คนคิดมาก มีปัญหาการเข้าสังคม ปรับตัวยาก กับความฝันอยากไปเรียนต่อ-ทำงานระยะหนึ่งที่ต่างประเทศ TT

อาจจะยาวหน่อยนะคะ เราเล่าเสียเยอะเลย ใครมีเวลาอ่านก็รบกวนขอเวลาด้วยค่ะ ._.

เราเป็นคนที่พื้นฐานวิชาภาษอังกฤษใช้ได้ค่ะ อยู่ในระดับดี พัฒนาต่อได้
เราอยากพูดเก่งๆ อยากไปทำงานซักระยะหนึ่งที่ต่างประเทศหลังเรียนจบเพื่อเอาภาษาค่ะ
แต่ว่าเราเป็นคนที่ชอบอยู่ใน Comfort Zone ของตัวเองค่ะ ถูกเลี้ยงมาแบบผู้ใหญ่ห้ามทำนู่นนี่ ไม่ได้ทำอะไรด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่จะมีพ่อแม่คอยช่วยเหลืออยู่เสมอ ตอนที่เข้ามหาวิทยาลัยแรกๆ เราก็รู้สึกว่ามีหลายอย่างเลยค่ะที่เราไม่เคยทำเหมือนคนอื่นๆ เช่นซื้อเสื้อผ้าเอง (เพราะเมื่อก่อนเมื่อแอบซื้อของเองแล้วแม่จับได้จะถูกดุอย่างหนัก) ทุกอย่างคือแม่จัดหาให้หมดเลย มีความมั่นใจน้อยหน่อยในการตัดสินใจ, ซักผ้า, ถูพื้น, ขัดห้องน้ำ, ขี่มอเตอร์ไซค์, ทานส้มตำ ไม่เคยทำ รู้สึกว่าเราแปลกจากคนอื่นจัง แต่ตอนนี้ทำได้หมดแล้วค่ะ พอปรับตัวได้ เรียนรู้จนทำได้หมดแล้วก็ไม่รู้สึกแปลกอีก

แต่ก็ยังมีความขี้หลงขี้ลืม และความไม่ค่อยมีความรู้รอบตัวค่ะ แล้วก็การที่เป็นคนไม่จำทาง (นั่งรถผ่านแล้วจำทางไม่ได้) ที่คิดว่าเป็นเรื่องที่ควรแก้ไข ปรับปรุงตัว ณ ปัจจุบันก็แก้ได้บ้างนิดๆหน่อยๆค่ะ พอถูไถ แต่จะให้ไม่ลืม 100% จำทางได้ 100% ทำไม่ได้อะค่ะ มันต้องเป็นทางที่เราไปมาบ่อยๆ สักระยะถึงจะจำได้ ส่วนเรื่องลืมก็แก้ไขด้วยการจดบันทึก แปะโพสอิทเอา เรื่องความรู้รอบตัวในเรื่องต่างๆ(เด็กๆไม่เคยสนใจ) ไม่มีก็ยอมรับว่าไม่มีค่ะ ทำใจ กูเกิ้ลช่วยให้เอาชีวิตรอดได้อยู่

ด้านบนคือความกังวลในระดับหนึ่งค่ะว่าเราจะสามารถเอาตัวรอดได้ไหมหากไปเปิดหูเปิดตาที่ต่างประเทศกับเขาบ้าง เพราะในไทยเราก็ป้ำๆเป๋อๆ เด๋อๆอยู่เลย จะรอดมั้ยนะ แต่อีกสิ่งที่กังวลมากที่สุดเลยคือ ทักษะในการเข้าสังคม ที่อ่อนด๋อย และการเป็นคนคิดมากค่ะ

