชิดก็เริ่มคิดว่าควรที่จะปล่อยให้เด็กผู้หญิงได้ใช้ชีวิตเองบ้างถ้าเด็กผู้หญิงผิดพลาดตรงไหนเขาก็จะเข้าไปช่วยเหลือและคอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆ เพื่อให้เขาได้มีประสบการณ์ของตัวเอง แต่ยิ่งนานวันขึ้นสังคมใหม่ๆของเธอก็ทำให้เธอถูกกลืนเข้าไปในสังคมนั้นอย่างไม่รู้ตัว ทำให้สิ่งดีๆของผู้ชายคนนั้นที่แนะนำเด็กผู้หญิงค่อยๆจางหายไป จนเด็กผู้หญิงแทบจะกลายเป็นเด็กผู้หญิงคนเดิมก่อนที่จะเจอกับผู้ชายคนนั้น แต่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยเสียใจเพราะคิดว่า อย่างน้อยเราก็มีความหวังดีและช่วยสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเด็กผู้หญิงคนนั้นตามที่ได้ตั้งใจไว้ ความรักที่บริสุทธิ์ของผู้ชายคนนั้นยังคงเฝ้าคอยดูเด็กผู้หญิงคนนั้นอย่างห่างๆโดยที่เขาไม่ได้หวังเงิน ของมีค่า รึสิ่งต่างๆจากใคร.......
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ในโลกของความเป็นจริง ไม่มีใครเปลี่ยนใครได้หรอก ถ้าเขาคนนั้นไม่คิดที่จะเปลี่ยนตัวเขาเอง
เรื่องจริงยิ่งกว่านิทานคับ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ในโลกของความเป็นจริง ไม่มีใครเปลี่ยนใครได้หรอก ถ้าเขาคนนั้นไม่คิดที่จะเปลี่ยนตัวเขาเอง