ผมมีเรื่องเล่าจาก London, England มาฝากครับ Ep.1

london Tower Bridge​​

ภาคสอง

วันแรกที่ผมเหยียบผืนแผ่นดินอังกฤษ หลังจากลงเครื่อง ผมก็หาวิธีที่จะเข้าเมือง เนื่องจากการเดินทางของที่นี้ค่อนข้างแพง เลยหาวิธีที่ถูกที่สุด ตามแบบฉบับเที่ยวอย่างไร ให้ประหยัดมากที่สุด สุดท้ายผมเลือกใช้บริการ Metro หรือ รถไฟใต้ดิน จากสนามบินสู่โรงแรม ที่ผมได้จองไว้ก่อนหน้านี้ โดยเลือกจุดแลนด์มาร์คที่เอื้อต่อการเดินทางท่องเที่ยวรอบเมืองลอนดอน ผมเลือกโรงแรมที่อยู่ใกล้กับ Hyde Park จุดนี้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญอีกจุดหนึ่งของลอนดอน เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกมาพักที่นี้เป็นส่วนใหญ่ เพราะโซนนี้ สะดวกต่อการเดินทาง ใกล้กับสถานที่สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Buckingham palace หรือ ฺBig Ben  ลอนดอนยังมีสถานที่สำคัญมากมายที่ต้องเยือน สิ่งที่แรกที่เลือกทำคือ การนั่ง Bus Hop On Hop หรือ ลอนดอนบัสทัวร์ เราสามารถชมเมืองลอนดอนได้ทั้งหมดจากการนั่งรถบัส แต่เป็นการชมแบบผ่านๆเท่านั้น ในขณะที่บริการของลอนดอนบัสทัวร์ มีหลากหลายบริษัทให้เลือกใช้บริการ แต่ละบริษัทก็จะมีเส้นทางชมเมืองที่แตกต่างกันออกไป

สถานที่สำคัญที่ไม่ควรพลาดเมื่อเรามาเยือนลอนดอน และเราต้องไปดูและสัมผัสด้วยตัวเราเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น Tower of London, Tower Bridge, Buckingham Palace, Westminster Abbey, Big Ben, Palace of Westminster , St Paul's Cathedral, British Museum, Trafalgar Square และ National Gallery London ชื่อสถานที่เหล่านี้ทุกคนอาจเคยได้ยินผ่านหูผ่านตามาแล้ว ว่ามันมีความหมายและความสำคัญอย่างไร แต่สำหรับผมนอกจากสถานที่ข้างต้นที่ต้องไปชมให้เป็นบุญตาแล้ว ยังมีอีกสถานที่ที่หนึ่งที่ผมตั้งใจอยากไป คือ Churchill War Rooms เนื่องจากชอบซีรีย์ เรื่อง The Crown มาก ในเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของครอบครัว Queen Elizabeth II และสามีของพระองค์ Prince Philip ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ในเรื่องยังพูดถึง Winston Churchill นายกรัฐมนตรีอังกฤษผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรถึงสองสมัย
Winston Churchill

Churchill War Rooms เป็นพิพิธภัณฑ์หนึ่งในห้าของพิพิธภัณฑ์สงครามจักรวรรดิ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ประกอบด้วยห้องสงคราม (Cabinet War Rooms) ซึ่งเป็นอาคารใต้ดินและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะตั้งอยู่ที่ศูนย์บัญชาการของรัฐบาลอังกฤษ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังนำเสนอเกี่ยวกับชีวประวัติของ Winston Churchill อีกด้วย

หลังจากนั่งลอนดอนบัสทัวร์เพื่อวางแผนเส้นทางในการชมสถานที่สำคัญต่างๆแล้ว ตกเย็นของวันนี้ผมนั่งวางแผนเส้นทางและวิธีการเดินทางของวันพรุ่งนี้ เพื่อความสะดวกของผมเอง ซึ่งผมจะใช้บริการรถไฟใต้ดินและรถเมล์เป็นหลัก

