เกือบสองปีที่สู้กับกิเลสภายนอกตัวที่ยึดติดแน่นสุด เริ่มมีความหวังครับ

กระทู้สนทนา
ใจศรัทธาว่าหนทางรอดเหนือสุขเหนือทุกข์ คือฝึกสติตามดู ตามละเวทนา
แต่ก็เหมือนมีกรรมสัญญาเก่าคอยฉุดรั้งไว้อ่ะครับ

กิเลสหยาบอื่นๆ ละได้ส่วนมาก เลิกช้อปปิ้ง ซื้อของจุกจิก กินหรู แต่งตัว สะสมของเพราะเค้าเห่อกัน อันนี้ละง่ายหน่อย ใช้ชีวิตสมถะได้ไม่ค่อยเคอะเขิน ไม่แคร์คนมอง
เรื่องเสียหน้า ละได้ช้าหน่อย แต่สุดท้าย เค้าฉีกหน้าเราต่อหน้าคนอื่นเมื่อก่อน ตอนนี้มาคุยขอความรู้ ก็จำความรู้สึกแย่กับเค้าเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว กรุณาเค้าไปอยากให้พ้นทุกข์

ทำงานดูแลตัวเอง เลยไม่ได้ทำงานศิลปะงานช่างฝีมือจนรู้สึกขาดอะไรไป ตอนนี้มีเวลามากขึ้นมาปฎิบัติ
สองปีที่ผ่านมาก็ยังเสียดายที่จะละวาง อยากทำงานสวยงาม เสร็จแล้วชื่นชม
แต่ช่วงที่ทำงานศิลปะ ก็รู้สึกว่านี่มันหลงหนา อภิชาเวทนาอยู่ได้ ถึงขั้นเปิดพระเทศน์ไปทำไป ฉุดรั้งใจไม่ให้เตลิด
ปกติก็จะนึกเป็นระยะก่อนนอน ว่างานฝีมือที่เราทำนี่หนา ถ้าไฟไหม้หมดน้ำพัดหายไปจะรู้สึกยังไง ใจก็รู้สึกว่าทำแล้วก็จบกัน หายไปหมดก็ไม่เสียใจ

ทำ วาง ทำ วาง มาเป็นปี นึกได้ก็ท่องไตรสรณคมน์ เพราะเห็นจริงว่าโลกนี้เป็นสิ่งสมมุติ ทำไมเรายังละสมมุติไม่ได้หนอ
ช่วงนี้รู้สึกว่า ทำไปก็เท่านั้น  อิ่มตัว เวลาที่ทำก็เวลาที่ประมาท ไม่ได้ฝึกจิต
จากที่เคยไม่ค่อยได้นั่งสมาธิ เน้นฟังเทศน์แบบไม่อิ่ม ไม่เบื่อ
เริ่มอยากวางกิเลสตัวสุดท้ายสักทีหนอ

งานที่ทำคือ งานปักผ้า งานเย็บผ้า ทำชุดคนใหญ่เกิน ก็ทำชุดตุ๊กตาประวัติศาสตร์ เอาชุดตุ๊กตาเก่ามาเย็บใหม่แก้ทรง ปักๆๆๆ เย็บชุดคลุม

วันนี้นั่งดู เสียเวลาไปตั้งเท่าไหร่  แถมยังเข้าใจไตรลักษณ์ เมื่อวานรักชื่นชมผลงาน วันนี้ความรู้สึกกลับ หายไปมองเป็นสิ่งสมมุติ ไม่อยากสนใจไลค์ทางเฟซบุ๊ค รู้สึกนิ่งๆชาๆ

ขอบคุณมากครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่