ประสบการณ์ การสอบใบขับขี่แบบผิดๆ

ในการสอบใบอนุญาตขับขี่รถยนต์สมัยนี้ สนามสอบบางสนามจะใช้ระบบเซ็นเซอร์อินฟาเรด ตรวจจับความถูกต้องของผู้เข้าสอบโดยแสดงเป็นไฟแดง พร้อมประกาศว่า “ไม่ผ่าน” หากเป็นไฟเขียว ก็จะประกาศว่า “ผ่าน” ตัวผมเองเคยสอบใบขับขี่รถยนต์เมื่อนานมากๆ แล้ว แต่ด้วยความที่ไม่มีรถยนต์เป็นของตัวเองช่วงหนึ่ง จึงไม่ได้ไปต่ออายุ ทำให้หมดอายุ จึงต้องทำการสอบใหม่ รวมถึงอบรมใหม่ทั้งหมด ประหนึ่งว่าไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อน
    การสอบใบขับขี่ปัจจุบัน ผมได้มีโอกาสสอบทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งผลปรากฏว่า ไม่ผ่านทั้ง 4 ครั้ง ในท่าขับรถเทียบฟุทบาท ซึ่งเป็นท่าแรก ที่ผมคิดว่าง่ายที่สุด แต่ก็ไม่ผ่าน ส่วนท่าอื่นๆ ผ่านในครั้งแรกเลย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ผ่าน ผมได้อ่านสาเหตุที่ระบบจะทำการพิมพ์หลังจากที่สอบครบมาให้ผ่าน ก็ยัง งง อยู่ดี เพราะมีการนำรถที่บ้านไปซ้อมในมหาลัยอยู่บ่อยๆ ทั้งจับเวลา และก็ขีดเส้นเอง ผลที่ได้ก็คิดว่าเราน่าจะทำได้ แต่ก็ยัง “ ไม่ผ่าน “
โดยในครั้งแรก 1.จอดรถไม่ทับเส้นขาว
            2.มีการปีนฟุตบาท
            3.เคลื่อนรถช้าเกินไป ( มีการแตะแบรก)
            4.ไม่ทราบสาเหตุ
ในการสอบทั้ง 4 ครั้งก็จะเจอเพื่อนร่วมชะตาเดียวกัน คือไม่ผ่าน ท่าเทียบฟุตบาท จนบางคนถึงกับต้องห้อยพระเกจิอาจารย์ดังกันเลยทีเดียว บ้างก็มีการสวดมนต์ขอพร ขอให้สอบผ่าน มิตรสหายบางท่านเล่าว่า ตัวเขามาสอบได้ 10 กว่าครั้งแล้ว อบรมใหม่มาไม่น้อยกว่า 2 ครั้งแล้ว ก็ยังไม่ผ่านท่าเทียบฟุทบาทเลย
    ในสนามสอบ ผมก็รู้สึกไม่เข้าใจ ผู้คุมสอบท่านหนึ่งเป็นพี่ชายพูดเยอะๆ ประโยคติดปากเขาจะพูดบ่อยครั้งว่า “ คุณต้องฟังผมนะ ต้องฟังนะ ฟังผมให้ดี “  พี่ชายท่านนี้ จะทำหน้าตาหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา และก็ชอบให้ผู้เข้าสอบที่เป็นผู้หญิงสอบใหม่ แบบถอยมาแตะบัตรสอบใหม่อยู่บ่อยครั้ง ผมเข้าสอบทั้ง 4 ครั้ง เหตุการณ์นี้ก็จะเกิดขึ้นทั้ง 4 ครั้ง แต่ผมก็ไม่กล้าถามว่าทำไมถึงให้ผู้เข้าสอบบางคนสอบใหม่ ?
    เป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ผมสอบไม่ผ่าน ระยะเวลาที่จะกลับมาสอบใหม่ ก็คือ 1 เดือน เพราะคนสอบซ่อมกันเยอะมาก ซึ่งอาจจะทำให้ใบอบรมหมดอายุก่อน ทำให้ต้องไปเริ่มใหม่หมดทุกอย่าง ซึ่งชีวิตผมก็ไม่ได้ว่างขนาดนั้น ผมจึงหาทางออกโดยการหาซื้อใบอนุญาตขับขี่ ผมหาข้อมูลจากหลายๆที่ ส่วนใหญ่ 99% โกงแน่นอน แถมถ้าซื้อมาโอกาสติดคุกจริงๆก็มีอีก
    เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ผมได้ยินมาว่าสนามสอบในต่างจังหวัดจะง่ายกว่าระบบใหม่ที่อยู่ใน กรุงเทพฯ เลยไปหาข้อมูลไว้เพื่อที่จะเดินทางไปสอบ แต่ได้มีคนรู้จักผมว่า มันมีทางออกแบบชัวร์มากๆ คือ การไปโรงเรียนสอนขับรถแต่ต้องจ่ายเงินนะ
ผมบอกเลยชั่วโมงนั้น เท่าไหร่ก็จ่าย เลยตกลงไปคุยรายละเอียดเลย
