ผมมีปัญหาความรักครับ ผมเป็นนักศึกษาใหม่ปีหนึ่ง เปิดเทอมก็ได้รู้จักเพื่อนกลุ่มใหม่ เราตั้งกลุ่มไลน์ไว้คุยกัน และมีเพื่อนคนนึงในกลุ่ม เป็นผู้ชาย เรากลับบ้านทางเดียวกัน สมมติว่าชื่อ ก และอาจเป็นเพราะเราอยู่ด้วยกันบ่อยๆ ทั้งกลับบ้านทางเดียวกัน เราซ้อมสแตนด์ด้วยกันจนเย็น บางทีมีกิจกรรมเช้ามากเราก็ไปค้างหอเพื่อนคนเดียวกัน มันทำให้ผมเริ่มรู้สึกชอบเขาครับ และด้วยความที่ผมเป็นคนค่อนข้างจะกล้าพูด บวกกับที่เขาเคยบอกว่าเขาเคบคบผู้ชายมาก่อน ผมเลยกล้าบอกเขาไปตรงๆครับว่าผมชอบเขา เขาก็บอกว่าเข้าใจ แต่ความรู้สึกที่เขามีให้ผมมันได้แค่เพื่อน แต่เขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไร ผมเองก็พยายามเข้าใจครับ แต่ก็ยังบอกชอบเขาทุกวัน ทุกคนในกลุ่มก็รู้ครับเพราะผมเปิดเผยมาก
ปัญหามันเริ่มจากวันนึง ก เขาได้มาบอกกับผมว่า เขาอาจจะชอบเพื่อนอีกคนในกลุ่ม เธอเป็นผู้หญิงชื่อ ข ซึ่งไม่รู้เพราะอะไร แต่มันทำให้ผมรู้สึกคลั่งมาก เรียกได้ว่าอยู่ไม่สุข ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ก มันเคยบอกผมว่ามันแอบชอบรุ่นพี่ที่นำเชียร์สแตนด์ผมยังไม่เครียดขนาดนี้ วันนั้นมันบอกเรื่องนี้ผมบนรถเมย์ ผมรู้สึกเศร้าหรือเสียใจยังไงบอกไม่ถูก แต่ผมต้องเก็บอาการไว้ เมื่อกลับถึงบ้านเหมือนความอดทนของผมมันจะถึงที่สุด เพื่อนๆในกลุ่มไลน์ก็คุยกับปกติ แต่ผมกลับไปด่า ก มัน ประมาณว่า "ทีหลังเอ็งชอบใครก็ไม่ต้องมาบอกข้าอีกนะ เอ็งก็รู้ว่าข้ารู้สึกยังไง" เพื่อนๆงงว่ามีเรื่องอะไรกัน จนผมเริ่มจะเย็นๆลงบ้างแล้วถึงกลับไปขอโทษเขา (เสริมนิดนึง ข เป็นเพื่อนที่เรียกว่าสนิทของผมน่าจะได้ เพราะเธอเป็นเพื่อนคนแรกที่ผมคุยในวันปฐมนิเทศ และเธอเองก็มีแฟนอยู่แล้ว)
มะรืนถัดมาก็เป็นวันที่ทางมหาลัยจัดงานกลางคืนให้นักศึกษาปีหนึ่ง วันนี้เองเป็นวันที่อาการของเขามันแสดงออกอย่างชัดเจนเลยครับว่าเขาชอบ ข จริงๆ เพราะคืนนั้น ไม่ว่า ข มันจะทำอะไร ก มันก็ตามไปตลอด นั่งกินโต๊ะจีนก็นั่งติดกัน มันทำให้ผมรู้สึกเศร้าและยิ้มไม่ออก วันนั้นผมแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่มีความสุข ซึ่ง ข มันก็สังเกตุ และถามผมว่าเป็นอะไร แต่ผมได้แต่ส่ายหัวเพราะไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเพราะเธอกับ ก