เช้าวันนี้ผู้ช่วยของผม (Google) บอกว่า อากาศแจ่มใสมีแดดและมีเมฆปกคลุมเล็กน้อย อาจจะมีฝนบ้างบางพื้นที่ หลังจากเช็คสภาพอากาศเรียบร้อย ถือว่าสภาพอากาศวันนี้ไม่เลวเลยทีเดียว ผมเริ่มต้นจากสถานีรถไฟ Queensway เป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่สะดวกที่สุด เพราะใช้เวลาเดินแค่อึดใจเดียวจากโรงแรมก็ถึงสถานี วันนี้ผมเริ่มที่ มหาวิหารเซนต์พอล (St Paul's Cathedral) เป็นที่แรก สถานที่แห่งนี้เท่าที่ผมรู้มา มันเคยถูกเผาและถูกสถาปนาหลายต่อหลายครั้ง  ถ้าใครอยากรู้ความเป็นมาของที่นี้สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก วิกิพิเดีย เพราะผมจะพูดถึงความสวยงามของมันเท่าที่ผมจะสามารถสื่อออกมาเป็นตัวอักษรได้ ถ้าเรายืนมองจากด้านหน้าของวิหาร จะรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของตัววิหารได้ทันที เพราะมันสวยงามตระกาลตามาก เป็นสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างมาหลายร้อยปีจนถึงปัจจุบัน แต่ความสวยงามของตัววิหาร ไม่ได้จางหายไปตามอายุของมันเลย และเรายังสามารถมองห็นยอดโดมขนาดใหญ่ของวิหาร ที่สูงโดดเด่นตระหงาตาอยู่บนยอดวิหาร จากอีกฝั่งของแม่น้ำเทมส์ได้ หลังจากยืนชมความยิ่งใหญ่ด้านหน้าอาคารได้ซักพัก ผมก็เดินเข้าสู่ภายในวิหาร ในมหาวิหารเซนต์พอล ผมขออนุญาตแบ่งออกเป็นสามส่วน คือ ห้องโถงที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งจุดนี้ถ้าเราไปยืนอยู่จุดศูนย์กลางของห้องและมองขึ้นไปยังยอดมหาวิหารเราจะเห็นความยิ่งใหญ่ของโดมที่เป็นหลังคาของวิหาร มันใหญ่มากๆและสวยงามมาก และถ้ามองลงมาที่เท้าของเราก็จะเห็นห้องที่อยู่ด้านล่างซึ่งเป็นสวนที่สองของวิหาร เป็นห้องใต้ดินของวิหารและเป็นสถานที่เก็บศพบุคคลสำคัญต่างๆของอังกฤษมารวมกันที่นี้ ส่วนที่สามจะเป็นยอดโดมของมหาวิหาร ซึ่งเราสารเดินขึ้นไปบนนั้นได้ เพื่อดูความอลังการของโดมและภาพศิลป่ะบนโดม เมื่อเราขึ้นมาถึงจุดนี้แล้ว ถ้ามองลงไปที่จุดศูนย์กลางจุดแรกที่ผมได้ไปยืนตอนที่ผมเข้ามาถึง จุดที่ผมกำลังยืนอยู่ตอนนี้ มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันมาก ถ้ามองจากล่างขึ้นบนจะรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ แต่พอมองจากบนลงไปข้างล้าง จะเห็นความสวยงามและศิลปะด้านล่าง ได้อย่างชัดเจน ผมไม่สามารถเล่าถึงรายละเอียดของศิลปะโรมันที่อยู่ภายในวิหารนี้ได้ทั้งหมด แต่อยากบอกให้รู้ว่าความงามของศิลปะเมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมา มันยังคงยิ่งใหญ่และความสวยงามไว้ให้เราได้ชมเป็นบุญตาจนถึงทุกวันนี้


ใช้เวลาซักพักกับมหาวิหารเซนต์พอล ผมไปต่อที่ หอคอยแห่งลอนดอน (Tower of London) และทาวเวอร์บริดจ์ (Tower Bridge) ผมเลือกใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินอีกเช่นเคยจากสถานี St Paul's มาลงที่สถานี Tower Hill พอขบวนรถไฟ มาถึงสถานี ผมใช้เวลาเดินไม่กีนาทีก็ถึงหอคอยแห่งลอนดอน หรือที่ทุกคนเรียกว่า Tower of London ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำเทมส์ และ Tower Bridge หอคอยแห่งลอนดอนเป็นปอมปราการ พระราชวังหลวง และเคยเป็นคุกหรับนักโทษที่มียศศักดิ์สูง เช่น พระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 ก็เคยติดคุกทีนี้  เรื่องของประวัติศาสตร์ผมจะไม่พูดถึงเพราะความรู้น้อยไปหน่อย มาดูสิ่งที่ผมได้เห็นด้วยสองตาตัวเองดีกว่า
ถ้ามองจากภายนอกหรือเห็นตามสื่อ หรือภาพที่เราเคยเห็นมาก่อน เราอาจจะคาดเดาหรือจินตนาการว่าพื้นที่ภายในกำแพงทั้งหมดนั้น คือหอคอยแห่งลอนดอน แต่ความเป็นจริงแล้ว หอคอยแห่งลอนดอนจะตั้งอยู่ตรงกลางของพื้นที่ทั้งหมด ที่ถูกล้อมไว้ด้วยกำแพงหิน หอคอยแห่งลอนดอนมีลักษณะเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งภายในอาคารจะจัดแสดง ชุดเกราะเหล็กโบราณอยู่ด้านในของอาคาร และภายในอาคารก็มีพื้นที่ขนาดเล็ก แต่ก็ไม่ถึงกับแออัดเกินไป


ในกำแพงหินที่ล้อมหอคอยแห่งลอนดอนไว้ ไม่ได้มีแค่หอยคอยเท่านั้น ที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี้ แต่ที่นี้ยังมีอาคารสำหรับแสดง มงกุฎกษัตริย์แห่งอังกฤษ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุปัน ซึ่งในความเห็นของผม ผมคิดว่านี้แหละคือจุดเด่นของที่นี้ ที่เรียกว่า "หอคอยแห่งลอนดอน" เพราะจะเห็นความงดงามของเครื่องนุ่งห่มต่างๆของพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ที่เคยปกครองอังกฤษ  แม้แต่มงกุฎของ Queen Elizabeth II (ปัจจุบัน) ก็ยังมีจัดแสดงโชว์ให้เราได้เห็น
Tower Bridge)

