เรากะแฟน แต่งงานกันมา 7 ปี มีลูกสาว 2 คน คนโต5 ขวบ คนเล็ก 3 ขวบ เราอายุ 31 แฟน 46 ห่างกัน 15 ปี เรื่องมีอยู่ว่า...
เราทำงานบ.แห่งหนึ่ง ย่านพระรามสอง แต่บ้านพักอยู่อ่อนนุช ซึ่งเราต้องขับรถไป-กลับทุกวัน เพราะเป็นห่วงลูก ลูกเราไป รร.แล้วทั้งคู่ และเรียนใกล้ที่ทำงานสามี ซึ่งเราสองคนตัดสินใจ ไม่ใช้บริการรถ รร. จะให้(อยู่คนละซอยบ้าน)สามีไปรับ-ส่งเอง ซึ่งช่วงบ่ายสองจะไปส่งที่บ้านพี่เลี้ยงเฉพาะคนเล็ก เพราะคนโตเรียนพิเศษจนถึง 16.30น. และจะกลับพร้อมสามีเลย และแวะรับคนเล็กตอนเย็น สามีจะเป็นคนดูแลลูกช่วงเย็น เพราะเราจะกลับถึงบ้านก็ราวๆ 20.30น. เพราะรถติดมหากาพย์มาก
สามีเราจะเลี้ยงลูกโดยการ เปิดการ์ตูนให้ลูกดู แล้วตัวเองก็จะ อาบน้ำ กินข้าว เสร็จธุระส่วนตัว ก็เล่นเกมส์ ซึ่งเราไม่ชอบมากกกกกกกก นางสามารถเล่นเกมส์ได้ทุกเวลา เราเคยบอกว่า เล่นได้ แต่ขอลูกหลับก่อนได้ไหม นางก็ทำเป็น ไม่พอใจ ใส่อารมณ์ บอกว่าปล่อยลูกดูแค่ทีวี ลูกจะสมาธิสั้น ก็ไม่เชื่อ คือเราชอบอ่านและศึกษาวิธีเลี้ยงลูกตามเพจหมอเด็ก ซึ่งมันได้ผลจริงๆ แต่สามีจะไท่ค่อยอินกะเรา ลูกผิด ตะคอก ตี ใส่อารมณ์ ซึ่งคนโตเริ่มติดตะคอกเรา นางทำไรไม่ค่อยใจเย็น แม้กระทั้งกะลูก เมื่อก่อน เราคิดว่า เขาน่าจะดูแลเราและลูกได้ดี อบอุ่น สุขสันต์ แต่ฝันสลายมากๆๆ บางครั้ง ส. อา. เราทำโอ ก็ไม่ค่อยพอใจเรา ทั้งๆที่เราทำงานและเลือกไม่ไปไม่ได้ แต่ตัวเอง สามารถทำได้ เรากลับบ้านดึก บางครั้งตื่นมากลางดึก เพื่อมาซักผ้าก็มี และช่วงนี้ เราขายของ จะตื่นตีสี่ เตรียมตัว เสื้อผ้าลูก หกโมง ปลุกลูกอาบน้ำ แต่งตัวลูก สามีส่ง รร. เราไปขายของต่อ คือเขามีหน้าที่แค่รับ-ส่งลูกจริงๆ
และราเหนื่อยกะพฤติกรรมเขาหลายอย่างมาก เช่น
- ถังขยะ ถ้าเราไปทิ้งแล้ว ถ้าจะทิ้งต่อ ตามปกตืนิสัยขิงคนมีจิตสำนึก จะต้องเอาถุงพลาสติกรองก่อน นี่นางไม่ ทิ้งทั้งอย่างนั้น พอพูด มีโมโห หลังๆตัดปัญหา ใส่ซ้อนหลายๆใบ พอหมด คิดว่าจะใส่ให้ ไม่ค่ะ ทิ้งแบบนั้นเหมือนเดิม เลยคงต้องใส่เองตลอด
- เรากับดึก เสื้อผ้าของ เราและลูก เราซัก บางทีตากข้ามวัน นึกว่าจะมีน้ำใจเก็บให้ เปล่าเลย ต้องซักเอง เก็บเอง พับเอง ของเขา เขาซักเอง แต่เราต้องเก็บให้ พับให้
- เวลาพูดอะไร รึเตือนอะไร พูดไม่ได้ จะโมโหใส่ทันที ทั้งๆที่เราไม่ได้บ่นนะ ตามนิสัยเรา เราว่าเราไม่บ่นมาก พูดครั้งเดียว ถ้าไม่ทำ เราทำเอง จนบางที เขาติดว่าเราทำได้รึเปล่า เลยไม่ทำ