ขนาดตอนงานจะเลิก แทนที่ ก มันจะกลับพร้อมเพื่อนคนที่มันขอไปค้างหอ มันกลับเลือที่จะกลับพร้อม ข ผมพูดไรไม่ออกเลยครับ
ผมเคยเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนคนอื่นในกลุ่มนะครับ เพื่อนคนนั้นมันก็บอกว่าเดี๋ยวมันไปคุยกับ ก เอง เพราะมันก็สังเกตุเห็นเห็นเหมือนกัน อาการของ ก มันชัดมาก ก เองมันเองก็เคยบอกกับผมนะครับ ว่าเรื่องระหว่างมันกับ ข คงเป็นไปไม่ได้ เพราะมันรู้ว่า ข มีแฟนอยู่แล้ว เดี๋ยวมันก็ตัดใจได้แต่ผมกลับไม่คิดเช่นนั้น
ไม่นานนัก ข มันก็รู้เรื่องที่ ก ชอบมันเพราะปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งจากอาการของ ก ที่มันแสดงออก ทำตัวติดกับ ข แทบจะตลอด และจากอาการไม่มีความสุขอย่างชัดเจนที่ผมแสดงออก เวลาอยู่ในกลุ่ม ทำให้ ข เป็นห่วงและถามผม สุดท้ายผมทนไม่ไหวจึงบอกไป ข มันก็เลยเริ่มทำตัวห่างๆกับ ก แล้วก็มีเย็นชาใส่บ้าง ก มันก็ร้องรนเข้าหาผม ถามผมว่า ข เป็นอะไรเพราะเห็นว่าผมสนิทกับ ข ทั้งๆที่พอเหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้ผมควรจะดีใจที่เขาสองคนเริ่มห่างๆกันแล้ว แต่ไม่เป็นอย่างนั้น ผมไม่ชอบที่รู้สึกว่า ก ไม่มีความสุข ทำตัวเป็นกาวสานความสัมพันธ์ของทั้งสอง พยายามทำให้ ข กลับมา คุยกับ ก ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น ทั้งสองกลับมาคุยกันเหมือนปกติ ส่วนตัวผมเองก็กลับไปอึดอัด ไม่สบายใจเหมือนเดิม
อยู่กับความรู้สึกแบบนั้นมานานเป็นเดือนมีหลายครั้งที่ผมรู้สึกแทบจะทนไม่ไหวและอยากจะหนีไป แล้วเวลานั้นก็มาถึงเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
ก พูดให้ฟังว่าเพื่อนที่โรงเรียนเก่ามันจะแสดงละครเวที ผมบอกว่าอยากไปดู แล้วก็บอกมันให้ลองชวนเพื่อนๆในกลุ่มไปดูด้วยสิ ตอนชวนคนที่บอกว่าจะก็มี ผม , ก , ข กับเพื่อนอีกคน แต่พอถึงวันจะไปดูจริงเพื่อนอีกคนกลับไม่ไป ทำให้เราต้องไปดูกันสามคน ก่อนเขาไปดูละคร เขาก็มีการแจกแบบสอบถามเกี่ยวกับคนที่ไปดู เราได้มาคนละใบ แต่ ก เก็บของ ข ไว้แล้วเอาไปเขียนให้ ตอนนั้นผมรู้สึกอยากให้เขาเขียนให้ผมบ้าง มันอาจดูเหมือนเรื่องเล็กๆ แต่ผมรู้สึกเหมือนถูกเลือกปฏิบัติ เหมือนเป็นส่วนเกินที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ ระหว่างดูละคร ข ก็นั่งตรงกลางระหว่างผม กับ ก ทั้งสองคนคุยกันทั้งที่ก่อนละครเริ่มเขาก็บอกว่าควรจะงดการพูดคุย ผมไม่มีความสุขกับการดูละครเลยครับ ฉากที่คนหัวเราะผมกลับนั่งเฉยๆรู้สึกอยากจะร้องไห้ จนกลับบ้าน
