Chapter I : เทหวัตถุ
ศตวรรษที่ 22
8 ปีก่อนปฏิบัติการ Permanent 11
Location: หอดูดาวลาซียา สหพันธรัฐอเมริกาใต้
ติ๊ด ... ติ๊ด ! ดวงไฟสีแดงกระพริบวูบวาบอยู่ในห้องโอ่โถงมืดทึบยามวิกาลของหอดูดาวลาซียา ดังมาจากเครื่องตรวจจับความเคลื่อนไหวในอวกาศอัตโนมัติส่งสัญญาณความผิดปกติดังออกมาผ่านระบบปฏิบัติการประมวลผลล้ำยุค
พลั่ก! เสียงกองเอกสารตกหล่นกองลงไปบนพื้น เพราะการหลับยามของผู้เฝ้าสังเกตการณ์สาเหตุเพราะการนอนเท้าคางของเขากับกองเอกสารสูงชันจนศอกของเขาเผลอกวาดเอกสารสูงพะเนินเทินทึกตกลงไปเทบนพื้น พลางทำให้เขาตื่นขึ้นมานั่งหลังตรงนิ่ง ตั้งสติอยู่ชั่วครู่ จนเขาเริ่มสังเกตถึงแสงสีแดงสว่างมาทางด้านข้างของเขา เขาหันไปมองอย่างเหม่อ ๆ
แสงสีแดงกระพริบส่งเสียงอยู่ที่เบื้องหน้าของเขา
เขาอยู่ในอารมณ์สะลึมสะลืออยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะได้สติกลับมา ว่าแสงสีแดงนั้นแจ้งเตือนความผิดปกติบางอย่างในการตรวจจับภาพจากเวิ้งอวกาศ เขาผละจากเก้าอี้มุ่งหน้าอย่างเร่งรีบ ลี้ไปที่แผงควบคุมอ่านผลการแจ้งเตือน
“เปิดการแจ้งเตือนความผิดปกติ” ชายผู้เข้าเวรสังเกตการณ์ในคืนนี้พูดขึ้นกับระบบปฏิบัติการนั่น
ภาพโฮโลแกรม ปรากฏขึ้นแสดงภาพพื้นจักรวาลขนาดสังเขปในแนวนอนแบบสามมิติ ชี้จุดที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นบนแนวระนาบอย่างชัดเจน ด้วยจุดแสงสีแดงที่กระพริบอยู่
“นี่มันอะไรกันเนี่ย!” ชายผู้เฝ้าสังเกตการณ์อุทานขึ้น
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………................................
14 วันก่อนปฏิบัติการณ์ Permanent 11
Location: พิพิธภัณฑ์พฤกษศาสตร์แห่งเอเชีย สหภาพอินเดียและเอเชียอาคเนย์
เสียงผู้คนเดินกันพลางคุยกันไปในห้องโอ่โถงขนาดใหญ่ มีผู้คนเดินไปมาในห้องนี้อยู่เพียงไม่กี่คน จนสามารถได้ยินเสียงของคนกลุ่มนี้เพียงกลุ่มเดียวก็ดังก้องไปได้ทั่วห้อง เสียงฝีเท้านั่นหยุดลงที่หน้าตู้กระจกใสขนาดใหญ่
“เอาล่ะจะ ถัดมา ที่เห็นอยู่นี่คือ ตัวอย่างของระบบนิเวศวิทยาแบบปิดของพืช ในป่าดิบชื้นในอดีต” เสียงพูดที่ใสก้องกังวาลของผู้นำเดินในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ อย่างเป็นทางการ
เธอหยุดพูดพลางให้ บรรดาผู้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เดินสำรวจไปรอบ ๆ ตู้กระจกระบบนิเวศขนาดย่อมที่ กว้างเกือบเจ็ดเมตร
“แล้วมันน่าสนใจยังไงครับ” เสียงสดใสเอ่ยขึ้นมาโดยเด็กหนุ่มน้อยในชุดเครื่องแบบนักเรียนสีกรมท่าของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งที่มาทัศนศึกษาในวันนี้
“เอ่อ สิ่งเหล่านี้เป็นระบบนิเวศ ที่ทั้งหมดมีความสัมพันธ์กันอย่างมีรูปแบบเสมอ เห็นนั่นไหมจ้ะ นั่นเป็นกล้วยไม้สกุลหวาย เป็นกล้วยไม้อากาศ มันสามารถดูดซึมแร่ธาตุอาหารที่อยู่ในอากา..”
