ว่าด้วยเรื่องโปรแกรมฟุตบอลลีกไทยปีนี้

ปีนี้ฟุตบอลไทยลีกภาพรวมคนดูซบเซาไปเยอะกว่าเดิมมากในแต่ละสนาม โดยเฉพาะเกมที่ไม่ใช่บิ๊กแมตช์ เนื่องจากหลายปัจจัย เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ผลงานทีมชาติที่กระแสเริ่มดร็อปลง แต่ปัญหาสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อความนิยมดูฟุตบอลไทย และอยู่ในขอบข่ายหน้าที่ของสมาคมฟุตบอลฯ โดยตรงก็คือเรื่องการจัดโปรแกรมฟุตบอลลีก ปัญหาหลักเลยก็คือการอัดเกมกลางสัปดาห์มากเกินไป และการปิดพักลีกนานเกินไป พอบอลลีกกลับมาเตะรอบนี้แล้วมันรู้สึกขาดความต่อเนื่อง อารมณ์ที่กำลังลุ้นๆการขับเคี่ยวกันมันหายไป

ผมสรุปประเด็นคร่าวๆ จะมองเห็นปัญหาดังนี้

1. การเก็บตัวเตรียมทีมชาติมากเกินไป
ปีนี้ฟุตบอลไทยลีกเริ่มเปิดสนามวันที่ 11 ก.พ. จากนั้นก็แข่งทุกสัปดาห์มาจนถึงกลางเดือนมีนา เราหยุดลีกอาทิตย์ก่อนหน้าฟีฟ่าเดย์หนึ่งอาทิตย์เพื่อเตรียมทีมชาติเจอกับซาอุและญี่ปุ่นในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ส่วนฟีฟ่าเดย์รอบอื่นๆ ก็โอเคไม่ได้หยุดลีกเพิ่ม ยกเว้นรอบล่าสุดที่ได้อานิสงส์จากการปิดลีกไปซีเกมส์ (แต่ราเยวัชก็เลือกเก็บตัว 7 วันตามสากล)

2. การหยุดไปแข่งฟุตบอล U23 ชิงแชมป์เอเชียรอบคัดเลือก และฟุตบอลคิงส์คัพ
ช่วงเดือนกรกฎาคม เราหยุดลีกไปอีก 3 อาทิตย์เพื่อหลีกทางให้ฟุตบอล U23 ชิงแชมป์เอเชียรอบคัดเลือก และต่อเนื่องด้วยฟุตบอลคิงส์คัพชุดใหญ่ ซึ่งทั้ง 2 รายการไม่ได้ตรงกับฟีฟ่าเดย์ จะดีกว่ามั้ยถ้าเราไม่หยุดทั้งลีก แต่อาจจะพิจารณาเลื่อนเฉพาะคู่ที่มีนักเตะหลักๆ ไปเตะรายการ U23 ที่สโมสรทำเรื่องขอมา ส่วนคู่ที่ไม่มีนักเตะติดทีมชาติก็แข่งตามปกติเหมือนเดิม ส่วนรายการคิงส์คัพก็ไปเตะในช่วงฟีฟ่าเดย์ และหารูปแบบที่เหมาะสมในการจัด 2 นัดให้จบในฟีฟ่าเดย์รอบนั้น

3. การหยุดลีกไปแข่งซีเกมส์
นี่เป็นปัญหาโลกแตกที่สุด ซึ่งเดิมสมาคมฟุตบอลประกาศว่าจะไม่หยุดลีก แต่สุดท้ายก็ไม่กล้างัดกับ กกท. ที่เหรียญทองซีเกมส์ยัง “ขาย” ได้ ทั้งที่ไม่ได้มีคะแนนฟีฟ่าแรงกิ้งและใช้ผู้เล่นชุด U22 เราเสียเวลาแข่งฟุตบอลลีกตรงนี้ไปอีก 3 สัปดาห์ ไม่รวมกับฟีฟ่าเดย์เดือนกันยาที่ต้องหยุดอยู่แล้ว รอบนี้หายไปอีก 4 สัปดาห์ ทางแก้ของผมก็เหมือนเดิมคือ หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ควรปิดลีก แต่ให้พิจารณาเลื่อนบางคู่ที่มีนักเตะตัวหลักติดทีมไปแทน