ก ไม่มาเรียนสองวันเพราะเขาบอกว่าไม่สบาย และกลับมาเรียนวันพฤหัส ตอนเช้า ก ไลน์บอกเพื่อนในกลุ่มว่าจะมาเรียน แล้ว ข ก็ฝากให้ ก ซื้อข้าวกล่องเซเว่นมาให้ระหว่างทาง ตอนนั้นผมรู้สึกไม่เข้าใจสิ่งที่ ข ทำ ทั้งๆที่ ข ก็อยู่หอ แถวมหาลัยเองก็มีเซเว่นตั้งหลายสาขา ผมไม่พอใจเธอ ที่มายุ่งกับ ก ทั้งๆที่รู้ว่า ก ชอบเธอ ทั้งๆที่รู้ว่าผมก็ชอบ ก อยู่ ส่วนเธอเองก็มีแฟนอยู่แล้ว และเรื่องแบบนี้มันไม่ใช่ครั้งแรก
ผมถึงกับด่าเธอลงเฟสแบบไม่เอ่ยชื่อ วันนั้นผมไปเรียนแบบไม่มีความสุข ผมคุยกับเพื่อนคนอื่นปกติ แต่ผมไม่อยากจะคุยกับ ก และ ข ผมเอาแต่เพ้อในเฟส ตอนกลับบ้านผมก็หนีกลับก่อน ไม่ลาใคร กลับถึงบ้านผมก็ยังเพ้อต่อ ผมเสียใจ เสียใจที่ ก ไม่นึกถึงผมเลย ทั้งๆที่ตอนเขาไม่สบายผมเป็นห่วงเขา ผมขอให้เขาหายไวๆ ผมแจ้งเขาว่าเราเรียนอะไรกัน มีงานมั้ย พยายามช่วยเขา แต่เขากลับไม่ทักทายผมเลย ผมไม่คุย เขาก็ไม่คุยกับผม ผมตัดพ้อลงเฟส ทำ ข เป็นห่วง แต่ผมกลับโกรธเธอ ไม่คุยกับเธอ เธอทั้งไลน์และทั้งส่งข้อความมาทางเฟสถามว่าผมเป็นอะไร แต่ผมเลือกที่จะไม่อ่าน ผมคิดในใจว่าถ้าเธอเป็นห่วงผมจริงเธอต้องรู้สิว่าผมเป็นอะไร ต้องรู้สิว่าการกระทำของเธอมันทำให้ผมไม่สบายใจต่อให้ผมไม่บอก ผมรู้ว่ามันงี่เง่าที่ถ้าไม่บอก เธอจะรู้ได้ยังไงว่าผมเป็นอะไร แต่ตัวผมที่กำลังเสียใจไม่สนใจเหตุและผลใดๆทั้งสิ้น
วันต่อคือวันศุกร์ ผมก็ทำอาการเหมือนเดิม ไม่คุยกับ ข และ ก เรามีเรียนเช้าบ่าย ตอนกลางวันผมก็หนีไปนั่งกินข้าวคนเดียวทั้งๆปกติผมจะชอบบ่นว่าเหงาและชอบไปไหนกับเพื่อน จนก่อนจะเลิกเรียนคาบบ่าย ผมได้ยิน ก บอกกับ ข ว่าจะติดมอไซต์ ข ออกจากมอไปป้ายรถเมย์ เขาจะรีบกลับ ซึ่งผมปกติผมกับ ก เราจะกลับบ้านด้วยกัน แต่วันนี้เขาไม่ชวนผมเลย ไม่คิดจะหันมาบอกด้วยซ้ำว่าจะกลับก่อน ตอนนั้นผมสั่น น้ำตาแทบจะไหล ผมไม่อยากให้เขาสองคนไปด้วยกัน พออาจารย์ปล่อยให้ออกจากห้องได้ ทุกคนค่อยๆเดินออก ข ก็ทำท่าจะเดินออก ผมดึงแขนเธอไว้ มองหน้าเธอ เธอก็มองหน้าผม ผมพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าพูดอะไร เธอเห็นไม่พูด เธอทำท่าจะหันหลังออกไป ผมถึงกล้าพูดออกมาว่าอย่าไป อยู่ด้วยกันก่อน ผมกอดเธอ เธอถามเป็นอะไร เธอนั่งคุยกับผม
