( บางทีก็..เหนื่อยจนท้อ )
(เล่าจาก เรื่องจริง ชีวิตตรูเอง*__*) จะเล่าแบบย่อๆ
: คนเราย่อมมี ช่วงเวลาที่ สูงสุด และต่ำสุด ในชีวิต และมีความเหนื่อนล้า ท้อถอย อ่อนแอ หมดแรง หมดกำลังใจที่จะก้าวเดินไป ข้างหน้าได้เช่นกัน
: เมื่อ 2-3 ปี ที่แล้วชีวิตผมก็ทำงานตามปกติ ตามมนุษย์ เงินเดือนทั้วไป ไม่เคยผ่านการแต่งงาน ก็มีแฟนส่วนมากจะเป็นนักศึกษา คบได้ไม่ถึง 3 ปี ก็มีเหตุต้องเลิกกัน
: นิสัยชอบเรียนรู้ กับเรื่องเงินๆ ทองๆ เคยเอ็นทรานติด มสว. (คอมพิวเตอร์ ธุรกิจ)แต่ไม่ได้เรียน เพราะที่บ้านจน พี่ชายที่เคยส่งเรียนติดทหารพอดี ทำงานใน กทม.ตั้งแต่ อายุ18 ปี เงินเดือนตอนนั้น 5,000฿ เคยเรียนราม แต่ไม่ไหว เพราะทำงานด้วย
: ตอนนั้น สภาพทางการเงินผมดีมาก แต่ไม่มีเงินเก็บสักบาท555 มีแต่หนี้ มีบัตรเครดิต มี 3-4 ใบ ไม่รู้จักเก็บเงิน ไม่เคยรู้เรื่องเงินเลย ใช้เงินอนาคตอย่างเดียว จนติดลบ ขั้นต่ำก็ส่งไม่ไหว สุดท้ายติดเบล็คลิช เรียบร้อย!
: อายุ23-25 เริ่มอยากมีเงิน เก็บสักก้อน และอยากมีแฟนแบบแต่งงานกันจริงๆจังๆ สักคน เลยคิดว่า ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
: จะปีใหม่กีปี ชีวิตก็วนเวียนอยู่ที่เดิมชีวิตไม่ได้เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นมาเลยผ่านมาช่วง 25-30 ปี เป็นช่วงหาความรู้ หารายได้เสริมขายของออนไลน์ ลองถูก ลองผิด เสียเงินไปก็ เกือบ 4-5 หมื่นบาท เป็นค่าครูหมดเลยเพราะทำไป ตอนนั้นไม่เก่งเลย MLM คืออะไร ธุรกิจเครื่อขาย เจ้าของแบรนด์ ตัวแทนคือไรได้เงินยังไง ที่อยากทำเพราะคิดว่าอยากมีอิสระภาพทางการเงิน ที่เห็นพูดกันอยู่บ่อยๆ แต่ตัวเองก็ไม่เข้าใจในความหมายมันอยู่ดี
: ช่วง 30-31 จึงเริ่ม มีเป้าหมายที่ชัดเจน มากขึ้น และมีการวางแผลนก่อน เริ่มใช้ อากู๋(google)
หาข้อมูลที่เป็นจริงที่สุดและเอามาวิเคาระห์ และเรียนเกี่ยวกับการขายของออนไลน์ และมี เป้าหมายเน้นเข้าใจ และลงมือทำจริงๆจังๆด้วย
: 1 ปี กับการเรียนและศึกษาธุรกิจออนไลน์ให้อะไรหลายอย่างมาก #ผมสามารถ ทำการตลาดออนไลน์เป็น# ทำเว็บไซต์เป็น # ลงโฆษณา Advertising เป็น ทำ SEO เป็น รู้และเข้า S cuve ในธุรกิจอย่างลึกซึง supply and demand ( การที่จะได้เงินและกำไร จากธุรกิจต้องศึกษาและทำความเข้าใจดีๆ )
: ถ้าทำเล่นๆ ตามกระแส ไม่ได้จริงจัง แต่อยากรวยเร็วๆ ไม่มีหรอกครับ การทำธุรกิจต้องใช้เวลานานพอสมควร เท่าๆกับการสร้างตึก ,ถนน แหละครับให้มองและสังเกตุก่อนทำ และหลังทำ ดีๆแล้วจะเข้าใจ!