"น่าเบื่อ” เสียงพูดแนะนำที่ยังไม่ทันจบดีของหญิงผู้นำเดินพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ก็ถูกหั่นประโยคลงด้วยเสียงเด็กหนุ่มน้อยผู้ที่เอ่ยถามเธอเองนั้น ก่อนที่เด็กนั่นจะผันตัวออกไปจากการสนเท่ห์ในตัวหญิงสาวผิวสีน้ำตาลเหมือนสาวชาวอินเดีย ด้วยหน้าทรงคมนัยน์ตาคมสวย รอยแต้มสีแดงที่หน้าผาก สวมชุดคลุมสีกรมท่าผู้กำลังโค้งก้มตัวลงตอบเด็กหนุ่มน้อยนั่น
เธอเปลี่ยนจากที่ก้มหลังกลับมายืนตรง และถอนหายใจเพราะความน้อยใจนิด ๆ ที่ได้ยินประโยคสั้น ๆ นั้น
“เราจะไปชมสวนป่าไม้ผลัดใบกันต่อนะคะ” เธอเอ่ยขึ้นพลางเตรียมนำทางเด็ก ๆ เดินกลุ่มไปยังอีกห้องหนึ่งในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
ขณะที่เธอกำลังเดินนำเด็ก ๆ
“คุณอนณโทรมาค่ะ” มันดังมาจากที่อุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กบางใสจนมองระยะใกล้ก็ยังไม่อาจสังเกตเห็นที่ติดอยู่ที่หูของเธอ
“รับสาย” เธอเอ่ยขึ้นเบา ๆ จากนั้นเครื่องมือสื่อสารก็เชื่อมต่อเปิดทางสัญญาณมายังปลายสาย
“ไง นาว่างคุยใช่ไหม” น้ำเสียงของผู้ชายมีอายุที่มีวจีไพเราะนุ่มนวลเอ่ยขึ้นอย่างเป็นมิตร
“ว่างสิพี่อนณ” เสียงหญิงสาววัยกลางคนตอบกลับไปยังพี่ชายของเธอ
“นา พี่มีข่าวดีจะมาบอก” เสียงชายที่ฟังดูมีอายุเอ่ยอย่างร่าเริง
“คือ พี่จะได้ … กึกกัก … ตื๊ด ๆ ๆ” เสียงพูดขาดหายไปปลิดทิ้ง เหลือไว้เพียงเสียงสัญญาณที่ขาดหายจากกันดังเตือน
“พี่คะ ๆ” เสียงเพรียกของหญิงสาววัยกลางคน เอ่ยย้ำด้วยความวิตก ก่อนที่ด้านหลังมีเด็กหญิงสาวเดินเข้ามา
“คุณน้าคะ ทำไมพืชถึงเป็นแต่ผู้ผลิตกันละคะ ไม่มีพืชที่เป็นผู้ล่าบ้างเหรอคะ" เสียงเด็กสาวผู้มาทัศนศึกษาในกลุ่มนี้ เอ่ยถามขึ้นด้วยความสนใจ
“จะว่าไปก็มีนะ” เธอเอ่ยตอบ ก่อนเดินนำเด็กสาวไปที่ตู้กระจกขนาดเล็ก ตู้หนึ่ง
“นี่ไงจ้ะ กาบหอยแครง มันเป็นพืชกินสัตว์ เสมือนเป็นผู้ล่าดี ๆ นี่เอง ลองกดให้อาหารดูสิ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยเชิญชวน พลางชี้มือไปที่ปุ่มสีเขียวเรืองแสง
เด็กสาวกดลงไปตามคำชักชวนอย่างกระตือรือร้น
แมลงถูกปล่อยออกมาบินเคว้ง เข้าไปติดอยู่ในกับดักของพืชนี่ ก่อนที่กาบทั้งสองข้างของดอกไม้ที่เป็นกับดักจะหุบเข้าประกบกันจนแมลงนั้นออกไปไม่ได้ เด็กสาวมองดูอย่างสนุกก่อนวิ่งไปตามเพื่อน ๆ มาดู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….................................