ก เดินเข้ามาเรียกเธอ เธอตอบเขาว่าออกไป ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกเป็นคนสำคัญ เธอบอกให้ระบายออกมา ตอนนั้นผมกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เธอถามผมเรื่อง ก ใช่มั้ย ? ผมเคยคิดมาตลอดว่าเธอไม่รู้ แต่จริงๆเธอรู้ ทั้งที่ทำให้ผมไม่สบายใจ ทั้งเรื่องที่ผมด่าทอเธอ ผมระบายออกไปจนหมด ทุกเรื่องที่ผมอัดอั้นอยู่ในใจตลอด ว่าผมรู้สึกไม่ชอบที่ ก คุยกับเธอ เรื่องที่ว่าผมเห็นแก่ตัวแค่ไหนที่ไม่อยากให้เธอมายุ่งกับ ก เธอก็ฟังผม เธอไม่ว่าอะไรผมเลย เธอกลับบอกว่าขอโทษที่ทำให้ผมไม่สบายใจ มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดที่คิดไม่ดีกับเธอ ทั้งๆที่เธอเป็นห่วงผมมาตลอด ผมร้องไห้ไม่หยุด เธอบอกว่าต่อไปนี้เธอจะพยายามไม่ทำให้ผมไม่สบายใจอีก ผมค่อยๆสบายใจและหยุดร้อง แล้วเราค่อยกลับบ้านกัน
ผมไม่รู้ว่าต่อไปนี้ผมควรจะทำตัวยังไงดี ยังไงผมก็ต้องเห็นเธอกับ ก คุยกันอยู่ดี ยังไงๆเราก็เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน
จะให้ผมตัดใจจาก ก ทันที ผมก็ยังรู้สึกว่าทำไม่ได้ เพราะผมยังเจอเขาอยู่ทุกวัน
แล้วผมก็ไม่อยากให้ ข ต้องมาเป็นห่วง อยากให้เพื่อนทำตัวปกติ ไม่ต้องมาคอยห่วงว่าทำแบบนั้นแบบนี้แล้วผมจะสบายใจหรือเปล่า
ผมรู้สึกวางตัวไม่ถูกเลย อยากจะหนีไม่ต้องทนเห็น ก็ทำให้เพื่อนเป็นห่วงอยู่ดี ผมอึดอัดใจครับ
ผมควรทำตัวยังไงต่อเหตุการณ์นี้ดีครับ
ปัญหามันเริ่มจากวันนึง ก เขาได้มาบอกกับผมว่า เขาอาจจะชอบเพื่อนอีกคนในกลุ่ม เธอเป็นผู้หญิงชื่อ ข ซึ่งไม่รู้เพราะอะไร แต่มันทำให้ผมรู้สึกคลั่งมาก เรียกได้ว่าอยู่ไม่สุข ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ก มันเคยบอกผมว่ามันแอบชอบรุ่นพี่ที่นำเชียร์สแตนด์ผมยังไม่เครียดขนาดนี้ วันนั้นมันบอกเรื่องนี้ผมบนรถเมย์ ผมรู้สึกเศร้าหรือเสียใจยังไงบอกไม่ถูก แต่ผมต้องเก็บอาการไว้ เมื่อกลับถึงบ้านเหมือนความอดทนของผมมันจะถึงที่สุด เพื่อนๆในกลุ่มไลน์ก็คุยกับปกติ แต่ผมกลับไปด่า ก มัน ประมาณว่า "ทีหลังเอ็งชอบใครก็ไม่ต้องมาบอกข้าอีกนะ เอ็งก็รู้ว่าข้ารู้สึกยังไง" เพื่อนๆงงว่ามีเรื่องอะไรกัน จนผมเริ่มจะเย็นๆลงบ้างแล้วถึงกลับไปขอโทษเขา (เสริมนิดนึง ข เป็นเพื่อนที่เรียกว่าสนิทของผมน่าจะได้ เพราะเธอเป็นเพื่อนคนแรกที่ผมคุยในวันปฐมนิเทศ และเธอเองก็มีแฟนอยู่แล้ว)