4. การอัดโปรแกรมกลางสัปดาห์
ปีนี้เห็นได้ชัดว่ามีเกมกลางสัปดาห์เยอะมาก ช่วงพีคที่สุดคือปลายเดือนมิถุนาถึงเดือนกรกฎา มีโปรแกรมสุดสัปดาห์ กลางสัปดาห์ สุดสัปดาห์ กลางสัปดาห์ และสุดสัปดาห์ 5 นัด ในรอบ 2 อาทิตย์ครึ่ง นี่ยิ่งกว่าฟุตบอลทัวร์นาเมนต์อีก คือเห็นได้ชัดว่าโปรแกรมมันอัดแน่นเกินไป นักบอลก็กรอบ คนดูก็ตามดูทุกนัดไม่ไหว แล้วยิ่งเกมกลางสัปดาห์เยอะคนดูก็ยิ่งโหรงเหรง มันทำให้ความน่าสนใจลดลง

5. การพิจารณาเตะวันสงกรานต์
เรื่องนี้หลายท่านก็เคยเสนอมาบ้างแล้ว ซึ่งก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจ คล้ายๆกับ Boxing Day ที่อังกฤษ โดยพิจารณาจัดคู่ที่อยู่ไม่ห่างกันมาก และก็จับสลากหาทีมเป็นเจ้าบ้าน นอกจากจะระบายโปรแกรมแล้ว ยังช่วยโปรโมทฟุตบอลไทย ส่งเสริมกิจกรรมครอบครัว แล้วก็โปรโมทการท่องเที่ยวไปในตัวด้วย แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการผลักดันแนวคิดนี้อย่างจริงจัง

จริงๆ ยังมีประเด็นยิบย่อยอีกหลายอย่างที่อาจจะไม่ได้อยู่ในความสนใจ เช่น โปรแกรมไทยลีก 2 ก็แย่ยิ่งกว่าหรือไม่ต่างจากไทยลีก 1 คือมีทั้งหยุดทีมชาติ U23 รอบคัดเลือก หยุดซีเกมส์ ทั้งที่มีแค่ไม่กี่ทีมที่มีนักเตะติดทีมไปแข่ง 2 รายการนั้น แล้วก็ยังมีการเตะทับฟีฟ่าเดย์รอบล่าสุด การอัดโปรแกรมกลางสัปดาห์แน่นเหมือนไทยลีก 1 อีกประเด็นนึงคือผมสังเกตมาหลายรอบล่ะว่าโปรแกรมฟุตบอลลีกไทยชอบมีโปรแกรมประมาณว่าทีม A เจอทีม B แล้วก็เจอทีม C ทีม D ไปเรื่อยๆ จากนั้นทีม X ก็จะเจอทีม B C D ต่อไปเรื่อยๆ เหมือนกัน คือมันเหมือนล็อกกันมาเลยให้เราเดาโปรแกรมได้

แต่ปัญหาหลักๆ ก็คือการพักเบรกนานเกินไปและการอัดโปรแกรมแน่นเกินไปทำลายอรรถรสของฟุตบอลลีกและฉุดความนิยมฟุตบอลไทยให้ต่ำลง อยากให้สมาคมฟุตบอลรีบปรับปรุงการจัดโปรแกรมในปีหน้าและปีต่อๆไป หากเหลือ 16 ทีม น่าจะจัดง่ายขึ้น แต่ก็ควรจะมีมาตรฐานที่ชัดเจนควบคู่ไปด้วย เช่น ไปปิดลีกพร่ำเพรื่อรายการที่ไม่มีผลต่อฟีฟ่าแรงกิ้ง ไม่อัดโปรแกรมแน่นเกินความพอดี
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่