ภาพวิวจากชั้นที่สองของ Tower Bridge)

นอกจากหอคอยแห่งลอนดอนแล้ว ถ้าเราเดินออกจากหอคอย มาทางฝั่งแม่น้ำเทมส์เราจะเจอกับ ทาวเวอร์บริดจ์ (Tower Bridge) ที่ตั้งตระหง่า อยู่บนแม่น้ำเทมส์ มีลักษณะเป็นสะพานสองชั้น ชั้นที่หนึ่งของสะพานสามารถแยกออกจากกันได้ เพื่อให้เรือขนาดใหญ่ผ่าน สวนชั้นที่สองเป็นทางเดินของคนทั่วไป จากชั้นที่สองของสะพานจะมองเห็นแม่น้ำเทมส์แบบมุมกว้าง ได้สุดลูกหูลูกตากันเลยที่เดียว แถมมีบางสวนของสะพานใช้กระจกใสต่อเข้ากับตัวสะพานเดิม เพื่อให้เรามองเห็นแม่น้ำเทมส์ที่อยู่ข้างล่างได้ จุดนี้หลายคนอาจจะไม่กล้าเดินผ่านหรือต้องปิดตาขณะเดิน เพราะความสูงของสะพานอาจจะทำให้ท่านเสียวไปถึงท้องน้อยได้ สะพานทาวเวอร์บริดจ์ (Tower Bridge) ยังเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของกรุงลอนดอน ที่ทุกคนทั่วทุกมุมโลกรู้จัก

City Hall

City Hall

City Hall

ออกจากหอคอยแห่งลอนดอนและทาวเวอร์บริดจ์ ผมเดินไปฝั่งตรงข้ามของหอคอย ที่นี้จะเป็นดึกสมัยใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมา มีลักษณะคล้ายโลกอนาคต เพราะการออกแบบตัวอาคารต่างๆ ทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบไปหมด  ดูทุกอย่างเรียบง่าย สะดวกสะบาย สวยงาม มีระเบียบ เป็นการออกแบบที่โคตรสมัยใหม่และสวยงามมาก ขณะที่ผมกำลังเดินอยู่ รู้สึกหมือนเดินอยู่ในโลกของอนาคต ที่เคยเห็นผ่านหูผ่านตาตามภาพยนต์ โดยเฉพาะความรู้สึกที่พึ่งเดินออกจากหอคอยที่มีอายุเกือบพันปี แล้วมาเจอสถานที่แห่งนี้ แบบนี้ อารมณ์ตอนนั้นของผม มีความรู้สึกที่สับสนมึนงง อุทานกับตัวเองในใจ  เฮ้ย!! นี่เราอยู่บนโลกเดียวกันหรือเปล่า ผมยังอยู่ในชวงเวลาของปัจจุบันใช่ไหม ทำไมมันช่างแตกต่างได้ถึงขนาดนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านเมื่อซักครู่นี้ ที่ผมยังยืนอยู่ในหอคอยแห่งลอนดอน

กว่าจะผ่านช่วงสับสนเวลา  หันมาดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเอง อุทานกับตัวเองเบาๆว่า อ้าวเฮ้ย มัวแต่ยืนงง นี่จะถึงเวลาลงเรือแล้ว แต่ยังยืนงงอยู่เลย.....ในขณะที่ผมไม่มีตัวเลือกอะไรเลย ที่จะไปถึงท่าเรื่อให้เร็วที่สุด  แต่ผมเลือกที่จะวิ่ง วิ่ง ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีและเร็วที่สุด และยังเป็นการออกกำลังกายไปในตัว และเป็นการรีเล็กซ์เล็กๆน้อยๆหลังจากเดินมาทั้งวัน ฮ่าๆๆ อันนี้นึกปลอบใจตัวเอง แต่สุดท้ายก็มาถึงท่าเรือทันเวลานัด  การนั่งเรื่อชมวิวครั้งนี้จะคล้ายๆกับการนั่งรถบัสชมเมือง แค่เปลี่ยนจากทางบก มาทางน้ำก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบหนึ่ง  แต่ที่แตกต่างจากการนั่งรถบัส คือ บนเรือจะมีบริการเครื่องดื่ม แม้.... มันจะดีอะไรแบบนี้ ฮ่าๆๆ ระหว่างนั่งเรือชมเมืองและคาคารต่างๆพร้อมกับจิบเบียร์เย็นๆ อากาศ 14-15 องศา วิวสองข้างแม่น้ำเทมส์ โอ้ววววอะไรมันจะดีปานนี้ ฮิวววววว  ถือว่าวันนี้ผมปิดฉากลงได้อย่างสวยงาม ตามแแผนที่วางไว้
London Eye



มีต่อภาคสอง หรือเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ Facebook Page

แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่