มะรืนถัดมาก็เป็นวันที่ทางมหาลัยจัดงานกลางคืนให้นักศึกษาปีหนึ่ง วันนี้เองเป็นวันที่อาการของเขามันแสดงออกอย่างชัดเจนเลยครับว่าเขาชอบ ข จริงๆ เพราะคืนนั้น ไม่ว่า ข มันจะทำอะไร ก มันก็ตามไปตลอด นั่งกินโต๊ะจีนก็นั่งติดกัน มันทำให้ผมรู้สึกเศร้าและยิ้มไม่ออก วันนั้นผมแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่มีความสุข ซึ่ง ข มันก็สังเกตุ และถามผมว่าเป็นอะไร แต่ผมได้แต่ส่ายหัวเพราะไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเพราะเธอกับ ก
ขนาดตอนงานจะเลิก แทนที่ ก มันจะกลับพร้อมเพื่อนคนที่มันขอไปค้างหอ มันกลับเลือที่จะกลับพร้อม ข ผมพูดไรไม่ออกเลยครับ
ผมเคยเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนคนอื่นในกลุ่มนะครับ เพื่อนคนนั้นมันก็บอกว่าเดี๋ยวมันไปคุยกับ ก เอง เพราะมันก็สังเกตุเห็นเห็นเหมือนกัน อาการของ ก มันชัดมาก ก เองมันเองก็เคยบอกกับผมนะครับ ว่าเรื่องระหว่างมันกับ ข คงเป็นไปไม่ได้ เพราะมันรู้ว่า ข มีแฟนอยู่แล้ว เดี๋ยวมันก็ตัดใจได้แต่ผมกลับไม่คิดเช่นนั้น
ไม่นานนัก ข มันก็รู้เรื่องที่ ก ชอบมันเพราะปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งจากอาการของ ก ที่มันแสดงออก ทำตัวติดกับ ข แทบจะตลอด และจากอาการไม่มีความสุขอย่างชัดเจนที่ผมแสดงออก เวลาอยู่ในกลุ่ม ทำให้ ข เป็นห่วงและถามผม สุดท้ายผมทนไม่ไหวจึงบอกไป ข มันก็เลยเริ่มทำตัวห่างๆกับ ก แล้วก็มีเย็นชาใส่บ้าง ก มันก็ร้องรนเข้าหาผม ถามผมว่า ข เป็นอะไรเพราะเห็นว่าผมสนิทกับ ข ทั้งๆที่พอเหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้ผมควรจะดีใจที่เขาสองคนเริ่มห่างๆกันแล้ว แต่ไม่เป็นอย่างนั้น ผมไม่ชอบที่รู้สึกว่า ก ไม่มีความสุข ทำตัวเป็นกาวสานความสัมพันธ์ของทั้งสอง พยายามทำให้ ข กลับมา คุยกับ ก ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น ทั้งสองกลับมาคุยกันเหมือนปกติ ส่วนตัวผมเองก็กลับไปอึดอัด ไม่สบายใจเหมือนเดิม
อยู่กับความรู้สึกแบบนั้นมานานเป็นเดือนมีหลายครั้งที่ผมรู้สึกแทบจะทนไม่ไหวและอยากจะหนีไป แล้วเวลานั้นก็มาถึงเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