เราเป็นคนที่ถ้าสนิทแล้ว หรือเจอคนที่เฟรด์ลี่ เคมีเข้ากัน เราจะสามารถปล่อยตัวสบายๆได้ค่ะ ภายนอกเหมือนคนปกติทุกอย่าง แต่ถ้าไปในสังคมใหม่ๆ หรืออยู่กับคนที่ไม่สนิท เราจะรู้สึกอึดอัด และประหม่า ในตอนแรกอาจะมีเรื่องให้คุยกันตามประสาคนเพิ่งรู้จัก(คำถามทั่วๆของคนเพิ่งรู้จักกัน มีเป็นล้าน) แต่หลังจากนั้นพอรู้จักกันผิวเผินแล้ว เราต้องใช้เวลาปรับตัวนานเลยค่ะกว่าจะเข้ากับคนคนหนึ่งได้ หาเรื่องคุยทั่วๆไปได้โดยที่ตัวเองไม่รู้สึกอึดอัด เครียด สรุปคือเราเป็นคนระบบปิด ที่ค่อนข้างสนิทกับคนได้ยากนั่นเองค่ะ และเป็นคนที่คิดมาก หากไม่มีเพื่อนหรือแปลกแยกจากคนอื่นๆก็จะคิดมากค่ะ ต้องการการยอมรับในระดับหนึ่ง ให้ปลีกวิเวกไปเลยคงทำไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น ตอนเข้ามาในมหาลัยใหม่ๆ ตอนปีหนึ่ง เครียดมากค่ะ เข้ากับเพื่อนไม่ได้ ถึงขั้นแอบร้องไห้ เพราะรู้สึกแปลกแยก เคว้งคว้าง เพื่อนจากโรงเรียนเก่าไม่มีสักคน แล้วมารวมๆกันในกลุ่มคนที่เราไม่รู้จัก เราอึดอัดค่ะ ไม่สามารถสนิทกับใครได้ในทันทีมันรู้สึกไม่ปลอดภัย(มีความกังวลในเรื่องไม่มีเพื่อนสนิท เป็นปมตอนเด็กๆอยู่แล้ว จะคิดมากตลอด) แต่ผ่านมาหลายเดือนอะค่ะ สักสาม-สี่เดือน เราถึงเริ่มรู้สึกว่าเราโอเคขึ้น และพอขึ้นปีสองจนมาถึงปัจจุบัน เรารู้สึกปกติมากค่ะ คุยกับเพื่อนได้อย่างปกติ ไม่ต้องสนิทมาก แต่ก็สบายใจ ไม่อึดอัดเหมือนตอนรู้จักตอนแรก ทุกวันนี้เฉยๆ รู้และเข้าใจว่าปัญหาของเราคืออะไร ปรับตัวได้แล้ว

แต่เราค่อนข้างมั่นใจว่าเราจะมีปัญหาเมื่อเปลี่ยนที่ใหม่ สังคมใหม่ ค่ะ อะไรที่เราชินแล้วเราปรับตัวได้แล้วมันก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเรา แต่เมื่อมันเปลี่ยนที่ เปลี่ยนสังคม คนที่ปรับตัวยากอย่างเรา และกว่าจะผ่านการหล่อหลอมเข้าสังคมใหม่นี่คือหนักหน่วงมากในความรู้สึก หากไปต่างประเทศ เรากลัวมากเลยค่ะว่าเราจะเป็นแบบตอนเข้ามหาลัย ซึ่งเราก็คิดว่ามันก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นแบบนั้น

เราเรียนอยู่ในคณะ-สาขาที่เราไม่เก่งเลย โง่มากๆด้วยซ้ำ เพราะแม่เราบังคับค่ะ (อย่างที่เคยบอกว่าเราถูกบังคับ เดินทางนู้นทางนี้ตั้งแต่เด็กๆ) เถียงแค่ไหน ท่านก็ไม่ให้เราไปเรียนสาขาอื่น เพราะคิดว่าสาขาที่เราเรียน เรียนจบแล้วจะได้งาน แต่เราบอกเลยค่ะว่าเราจบมาเราไม่ทำงานเกี่ยวกับสาขาของเราหรอก เราไม่เก่งและโง่มาก แถมยังไม่ชอบด้วย เราคิดว่าอย่างน้อยถ้าเราได้ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราถนัดมากกว่าวิชาอื่นๆ และชอบ อย่างน้อยก็น่าจะมีประโยชน์ในการทำงาน และกับตัวเราเมื่อเรากับมาทำงานที่ไทย