- หยิบใช้อะไร ไม่เคยเก็บที ล่าสุดรีโมททีวีข้างล่าง หาย!!! เคยบอกว่า เปิดแล้ว วางไว้หน้าทีวี ปิดก็เดินมาปิด จะได้หาเจอ ไม่ทำ เดี๋ยวหวี กระปุกยางรัดผมลูก จิปาถะ ไม่เคยเก็บที่ เราอาศัยอยู่บ้านยาย พูดให้เก็บ เกรงใจยาย เกรงใจคนอื่น เวลาญาติๆมาบ้าน แล้วรก ก็มาโมโหใส่
-ทะเลาะกัน นางจะไม่สนใจโลกเลย หลับเลยรึไม่ก็ลงไปนอนข้างล่าง ปกติ คนโตชอบให้นอนกอด เราต้อง กล่อมคนเล็กนอนก่อน เคยบอกว่า กอดคนโตแปปนึง ไม่ค่ะ เล่นเกมส์ แล้วบอก โตแล้ว นอนเองก็ได้ เราพูด ตอนนี้มีโอกาสกอด ก็กอดสะ เดี๋ยวไม่มีโอกาส จะขอกอดมัน มันเนียกเวลาคืนมาไม่ได้แล้วนะ โกรธเราเลย!!! ยิ่งทะเลาะเช้า ชอบขี่มอไซเร็วๆ ไปส่งลูก เราร้องไห้ตลอด ทุกข์ใจมาก กลัวลูกตกรถ
เราพูดตรงๆ เราเหนื่อยแล้ว ไม่อยากใช้ชีวิตร่วมด้วยแล้ว ภาวะอารมณ์ เขาไม่ปกติ ไม่นิ่ง ไม่สามารถเป็นพ่อคนได้เลย แต่เราต้องพึ่งเขาตอนไปรับ-ส่งลูกไป รร. เพราะมันคนละทางกับทางไปที่ทำงาน เหนื่อยและทุกข์ใขมาก ยิ่งเรื่องเอาใจใส่เราไม่ต้องพูดถึง ไม่มีนานแล้ว ทุกวัน เราภาวนาให้เขา รับ-ส่งลูกปลอดภัยก็พอ เราอดทนมาก มากจนเพื่อนบอกว่า เก่งมาก ที่อดทนกับคนแบบนี้ แต่กูกลัวว่าความอดทนของหมด เวลาระเบิด มันน่ากลัวนะ มันมีเรื่องราวที่เราต้องอดทนมากมายค่ะ แต่เอาเท่านี้ละกัน เราอยากแก้ปัญหา ใช้ชีวิตแบบมีความสุข เราควรทำยังไงดี???
ใครเคยรู้สึกเหนื่อยกับความไม่เอามจใส่ของสามีบ้าง???
เราทำงานบ.แห่งหนึ่ง ย่านพระรามสอง แต่บ้านพักอยู่อ่อนนุช ซึ่งเราต้องขับรถไป-กลับทุกวัน เพราะเป็นห่วงลูก ลูกเราไป รร.แล้วทั้งคู่ และเรียนใกล้ที่ทำงานสามี ซึ่งเราสองคนตัดสินใจ ไม่ใช้บริการรถ รร. จะให้(อยู่คนละซอยบ้าน)สามีไปรับ-ส่งเอง ซึ่งช่วงบ่ายสองจะไปส่งที่บ้านพี่เลี้ยงเฉพาะคนเล็ก เพราะคนโตเรียนพิเศษจนถึง 16.30น. และจะกลับพร้อมสามีเลย และแวะรับคนเล็กตอนเย็น สามีจะเป็นคนดูแลลูกช่วงเย็น เพราะเราจะกลับถึงบ้านก็ราวๆ 20.30น. เพราะรถติดมหากาพย์มาก
สามีเราจะเลี้ยงลูกโดยการ เปิดการ์ตูนให้ลูกดู แล้วตัวเองก็จะ อาบน้ำ กินข้าว เสร็จธุระส่วนตัว ก็เล่นเกมส์ ซึ่งเราไม่ชอบมากกกกกกกก นางสามารถเล่นเกมส์ได้ทุกเวลา เราเคยบอกว่า เล่นได้ แต่ขอลูกหลับก่อนได้ไหม นางก็ทำเป็น ไม่พอใจ ใส่อารมณ์ บอกว่าปล่อยลูกดูแค่ทีวี ลูกจะสมาธิสั้น ก็ไม่เชื่อ คือเราชอบอ่านและศึกษาวิธีเลี้ยงลูกตามเพจหมอเด็ก ซึ่งมันได้ผลจริงๆ แต่สามีจะไท่ค่อยอินกะเรา ลูกผิด ตะคอก ตี ใส่อารมณ์ ซึ่งคนโตเริ่มติดตะคอกเรา นางทำไรไม่ค่อยใจเย็น แม้กระทั้งกะลูก เมื่อก่อน เราคิดว่า เขาน่าจะดูแลเราและลูกได้ดี