    ในโรงเรียนสอนขับรถย่านสุขุมวิท สภาพตึกเก่าๆปูนเปลือย(สงสัยจะชอบแนวLOFT) ประดับประดาไปด้วยสติ๊กเกอร์เก่าๆ เป็นรูปสัญลักษณ์ป้ายจราจรต่างๆ และห้องน้ำแบบ Squat Toilet มีแมลงสาปวิ่งไปมา ที่อยู่ตรงข้ามร้านเนื้อย่างโคขุนชื่อดัง จะเจอพี่ชายผู้หนึ่งรูปร่วงใหญ่ท่าทางจะกินดีอยู่ดี ซึ่งขนานนามตัวเองว่า “ ครู “ ก็ได้ตกลงเรื่องราคาค่าเล่าเรียน แต่ผมบอกว่า ผมไม่ต้องการเรียน ผมต้องการสอบให้ผ่านแบบไม่ต้องไปจองคิวรอ เพราะจะซื้อรถเดือนนี้แล้ว พี่ชายท่านนั้นบอกว่า ถ้าไปกับพี่ ยังไงก็ผ่าน เลยตกลงราคากันแค่ค่าสอบแบบไม่ต้องจองคิวไว้ที่ 8xxx บาท ตัดค่าเรียนออก ซึ่งถือว่าแพงมาก แต่ไม่ต้องเข้าอบรม ไม่ต้องจองคิว แค่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์อย่างเดียว
    ทุกๆวันศุกร์ตอนตี 4 พี่ชายผู้นี้จะพานักเรียนทั้งหลายไปสอบที่จังหวัดใกล้กรุงเทพ ซึ่งผมก็เป็น 1 ในนั้น ในตอนเช้าตอนตี 4 พี่ชายท่านนั้น ขอเก็บค่าเช่ารถคนละ 300 บาท ก่อนขึ้นรถตู้เดินทาง  ในระหว่างทางพี่ชายท่านนั้นก็จะคอยบอกว่า เมื่อถึงสนามสอบแล้ว พยายามกาะกลุ่มพวกเราไว้ อย่าไปคุยกับคนอื่นมาก เขาจะมองไม่ดี และก่อนถึงสนามสอบ รถตู้ที่ผมโดยสารไปนั้น ได้แวะปั๊มน้ำมันก่อนเข้าสนาม และจะมีมิตรสหายท่านหนึ่งหอบใบอบรมมาให้ พร้อมลายเซ็นชื่อเรา ที่เราไม่ได้เซ็นแจกคนละใบก่อนเข้าไปสอบ และสุดท้ายก็จะสรุปว่าให้นักเรียนทั้งหลายทำอะไรบ้าง
    ถึงสนามสอบแล้วก็มีการลงทะเบียนเข้าตรวจสมรรถภาพร่างกายปกติทุกขั้นตอน จากนั้นก็ไปรอเรียกเข้าสอบทฤษฏี ซึ่งพี่ชายได้บอกในรถว่า พอเข้าสอบแล้วให้แกล้งจิ้มๆหน้าจอไปเรื่อยๆ แต่อย่าเพิ่งกดส่งข้อสอบ เพราะจะมีเจ้าหน้าที่พวกเดียวกันมาจัดการให้ ซึ่งผมก็ได้ทำตามพี่ชายท่านนั้นอย่างเคร่งครัด จนถึงสอบปฏิบัติ ในการสอบปฏิบัติ ก็จะเจอ “ คนอย่างพวกเรา “ หลายเจ้า มายืนเรียงกันเป็นแถบ สลับกันใช้รถเช่า ซึ่งตัวผมเองได้สอบผ่านทั้ง 3 ท่า โดยไม่มีปัญหาใดๆ แต่ก่อนที่จะขึ้นไปรับใบขับขี่ของแท้มีตราขนส่งวิ้งๆบนบัตร ผมได้ยืนสังเกตการณ์ผู้เข้าสอบท่านอื่นๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ปรากฏว่าบางท่านขับรถแทบจะไม่เป็นเลย โดยเริ่มตั้งแต่จุดแรก ซึ่งเป็นท่า ขับตรงไป และถอยหลังกลับ บางท่าน เอากระจกข้างเกี่ยวกับเสาท่อ PVC ล้มระเนระนาดกันไป บางท่านขับเกยขึ้นฟุทบาทในท่าที่เทียบฟุทบาท บางท่านถอยเข้าซองจนล้อขูดกับฟุทบาทก็มี แต่ก็มีบางส่วนที่ถูกเจ้าหน้าที่ในสนามที่เป็น “ พวกกัน “ ดึงไปสอนถอยเข้าซองแล้วเซ็นให้ผ่านก็มี
    ในกรณีที่สอบไม่ผ่าน จะมีเด็กตัวอ้วนๆ อยู่หน้าสนามสอบคอยบอกให้ไปรอหลังต้นไม้ใหญ่ๆ เพราะจะมีมิตรสหายท่านหนึ่ง วิ่งเอาเอกสารไปให้ เอกสารที่ให้คือ เอกสารที่สอบผ่านนี่แหละ
    สุดท้ายนี้ ผมรู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่เห็นใบขับขี่(ใหม่)ของตัวเอง โดยส่วนตัวไม่เคยขับไปชนใครหรือเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง มีแต่คนมาชนท้าย2-3ครั้ง  จึงอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ของผมให้เพื่อนๆพี่ๆให้ได้รู้ว่า การที่บุคคลท่านหนึ่งมีใบขับขี่ ไม่ได้หมายถึงว่า บุคคลท่านนั้น “ ขับรถเป็น “ นะครับ

ผมขออภัยสังคม ณ ที่นี้

ส่วนใครที่ยังรอภาคต่อเรื่อง “ เดทแรกสุดประทับใจ “ อยู่ ผมจะกลับมาเขียนนะครับ อีกสองเดือนก็ครบปีแล้ว ที่ทิ้งไว้
อีกอย่าง User ผมโดนแบนไปแล้วครับ 555

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่