1 เดือนก่อนปฏิบัติการ Permanent
Location: ที่ประชุมสหพันธ์ดาราศาสตร์และอวกาศสากล(IASU)
เสียงพูดคุยดังขึ้นกันอึกทึกภายในห้องประชุมรโหฐานโอ่โถง ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมโมเดิร์นยุคใหม่ผสมบาโรกแสดงออกถึงศาสนาและความเชื่อกับความทันสมัยของวิทยาศาสตร์คือ เส้นทางคู่กันสู่ทางออกแห่งความสงบสุขและสันติของมนุษย์
“สาเหตุ ที่ผมเรียกประชุมทุกท่านมาในวันนี้เป็นวาระเร่งด่วน” เสียงปรารภของผู้เปิดการประชุมดังกังวาลไปทั่วห้องประชุม ทำให้องค์ประชุมทุกท่านที่คุยกันเป็นเอกเทศหันเข้ามาฟังการประชุมอย่างสงบเงียบ
ชายผู้เปิดการประชุมนั้นรอความสนใจจากผลของการเอื้อนเอ่ยประโยคแรกในการทำให้ทุกคนตั้งใจฟังเป็นผลสำเร็จ ก่อนจะพูดต่อ “เมื่อสี่ปีก่อนเราได้รับรายงานการแจ้งเตือนการปรากฏขึ้นของเทหวัตถุ ที่เราไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน แม้ด้วยเครื่องตรวจจับการเคลื่อนที่เทหวัตถุของเรา” ชายคนนั้นหยุดพูดหลังจากเห็นผู้ร่วมประชุมท่านหนึ่งยกมือขึ้น
“คุณพูดว่าการปรากฏขึ้น แปลว่าก่อนหน้านี้มันไม่เคยมีอยู่อย่างนั้นหรือ” เสียงผู้ร่วมประชุมเอ่ยตั้งกระทู้ถามขึ้นมา
“ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นคุณแอนทอน เราไม่ทราบว่ามันเคลื่อนที่มาจากไหนและเมื่อไร แต่มันปรากฏขึ้นมาให้เห็นเมื่อแปดปีก่อน แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เราพบว่าเทหวัตถุนี้มีการเคลื่อนที่อย่างไม่น่าเป็นไปได้” เขาหยุดพูดพลางเอื้อมนิ้วชี้ไปแตะที่แผงแป้นเรืองแสงบนโต๊ะ
“ผมขออธิบายโดยใช้ภาพโฮโลแกรมนี่ประกอบ” ชายผู้เปิดประชุมเอ่ยขึ้นต่อ ขณะที่ภาพโฮโลแกรมสามมิติถูกเปิดขึ้น กลางโต๊ะรูปวงกลมของที่ประชุม
“เทหวัตถุนี้ ปรากฏขึ้นโดยถูกตรวจจับได้เมื่อแปดปีก่อน ที่บริเวณระบบดาว alpha-centauri(แอลฟ่าคนครึ่งม้า) แต่เราได้รับรายงานอีกเมื่อสี่ปีที่แล้ว เทหวัตถุนี้…” เขาต้องหยุดพูดลงเพราะการยกมือของผู้ร่วมประชุมอีกครั้ง
“คุณไม่มีชื่อเรียกที่ง่ายกว่าการเรียกมันว่า เทหวัตถุ หรือไง” เสียงชายผู้ขัดจังหวะเอ่ยขึ้น
“มีครับคุณปัญญานุจัน เทหวัตถุนี้มีชื่อ ตั้งโดยผู้ค้นพบ มันชื่อเลปนิก-7"
“ผมขออธิบายต่อนะครับ” เขาเอ่ยขึ้นก่อนหยุดมองดูจนแน่ใจว่าไม่มีผู้คัดค้าน
“เจ้าเลปนิก-7 นี่ผมขอเรียกมันดาวเลปนิกสั้น ๆ นะครับทุกท่าน จากที่เราได้วิเคราะห์มันมีขนาดเกือบเท่ากับโลกของเรา โดยเราได้รับรายงานอีกเมื่อสี่ปีที่แล้วว่า ดาวเลปนิกนี้ มีการเปลี่ยนตำแหน่งขยับมุ่งหน้าออกจากระบบดาวแอลฟ่าคนครึ่งม้า”
“ขอโทษค่ะคุณอิเบนิเซอร์ มันไม่น่าเป็นไปได้” เสียงสตรีผู้หนึ่งที่ร่วมการประชุมนี้เอ่ยขึ้น