ก พูดให้ฟังว่าเพื่อนที่โรงเรียนเก่ามันจะแสดงละครเวที ผมบอกว่าอยากไปดู แล้วก็บอกมันให้ลองชวนเพื่อนๆในกลุ่มไปดูด้วยสิ ตอนชวนคนที่บอกว่าจะก็มี ผม , ก , ข กับเพื่อนอีกคน แต่พอถึงวันจะไปดูจริงเพื่อนอีกคนกลับไม่ไป ทำให้เราต้องไปดูกันสามคน ก่อนเขาไปดูละคร เขาก็มีการแจกแบบสอบถามเกี่ยวกับคนที่ไปดู เราได้มาคนละใบ แต่ ก เก็บของ ข ไว้แล้วเอาไปเขียนให้ ตอนนั้นผมรู้สึกอยากให้เขาเขียนให้ผมบ้าง มันอาจดูเหมือนเรื่องเล็กๆ แต่ผมรู้สึกเหมือนถูกเลือกปฏิบัติ เหมือนเป็นส่วนเกินที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ ระหว่างดูละคร ข ก็นั่งตรงกลางระหว่างผม กับ ก ทั้งสองคนคุยกันทั้งที่ก่อนละครเริ่มเขาก็บอกว่าควรจะงดการพูดคุย ผมไม่มีความสุขกับการดูละครเลยครับ ฉากที่คนหัวเราะผมกลับนั่งเฉยๆรู้สึกอยากจะร้องไห้ จนกลับบ้าน
ก ไม่มาเรียนสองวันเพราะเขาบอกว่าไม่สบาย และกลับมาเรียนวันพฤหัส ตอนเช้า ก ไลน์บอกเพื่อนในกลุ่มว่าจะมาเรียน แล้ว ข ก็ฝากให้ ก ซื้อข้าวกล่องเซเว่นมาให้ระหว่างทาง ตอนนั้นผมรู้สึกไม่เข้าใจสิ่งที่ ข ทำ ทั้งๆที่ ข ก็อยู่หอ แถวมหาลัยเองก็มีเซเว่นตั้งหลายสาขา ผมไม่พอใจเธอ ที่มายุ่งกับ ก ทั้งๆที่รู้ว่า ก ชอบเธอ ทั้งๆที่รู้ว่าผมก็ชอบ ก อยู่ ส่วนเธอเองก็มีแฟนอยู่แล้ว และเรื่องแบบนี้มันไม่ใช่ครั้งแรก
ผมถึงกับด่าเธอลงเฟสแบบไม่เอ่ยชื่อ วันนั้นผมไปเรียนแบบไม่มีความสุข ผมคุยกับเพื่อนคนอื่นปกติ แต่ผมไม่อยากจะคุยกับ ก และ ข ผมเอาแต่เพ้อในเฟส ตอนกลับบ้านผมก็หนีกลับก่อน ไม่ลาใคร กลับถึงบ้านผมก็ยังเพ้อต่อ ผมเสียใจ เสียใจที่ ก ไม่นึกถึงผมเลย ทั้งๆที่ตอนเขาไม่สบายผมเป็นห่วงเขา ผมขอให้เขาหายไวๆ ผมแจ้งเขาว่าเราเรียนอะไรกัน มีงานมั้ย พยายามช่วยเขา แต่เขากลับไม่ทักทายผมเลย ผมไม่คุย เขาก็ไม่คุยกับผม ผมตัดพ้อลงเฟส ทำ ข เป็นห่วง แต่ผมกลับโกรธเธอ ไม่คุยกับเธอ เธอทั้งไลน์และทั้งส่งข้อความมาทางเฟสถามว่าผมเป็นอะไร แต่ผมเลือกที่จะไม่อ่าน ผมคิดในใจว่าถ้าเธอเป็นห่วงผมจริงเธอต้องรู้สิว่าผมเป็นอะไร ต้องรู้สิว่าการกระทำของเธอมันทำให้ผมไม่สบายใจต่อให้ผมไม่บอก ผมรู้ว่ามันงี่เง่าที่ถ้าไม่บอก เธอจะรู้ได้ยังไงว่าผมเป็นอะไร แต่ตัวผมที่กำลังเสียใจไม่สนใจเหตุและผลใดๆทั้งสิ้น