อบอุ่น สุขสันต์ แต่ฝันสลายมากๆๆ บางครั้ง ส. อา. เราทำโอ ก็ไม่ค่อยพอใจเรา ทั้งๆที่เราทำงานและเลือกไม่ไปไม่ได้ แต่ตัวเอง สามารถทำได้ เรากลับบ้านดึก บางครั้งตื่นมากลางดึก เพื่อมาซักผ้าก็มี และช่วงนี้ เราขายของ จะตื่นตีสี่ เตรียมตัว เสื้อผ้าลูก หกโมง ปลุกลูกอาบน้ำ แต่งตัวลูก สามีส่ง รร. เราไปขายของต่อ คือเขามีหน้าที่แค่รับ-ส่งลูกจริงๆ
และราเหนื่อยกะพฤติกรรมเขาหลายอย่างมาก เช่น
- ถังขยะ ถ้าเราไปทิ้งแล้ว ถ้าจะทิ้งต่อ ตามปกตืนิสัยขิงคนมีจิตสำนึก จะต้องเอาถุงพลาสติกรองก่อน นี่นางไม่ ทิ้งทั้งอย่างนั้น พอพูด มีโมโห หลังๆตัดปัญหา ใส่ซ้อนหลายๆใบ พอหมด คิดว่าจะใส่ให้ ไม่ค่ะ ทิ้งแบบนั้นเหมือนเดิม เลยคงต้องใส่เองตลอด
- เรากับดึก เสื้อผ้าของ เราและลูก เราซัก บางทีตากข้ามวัน นึกว่าจะมีน้ำใจเก็บให้ เปล่าเลย ต้องซักเอง เก็บเอง พับเอง ของเขา เขาซักเอง แต่เราต้องเก็บให้ พับให้
- เวลาพูดอะไร รึเตือนอะไร พูดไม่ได้ จะโมโหใส่ทันที ทั้งๆที่เราไม่ได้บ่นนะ ตามนิสัยเรา เราว่าเราไม่บ่นมาก พูดครั้งเดียว ถ้าไม่ทำ เราทำเอง จนบางที เขาติดว่าเราทำได้รึเปล่า เลยไม่ทำ
- หยิบใช้อะไร ไม่เคยเก็บที ล่าสุดรีโมททีวีข้างล่าง หาย!!! เคยบอกว่า เปิดแล้ว วางไว้หน้าทีวี ปิดก็เดินมาปิด จะได้หาเจอ ไม่ทำ เดี๋ยวหวี กระปุกยางรัดผมลูก จิปาถะ ไม่เคยเก็บที่ เราอาศัยอยู่บ้านยาย พูดให้เก็บ เกรงใจยาย เกรงใจคนอื่น เวลาญาติๆมาบ้าน แล้วรก ก็มาโมโหใส่
-ทะเลาะกัน นางจะไม่สนใจโลกเลย หลับเลยรึไม่ก็ลงไปนอนข้างล่าง ปกติ คนโตชอบให้นอนกอด เราต้อง กล่อมคนเล็กนอนก่อน เคยบอกว่า กอดคนโตแปปนึง ไม่ค่ะ เล่นเกมส์ แล้วบอก โตแล้ว นอนเองก็ได้ เราพูด ตอนนี้มีโอกาสกอด ก็กอดสะ เดี๋ยวไม่มีโอกาส จะขอกอดมัน มันเนียกเวลาคืนมาไม่ได้แล้วนะ โกรธเราเลย!!! ยิ่งทะเลาะเช้า ชอบขี่มอไซเร็วๆ ไปส่งลูก เราร้องไห้ตลอด ทุกข์ใจมาก กลัวลูกตกรถ
เราพูดตรงๆ เราเหนื่อยแล้ว ไม่อยากใช้ชีวิตร่วมด้วยแล้ว ภาวะอารมณ์ เขาไม่ปกติ ไม่นิ่ง ไม่สามารถเป็นพ่อคนได้เลย แต่เราต้องพึ่งเขาตอนไปรับ-ส่งลูกไป รร. เพราะมันคนละทางกับทางไปที่ทำงาน เหนื่อยและทุกข์ใขมาก ยิ่งเรื่องเอาใจใส่เราไม่ต้องพูดถึง ไม่มีนานแล้ว ทุกวัน เราภาวนาให้เขา รับ-ส่งลูกปลอดภัยก็พอ เราอดทนมาก มากจนเพื่อนบอกว่า เก่งมาก ที่อดทนกับคนแบบนี้ แต่กูกลัวว่าความอดทนของหมด เวลาระเบิด มันน่ากลัวนะ มันมีเรื่องราวที่เราต้องอดทนมากมายค่ะ แต่เอาเท่านี้ละกัน เราอยากแก้ปัญหา ใช้ชีวิตแบบมีความสุข เราควรทำยังไงดี???