“ฉันเห็นจากโฮโลแกรมนี่ ตำแหน่งที่มันปรากฏขึ้น อยู่ในแนวแรงดึงดูดของระบบดาวแอลฟ่าคนครึ่งม้า เจ้าดาวดวงนี้ มันควรที่จะถูกดูดเข้าไปโดยดาวฤกษ์ของระบบดาวอัลฟ่าคนครึ่งม้านี่สิ มันไม่ควรที่จะหลุดออกมาได้” เสียงของสตรีผู้สังเกตการณ์จากองค์การอวกาศเทียนกงจากจีนเอ่ยขึ้นพร้อมลุกขึ้นชี้ที่โฮโลแกรมโต้แย้งประกอบไปพลาง
“นั่นล่ะครับคุณชิงฉี ที่มันผิดปกติ เราพบว่ามันไม่น่าเป็นไปได้ แต่มันกลับต้านแรงดึงดูดนั่นมาได้” เสียงชายผู้เป็นผู้เปิดการประชุมเอ่ยตอบอย่างนุ่มนวล
“เมื่อสักครู่คุณบอกว่ามันกำลังมุ่งหน้าออกมา มันมุ่งหน้าไปที่ไหนเหรอครับคุณอิเบนิเซอร์” เสียงเอ่ยขึ้นของปัญญานุจัน หนึ่งในผู้สังเกตการณ์การประชุมจากองค์การอวกาศแห่งอินเดียและเอเชียอาคเนย์
“จากการวิเคราะห์ หากมันยังเคลื่อนที่ในแนวเส้นตรงด้วยทิศทางเดิม” อิเบนิเซอร์ประธานองค์ประชุมหยุดพูด ก่อนที่จะก้มหน้าและเอามือทั้งสองเท้าลงบนโต๊ะประชุม
จากนั้นเขาเอ่ยต่อ “มีความเป็นไปได้ว่าดาวดวงนี้กำลังมุ่งหน้ามาที่ระบบสุริยะของเรา” …
Arcular มฤตยูดาวมรณะ
ศตวรรษที่ 22
8 ปีก่อนปฏิบัติการ Permanent 11
Location: หอดูดาวลาซียา สหพันธรัฐอเมริกาใต้
ติ๊ด ... ติ๊ด ! ดวงไฟสีแดงกระพริบวูบวาบอยู่ในห้องโอ่โถงมืดทึบยามวิกาลของหอดูดาวลาซียา ดังมาจากเครื่องตรวจจับความเคลื่อนไหวในอวกาศอัตโนมัติส่งสัญญาณความผิดปกติดังออกมาผ่านระบบปฏิบัติการประมวลผลล้ำยุค
พลั่ก! เสียงกองเอกสารตกหล่นกองลงไปบนพื้น เพราะการหลับยามของผู้เฝ้าสังเกตการณ์สาเหตุเพราะการนอนเท้าคางของเขากับกองเอกสารสูงชันจนศอกของเขาเผลอกวาดเอกสารสูงพะเนินเทินทึกตกลงไปเทบนพื้น พลางทำให้เขาตื่นขึ้นมานั่งหลังตรงนิ่ง ตั้งสติอยู่ชั่วครู่ จนเขาเริ่มสังเกตถึงแสงสีแดงสว่างมาทางด้านข้างของเขา เขาหันไปมองอย่างเหม่อ ๆ
แสงสีแดงกระพริบส่งเสียงอยู่ที่เบื้องหน้าของเขา
เขาอยู่ในอารมณ์สะลึมสะลืออยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะได้สติกลับมา ว่าแสงสีแดงนั้นแจ้งเตือนความผิดปกติบางอย่างในการตรวจจับภาพจากเวิ้งอวกาศ เขาผละจากเก้าอี้มุ่งหน้าอย่างเร่งรีบ ลี้ไปที่แผงควบคุมอ่านผลการแจ้งเตือน
“เปิดการแจ้งเตือนความผิดปกติ” ชายผู้เข้าเวรสังเกตการณ์ในคืนนี้พูดขึ้นกับระบบปฏิบัติการนั่น
ภาพโฮโลแกรม ปรากฏขึ้นแสดงภาพพื้นจักรวาลขนาดสังเขปในแนวนอนแบบสามมิติ ชี้จุดที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นบนแนวระนาบอย่างชัดเจน ด้วยจุดแสงสีแดงที่กระพริบอยู่
“นี่มันอะไรกันเนี่ย!” ชายผู้เฝ้าสังเกตการณ์อุทานขึ้น
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………................................