ตั้งแต่เข้ามหาลัยมารู้สึกว่าสกิลภาษาอังกฤษไม่ได้พัฒนาเลยค่ะ อาจจะแย่ลงด้วยเพราะไม่ค่อยได้ใช้ ไม่ได้เรียนเหมือนตอนติวก่อนสอบเข้ามหาลัย เพราะเรียนสาขานี้เราไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษเลย ที่จริงก็มีวิชาภาษาอังกฤษอยู่บ้างค่ะ แต่เป็นอังกฤษแบบอนุบาล เบสิค ซึ่งเราทำได้ ในความรู้สึกเราคือใครๆก็ทำได้ แต่เพื่อนก็จะพากันชมว่าเราเก่งอย่างนู้น อย่างนี้ แหงล่ะ ก็พวกเขาเก่งคำนวน แต่เราโง่คำนวนมาก เราก็มองว่าพวกเขาเก่งคำนวนเช่นกันทั้งๆที่บางคนก็แค่พอทำได้ เราไม่ได้เก่งอังกฤษเลยค่ะ เพียงแต่ในหมู่ของพวกเขา คนส่วนใหญ่เก่งคำนวนและไม่ค่อยรู้เรื่องภาษาอังกฤษ เราเลยดูเก่งเท่านั้น อันที่จริงแล้วเรากลางๆค่ะ เรียนด้วยตัวเองจากการดูหนัง ฟังเพลง จนสามารถฟัง-กระแดะอยากจะพูดได้ในระดับหนึ่ง

ยอมรับเลยว่าพวกเพื่อนๆทำให้เรากดดันค่ะ + เรากดดันตัวเองด้วย ตอนมัธยม มันจะมีเด็กคนหนึ่งที่เก่งทุกวิชา ระดับที่ตอนนี้เรียนหมออะค่ะ แต่วิชาภาษาอังกฤษ ม.4-6 ตอนนั้น เป็นวิชาเดียวที่เราได้ที่ 1 ที่ 2 ของระดับ ติดๆกันกับเค้า สลับกันได้ลำดับสูงกว่าอีกคน แต่วิชาอื่นเราก็คือเด็กโง่ๆทั่วไปอะค่ะ มันเลยทำให้เราภูมิใจในสกิลภาษาอังกฤษตัวเองระดับหนึ่งที่เราเรียนรู้ด้วยตัวเอง และมีพรสวรรค์เทียบเค้าที่เก่งทุกด้านได้ แล้วมาตอนนี้พี่ชายเราเขาก็ไปเรียนเมืองนอกค่ะ ตอนนี้พูดได้แล้ว ทั้งๆที่เขาเก่งภาษาน้อยกว่าเรา และกำลังจะกลับมา เราอยากพูดได้ค่ะ เพราะมันคงดูแย่ที่เราซึ่งเพื่อนๆมองว่าเก่งภาษาโตมากลับพูดไม่ได้ ทั้งๆที่เราเองก็อยากพูดได้ อยากลองไปต่างประเทศ และพี่เราเองก็ไปมาแล้วและตอนนี้พูดได้ด้วย (เราไม่สนิทกับพี่ชาย เรียกว่าห่างเกินกันมากๆ คงขอคำแนะนำยากค่ะ เขาโลกส่วนตัวสูงและไม่ค่อยสนใจจะคุยกับเรา) บอกเลยว่าเราอิจฉาพี่ชายค่ะ เขาเก่งกว่าเรา สูง หน้าตาดี ตอนนี้ยังสามารถทำในสิ่งที่เป็นความภูมิใจเพียงอย่างเดียวของเราได้อีก อาจจะดูเว่อร์นะคะกับอีแค่ภาษาอังกฤษ แต่เราไม่ค่อยเก่งอะไรนอกจากศิลปะกับภาษา ในขณะที่เขาเก่งทั้งกีฬา ดนตรี ศิลปะ ภาษา และไม่ได้มีปัญหาเวลาเข้าสังคมแบบเรา

