จขกท.เป็นนักกายภาพตำแหน่งข้าราชการ รพ.รัฐในต่างจังหวัดแห่งนึงค่ะ
มีคลินิกกายภาพส่วนตัวเป็นของตัวเองด้วย และจ้างนักกายภาพบำบัดประจำคลินิกของตัวเองอีกหลายคน
เรื่องมีอยู่ว่า คนไข้นอนรพ.รัฐนี้ที่จขกท.ทำงานอยู่ติดต่อเป็นการส่วนตัวผ่านคลินิกให้ไปทำกายภาพพิเศษให้ทั้งเช้า กลางวัน เย็น โดยให้ทีมนักกายภาพของคลินิกเข้าไปทำ เนื่องจากไม่พอใจการทำกายภาพของรพ.ที่ไม่สามารถทำได้บ่อยตรงตามความต้องการและทำนิดเดียว
คนไข้จึงปฏิเสธการรักษากายภาพของรพ.แล้วติดต่อจ้างกายภาพพิเศษเป็นการส่วนตัว ซึ่งคือคลินิกของจขกท.เอง
เนื่องจากมีนักกายภาพบุคคลที่สามรู้เข้า จึงไปฟ้องหมอ ทำให้จขกท.ถูกสอบวินัยข้าราชการค่ะ ว่ารับเงินในเวลาปฏิบัติงาน
สงสัยว่าแบบนี้ผิดจริงไม่คะ เพราะคนไข้มาติดต่อจ้างเองผ่านหน้าคลินิก ตามหลักสิทธิผู้ป่วย ถ้าคนไข้ไม่พอใจก็มีสิทธิปฏิเสธการรักษากายภาพของรพ.แล้วจ้างส่วนตัวไม่ได้
หรอ?
แล้วคนที่ทำกายภาพให้คือนักกายภาพประจำคลินิก ไม่ใช่ตัวจขกท.เพราะจขกท.เป็นผู้ประกอบการค่ะ จ้างเด็กไปทำกายภาพให้แทน ดังนั้นในเวลาราชการจขกท.ก็ปฏิบัติงานปกติค่ะ
นักกายภาพรับเงินจากคนไข้ในเวลาราชการ ผิดวินัยข้าราชการไหมคะ?
มีคลินิกกายภาพส่วนตัวเป็นของตัวเองด้วย และจ้างนักกายภาพบำบัดประจำคลินิกของตัวเองอีกหลายคน
เรื่องมีอยู่ว่า คนไข้นอนรพ.รัฐนี้ที่จขกท.ทำงานอยู่ติดต่อเป็นการส่วนตัวผ่านคลินิกให้ไปทำกายภาพพิเศษให้ทั้งเช้า กลางวัน เย็น โดยให้ทีมนักกายภาพของคลินิกเข้าไปทำ เนื่องจากไม่พอใจการทำกายภาพของรพ.ที่ไม่สามารถทำได้บ่อยตรงตามความต้องการและทำนิดเดียว
คนไข้จึงปฏิเสธการรักษากายภาพของรพ.แล้วติดต่อจ้างกายภาพพิเศษเป็นการส่วนตัว ซึ่งคือคลินิกของจขกท.เอง
เนื่องจากมีนักกายภาพบุคคลที่สามรู้เข้า จึงไปฟ้องหมอ ทำให้จขกท.ถูกสอบวินัยข้าราชการค่ะ ว่ารับเงินในเวลาปฏิบัติงาน
สงสัยว่าแบบนี้ผิดจริงไม่คะ เพราะคนไข้มาติดต่อจ้างเองผ่านหน้าคลินิก ตามหลักสิทธิผู้ป่วย ถ้าคนไข้ไม่พอใจก็มีสิทธิปฏิเสธการรักษากายภาพของรพ.แล้วจ้างส่วนตัวไม่ได้
หรอ?
แล้วคนที่ทำกายภาพให้คือนักกายภาพประจำคลินิก ไม่ใช่ตัวจขกท.เพราะจขกท.เป็นผู้ประกอบการค่ะ จ้างเด็กไปทำกายภาพให้แทน ดังนั้นในเวลาราชการจขกท.ก็ปฏิบัติงานปกติค่ะ