14 วันก่อนปฏิบัติการณ์ Permanent 11
Location: พิพิธภัณฑ์พฤกษศาสตร์แห่งเอเชีย สหภาพอินเดียและเอเชียอาคเนย์
เสียงผู้คนเดินกันพลางคุยกันไปในห้องโอ่โถงขนาดใหญ่ มีผู้คนเดินไปมาในห้องนี้อยู่เพียงไม่กี่คน จนสามารถได้ยินเสียงของคนกลุ่มนี้เพียงกลุ่มเดียวก็ดังก้องไปได้ทั่วห้อง เสียงฝีเท้านั่นหยุดลงที่หน้าตู้กระจกใสขนาดใหญ่
“เอาล่ะจะ ถัดมา ที่เห็นอยู่นี่คือ ตัวอย่างของระบบนิเวศวิทยาแบบปิดของพืช ในป่าดิบชื้นในอดีต” เสียงพูดที่ใสก้องกังวาลของผู้นำเดินในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ อย่างเป็นทางการ
เธอหยุดพูดพลางให้ บรรดาผู้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เดินสำรวจไปรอบ ๆ ตู้กระจกระบบนิเวศขนาดย่อมที่ กว้างเกือบเจ็ดเมตร
“แล้วมันน่าสนใจยังไงครับ” เสียงสดใสเอ่ยขึ้นมาโดยเด็กหนุ่มน้อยในชุดเครื่องแบบนักเรียนสีกรมท่าของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งที่มาทัศนศึกษาในวันนี้
“เอ่อ สิ่งเหล่านี้เป็นระบบนิเวศ ที่ทั้งหมดมีความสัมพันธ์กันอย่างมีรูปแบบเสมอ เห็นนั่นไหมจ้ะ นั่นเป็นกล้วยไม้สกุลหวาย เป็นกล้วยไม้อากาศ มันสามารถดูดซึมแร่ธาตุอาหารที่อยู่ในอากา..”
"น่าเบื่อ” เสียงพูดแนะนำที่ยังไม่ทันจบดีของหญิงผู้นำเดินพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ก็ถูกหั่นประโยคลงด้วยเสียงเด็กหนุ่มน้อยผู้ที่เอ่ยถามเธอเองนั้น ก่อนที่เด็กนั่นจะผันตัวออกไปจากการสนเท่ห์ในตัวหญิงสาวผิวสีน้ำตาลเหมือนสาวชาวอินเดีย ด้วยหน้าทรงคมนัยน์ตาคมสวย รอยแต้มสีแดงที่หน้าผาก สวมชุดคลุมสีกรมท่าผู้กำลังโค้งก้มตัวลงตอบเด็กหนุ่มน้อยนั่น
เธอเปลี่ยนจากที่ก้มหลังกลับมายืนตรง และถอนหายใจเพราะความน้อยใจนิด ๆ ที่ได้ยินประโยคสั้น ๆ นั้น
“เราจะไปชมสวนป่าไม้ผลัดใบกันต่อนะคะ” เธอเอ่ยขึ้นพลางเตรียมนำทางเด็ก ๆ เดินกลุ่มไปยังอีกห้องหนึ่งในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
ขณะที่เธอกำลังเดินนำเด็ก ๆ
“คุณอนณโทรมาค่ะ” มันดังมาจากที่อุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กบางใสจนมองระยะใกล้ก็ยังไม่อาจสังเกตเห็นที่ติดอยู่ที่หูของเธอ
“รับสาย” เธอเอ่ยขึ้นเบา ๆ จากนั้นเครื่องมือสื่อสารก็เชื่อมต่อเปิดทางสัญญาณมายังปลายสาย
“ไง นาว่างคุยใช่ไหม” น้ำเสียงของผู้ชายมีอายุที่มีวจีไพเราะนุ่มนวลเอ่ยขึ้นอย่างเป็นมิตร
“ว่างสิพี่อนณ” เสียงหญิงสาววัยกลางคนตอบกลับไปยังพี่ชายของเธอ