เราคิดว่าหากเรามีเพื่อนที่เราสบายใจที่จะอยู่ด้วยไปต่างประเทศด้วยสักคนน่าจะช่วยแก้ปัญหาของเราได้บ้าง อย่างน้อยก็ยังมีคนหนึ่งที่สนิทกลับมาห้องพูดคุย ปรับสารทุกข์สุขดิบกันได้ เราจะมีความรู้สึกที่ปลอดภัยมากขึ้นแน่นอน แต่เพื่อนเราไม่มีใครสนใจไปเลยค่ะ มีแค่คนเดียว(อยู่คนละมหาลัย สมัยมัธยมอยู่กลุ่มเดียวกัน) ที่สนใจ แต่มันก็ไม่แน่ว่าจะได้ไปด้วยกันมั้ย เค้าจะไปหรือเปล่า

พ่อเราชอบบอกว่า "ถ้าเราอยากไป เขาจะหาวิธีให้เราไปให้ได้ แต่ถ้าเราอยากทิ้งโอกาส ไม่อยากไปก็เรื่องของเรา"  
พอเขาพูดมาแบบนี้เราน้ำตาคลอเลยค่ะ เขาไม่เข้าใจ หรือบางทีเขาอาจจะเข้าใจ แต่ไม่ได้เข้าใจทั้งหมด ว่าความกังวลของเราคืออะไร เขามนุษย์สัมพันธ์ดี บอกว่าไม่ใช่เรื่องยากในการเข้ากับคน แต่สำหรับเรามันยากอยู่นะคะ เราไม่ถึงกับแปลกแยก ไม่มีเพื่อน ทุกคนมองว่าเราอารมณ์ดี ถึงเป๋อๆ เด๋อๆ แต่ก็ตลก ถึงขี้ลืมแต่เราก็มีความรับผิดชอบสูง และมีความเกรงใจคนอื่น แต่เราไม่ได้มีเพื่อนเยอะค่ะ มีแค่ไม่กี่คน เราก็อยากจะผูกมิตรกับคนเก่งเหมือนพ่อ เหมือนคนอื่นๆเค้าเหมือนกันนะคะ แต่เคยพยายามมาหลายปีแล้วมันทำไม่ได้เลยค่ะ สุดท้ายก็เลยยอมรับความเป็นเราและทำใจอยู่กับมันค่ะ

เราไม่อยากทิ้งโอกาส หากเรามีโอกาสที่จะได้ไปตามความฝัน
แต่เรามีข้อจำกัดที่คนบางคนอาจะไม่เข้าใจว่ามันยาก... เราก็อยากจะถีบตัวเองไปตรงนั้นก่อนแล้วค่อยดูอีกทีว่าจะตายไหมเหมือนกันค่ะ แต่เซ้นส์มันแบบ ตายแน่ๆ 555555 แง คืองานก็ไม่เคยทำ บอบบาง ปวกเปียก เด็กน้อย ความรู้รอบตัวไม่ค่อยมี เข้ากับคนยากอีก นี่มันรวมสกิลที่ไม่เหมาะจะไปเผชิญโลกกว้างที่เราไม่ได้พูดภาษาเขาปร๋ออะ

เพื่อนๆพอจะมีความคิดเห็น หรือคำแนะนำมั้ยคะ
ใครที่เคยไปอยู่ สามารถให้คำบอกเล่าเราได้มั้ยคะว่า สกิลแบบเราถ้าไปอยู่ ควรต้องทำตัวอย่างไร แล้วมันเป็นปัญหามากขนาดที่เราคิดไปเองหรือเปล่า
ขอกำลังใจ หรือคำแนะนำด้วยค่ะ

ปล.ถ้าให้เทียบระหว่างความกลัวกับอยากไป ว่าคุณจะเลือกอย่างไหนล่ะ (หากคุณจะบอกแบบแนวที่พ่อเราบอกเรา) เราตอบเลยว่าอยากไปมากกว่าค่ะ อยากพูดได้จริงๆ ไม่อยากให้ความสามารถตัวเองเสียของ โตมาโดยที่ทุกคนบอกว่าเก่ง สุดท้ายพูดไม่ได้ ไม่มีประโยชน์ แต่ยอมรับว่าเรากลัวมากๆเช่นกัน เพราะอย่างที่กล่าวมาด้านบนค่ะ ถ้าเราไม่มีปัญหาแบบนั้น เราคงมีเพื่อนสนิทมากมาย และเราคงจะตัดสินใจไปต่างประเทศได้เลยเลยโดยไม่คิดมากอะไรแล้วค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่