วันต่อคือวันศุกร์ ผมก็ทำอาการเหมือนเดิม ไม่คุยกับ ข และ ก เรามีเรียนเช้าบ่าย ตอนกลางวันผมก็หนีไปนั่งกินข้าวคนเดียวทั้งๆปกติผมจะชอบบ่นว่าเหงาและชอบไปไหนกับเพื่อน จนก่อนจะเลิกเรียนคาบบ่าย ผมได้ยิน ก บอกกับ ข ว่าจะติดมอไซต์ ข ออกจากมอไปป้ายรถเมย์ เขาจะรีบกลับ ซึ่งผมปกติผมกับ ก เราจะกลับบ้านด้วยกัน แต่วันนี้เขาไม่ชวนผมเลย ไม่คิดจะหันมาบอกด้วยซ้ำว่าจะกลับก่อน ตอนนั้นผมสั่น น้ำตาแทบจะไหล ผมไม่อยากให้เขาสองคนไปด้วยกัน พออาจารย์ปล่อยให้ออกจากห้องได้ ทุกคนค่อยๆเดินออก ข ก็ทำท่าจะเดินออก ผมดึงแขนเธอไว้ มองหน้าเธอ เธอก็มองหน้าผม ผมพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าพูดอะไร เธอเห็นไม่พูด เธอทำท่าจะหันหลังออกไป ผมถึงกล้าพูดออกมาว่าอย่าไป อยู่ด้วยกันก่อน ผมกอดเธอ เธอถามเป็นอะไร เธอนั่งคุยกับผม
ก เดินเข้ามาเรียกเธอ เธอตอบเขาว่าออกไป ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกเป็นคนสำคัญ เธอบอกให้ระบายออกมา ตอนนั้นผมกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เธอถามผมเรื่อง ก ใช่มั้ย ? ผมเคยคิดมาตลอดว่าเธอไม่รู้ แต่จริงๆเธอรู้ ทั้งที่ทำให้ผมไม่สบายใจ ทั้งเรื่องที่ผมด่าทอเธอ ผมระบายออกไปจนหมด ทุกเรื่องที่ผมอัดอั้นอยู่ในใจตลอด ว่าผมรู้สึกไม่ชอบที่ ก คุยกับเธอ เรื่องที่ว่าผมเห็นแก่ตัวแค่ไหนที่ไม่อยากให้เธอมายุ่งกับ ก เธอก็ฟังผม เธอไม่ว่าอะไรผมเลย เธอกลับบอกว่าขอโทษที่ทำให้ผมไม่สบายใจ มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดที่คิดไม่ดีกับเธอ ทั้งๆที่เธอเป็นห่วงผมมาตลอด ผมร้องไห้ไม่หยุด เธอบอกว่าต่อไปนี้เธอจะพยายามไม่ทำให้ผมไม่สบายใจอีก ผมค่อยๆสบายใจและหยุดร้อง แล้วเราค่อยกลับบ้านกัน
ผมไม่รู้ว่าต่อไปนี้ผมควรจะทำตัวยังไงดี ยังไงผมก็ต้องเห็นเธอกับ ก คุยกันอยู่ดี ยังไงๆเราก็เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน
จะให้ผมตัดใจจาก ก ทันที ผมก็ยังรู้สึกว่าทำไม่ได้ เพราะผมยังเจอเขาอยู่ทุกวัน
แล้วผมก็ไม่อยากให้ ข ต้องมาเป็นห่วง อยากให้เพื่อนทำตัวปกติ ไม่ต้องมาคอยห่วงว่าทำแบบนั้นแบบนี้แล้วผมจะสบายใจหรือเปล่า
ผมรู้สึกวางตัวไม่ถูกเลย อยากจะหนีไม่ต้องทนเห็น ก็ทำให้เพื่อนเป็นห่วงอยู่ดี ผมอึดอัดใจครับ