“นา พี่มีข่าวดีจะมาบอก” เสียงชายที่ฟังดูมีอายุเอ่ยอย่างร่าเริง
“คือ พี่จะได้ … กึกกัก … ตื๊ด ๆ ๆ” เสียงพูดขาดหายไปปลิดทิ้ง เหลือไว้เพียงเสียงสัญญาณที่ขาดหายจากกันดังเตือน
“พี่คะ ๆ” เสียงเพรียกของหญิงสาววัยกลางคน เอ่ยย้ำด้วยความวิตก ก่อนที่ด้านหลังมีเด็กหญิงสาวเดินเข้ามา
“คุณน้าคะ ทำไมพืชถึงเป็นแต่ผู้ผลิตกันละคะ ไม่มีพืชที่เป็นผู้ล่าบ้างเหรอคะ" เสียงเด็กสาวผู้มาทัศนศึกษาในกลุ่มนี้ เอ่ยถามขึ้นด้วยความสนใจ
“จะว่าไปก็มีนะ” เธอเอ่ยตอบ ก่อนเดินนำเด็กสาวไปที่ตู้กระจกขนาดเล็ก ตู้หนึ่ง
“นี่ไงจ้ะ กาบหอยแครง มันเป็นพืชกินสัตว์ เสมือนเป็นผู้ล่าดี ๆ นี่เอง ลองกดให้อาหารดูสิ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยเชิญชวน พลางชี้มือไปที่ปุ่มสีเขียวเรืองแสง
เด็กสาวกดลงไปตามคำชักชวนอย่างกระตือรือร้น
แมลงถูกปล่อยออกมาบินเคว้ง เข้าไปติดอยู่ในกับดักของพืชนี่ ก่อนที่กาบทั้งสองข้างของดอกไม้ที่เป็นกับดักจะหุบเข้าประกบกันจนแมลงนั้นออกไปไม่ได้ เด็กสาวมองดูอย่างสนุกก่อนวิ่งไปตามเพื่อน ๆ มาดู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….................................
1 เดือนก่อนปฏิบัติการ Permanent
Location: ที่ประชุมสหพันธ์ดาราศาสตร์และอวกาศสากล(IASU)
เสียงพูดคุยดังขึ้นกันอึกทึกภายในห้องประชุมรโหฐานโอ่โถง ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมโมเดิร์นยุคใหม่ผสมบาโรกแสดงออกถึงศาสนาและความเชื่อกับความทันสมัยของวิทยาศาสตร์คือ เส้นทางคู่กันสู่ทางออกแห่งความสงบสุขและสันติของมนุษย์
“สาเหตุ ที่ผมเรียกประชุมทุกท่านมาในวันนี้เป็นวาระเร่งด่วน” เสียงปรารภของผู้เปิดการประชุมดังกังวาลไปทั่วห้องประชุม ทำให้องค์ประชุมทุกท่านที่คุยกันเป็นเอกเทศหันเข้ามาฟังการประชุมอย่างสงบเงียบ
ชายผู้เปิดการประชุมนั้นรอความสนใจจากผลของการเอื้อนเอ่ยประโยคแรกในการทำให้ทุกคนตั้งใจฟังเป็นผลสำเร็จ ก่อนจะพูดต่อ “เมื่อสี่ปีก่อนเราได้รับรายงานการแจ้งเตือนการปรากฏขึ้นของเทหวัตถุ ที่เราไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน แม้ด้วยเครื่องตรวจจับการเคลื่อนที่เทหวัตถุของเรา” ชายคนนั้นหยุดพูดหลังจากเห็นผู้ร่วมประชุมท่านหนึ่งยกมือขึ้น
“คุณพูดว่าการปรากฏขึ้น แปลว่าก่อนหน้านี้มันไม่เคยมีอยู่อย่างนั้นหรือ” เสียงผู้ร่วมประชุมเอ่ยตั้งกระทู้ถามขึ้นมา
“ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นคุณแอนทอน เราไม่ทราบว่ามันเคลื่อนที่มาจากไหนและเมื่อไร แต่มันปรากฏขึ้นมาให้เห็นเมื่อแปดปีก่อน แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เราพบว่าเทหวัตถุนี้มีการเคลื่อนที่อย่างไม่น่าเป็นไปได้” เขาหยุดพูดพลางเอื้อมนิ้วชี้ไปแตะที่แผงแป้นเรืองแสงบนโต๊ะ
“ผมขออธิบายโดยใช้ภาพโฮโลแกรมนี่ประกอบ” ชายผู้เปิดประชุมเอ่ยขึ้นต่อ ขณะที่ภาพโฮโลแกรมสามมิติถูกเปิดขึ้น กลางโต๊ะรูปวงกลมของที่ประชุม
“เทหวัตถุนี้ ปรากฏขึ้นโดยถูกตรวจจับได้เมื่อแปดปีก่อน ที่บริเวณระบบดาว alpha-centauri(แอลฟ่าคนครึ่งม้า) แต่เราได้รับรายงานอีกเมื่อสี่ปีที่แล้ว เทหวัตถุนี้…” เขาต้องหยุดพูดลงเพราะการยกมือของผู้ร่วมประชุมอีกครั้ง
“คุณไม่มีชื่อเรียกที่ง่ายกว่าการเรียกมันว่า เทหวัตถุ หรือไง” เสียงชายผู้ขัดจังหวะเอ่ยขึ้น
“มีครับคุณปัญญานุจัน เทหวัตถุนี้มีชื่อ ตั้งโดยผู้ค้นพบ มันชื่อเลปนิก-7"
“ผมขออธิบายต่อนะครับ” เขาเอ่ยขึ้นก่อนหยุดมองดูจนแน่ใจว่าไม่มีผู้คัดค้าน
“เจ้าเลปนิก-7 นี่ผมขอเรียกมันดาวเลปนิกสั้น ๆ นะครับทุกท่าน จากที่เราได้วิเคราะห์มันมีขนาดเกือบเท่ากับโลกของเรา โดยเราได้รับรายงานอีกเมื่อสี่ปีที่แล้วว่า ดาวเลปนิกนี้ มีการเปลี่ยนตำแหน่งขยับมุ่งหน้าออกจากระบบดาวแอลฟ่าคนครึ่งม้า”
“ขอโทษค่ะคุณอิเบนิเซอร์ มันไม่น่าเป็นไปได้” เสียงสตรีผู้หนึ่งที่ร่วมการประชุมนี้เอ่ยขึ้น
“ฉันเห็นจากโฮโลแกรมนี่ ตำแหน่งที่มันปรากฏขึ้น อยู่ในแนวแรงดึงดูดของระบบดาวแอลฟ่าคนครึ่งม้า เจ้าดาวดวงนี้ มันควรที่จะถูกดูดเข้าไปโดยดาวฤกษ์ของระบบดาวอัลฟ่าคนครึ่งม้านี่สิ มันไม่ควรที่จะหลุดออกมาได้” เสียงของสตรีผู้สังเกตการณ์จากองค์การอวกาศเทียนกงจากจีนเอ่ยขึ้นพร้อมลุกขึ้นชี้ที่โฮโลแกรมโต้แย้งประกอบไปพลาง
“นั่นล่ะครับคุณชิงฉี ที่มันผิดปกติ เราพบว่ามันไม่น่าเป็นไปได้ แต่มันกลับต้านแรงดึงดูดนั่นมาได้” เสียงชายผู้เป็นผู้เปิดการประชุมเอ่ยตอบอย่างนุ่มนวล
“เมื่อสักครู่คุณบอกว่ามันกำลังมุ่งหน้าออกมา มันมุ่งหน้าไปที่ไหนเหรอครับคุณอิเบนิเซอร์” เสียงเอ่ยขึ้นของปัญญานุจัน หนึ่งในผู้สังเกตการณ์การประชุมจากองค์การอวกาศแห่งอินเดียและเอเชียอาคเนย์
“จากการวิเคราะห์ หากมันยังเคลื่อนที่ในแนวเส้นตรงด้วยทิศทางเดิม” อิเบนิเซอร์ประธานองค์ประชุมหยุดพูด ก่อนที่จะก้มหน้าและเอามือทั้งสองเท้าลงบนโต๊ะประชุม
จากนั้นเขาเอ่ยต่อ “มีความเป็นไปได้ว่าดาวดวงนี้กำลังมุ่งหน้ามาที่ระบบสุริยะของเรา” …