: ช่วง 31-32 เริ่มสนใจการเงินการลงทุนมาก และคิดว่าต้องปลดแบล็คลิช กู้ซื้อบ้าน ผ่อนไป ทุกๆ3 ปี จะรีไฟแนนท์ เอาเงินมาลงทุน ที่ผลตอบแทนมากกว่า ฝากประจำ และชนะอัตาเงินเฟ้อ ผลตอบแทนต่อปีแล้ว 12% และระยะเวลาสั้นๆใช้ความสามารถที่มี 20 30% ในการลงทุน ในประเทศและต่างประเทศ ก็จะพอไหวอยู่ ถ้าไม่มีอะไรมาติดขัด
: ฝันเริ่มเป็นจริง และกำลังจะจางไปพร้อมๆกัน ทุกอย่าง ที่วางไว้ ได้ปลดแบล็คลิช กู้ซื้อบ้านผ่าน รายได้ตอนนั้นคิดว่า ส่งไหว เงินเดือน com OT=17K-18K ก็ยังเหลือใช้อยู่
: ความซวยมาเยือน ได้บ้านปุ้บ มีเหตุต้องย้ายที่ ทำงานปับ นั้นไง ซวยแล้วกู! ด้วยฐานเงินเดือนที่ไม่มาก อยู่ที่ 11450 เองปกติ จะอาสัย COM OT ประมาณ 8000-10,000 บาท งานใหม่ รายได้หายไปเกือบครึ่ง ได้แค่เงิน /-com น้อยมาก ไม่ถึงพัน OT นิดเดียว หักค่าบ้านแทบ ซ็อค !!! เหลือ 5000-6000฿ หักค่าใช้จ่ายแล้ว คงเหลือ 2000-3000฿ ต่อเดือน มาม่า กับปลากะป๋อง ก็ไม่น่ารอด *___*
: อีกนิดเดียวแท้ ๆ กำลังไปได้สวยๆ ตอนนี้ หนักเลย กู้หนี้นอกระบบ ไฟแนนท์ อีก สร้างหนี้หนักขึ้นอีก เพราะภาระ ต้องส่งที่บ้านและ ผ่อนบ้านด้วย ยอดเงินรวมๆกัน ก็ไม่เยอะ 2 หมื่นนิด ๆ แต่มันหนัก เพราะไม่พอกินแต่ล่ะ เดือน ประหยัดแล้วก็ไม่พออยู่ดี
: รายจ่ายค่าผ่อน บ้าน 7700 # อื่นๆ 5 พันต่อเดือน(หนี้นอกระบบ) อีก ต้องลำบากพ่อกับแม่มาเป็นปีกว่าๆแล้ว ปกติ จะส่งเงินให้ตลอดไม่เคยทำให้ที่บ้านต้องลำบากขนาดนี้เลย *____* ร้องไห้บ่อยมาก
: ทรัพย์สิน ทีมีอยู่ ทั้งจำนำ ทั้งขายใกล้จะหมดบ้านแล้วตอนนี้ กินเหมือนพระเลย เซ็งมากชีวิต กินข้าววันล่ะมือ อดมือกินมือ พอรอดไปวันๆ หลังจากที่ส่งบ้านมา 1 ปีกว่าๆ ลองศึกษาหาวิธีแก้ ดู???
: พรุ้งนี้ มีอยู่2 แผน 1 เข้าไปบอกธนาคาร ว่าตอนนี้ส่งไม่ไหว เคยเข้าไปติดต่อแล้ว แบงค์ให้โทรไปสนง.ใหญ่ ติดต่อไปแล้ว ส่งเมล เดือนกว่าๆ เงียบกริบเลย 2 ขอคุยกับผจก รับฟังปัญหาผมทีและหาวิธีแก้ให้ผมด้วย เอาแบบชัดเจน เพราะตอนนี้ ผมจะไม่รอดแล้ว ถ้าผมมาจ่ายค่าบ้าน ผมคงค้างไปหลายเดือน นี้หักหน้าบช.เลย ผมไม่อยากเสียเครดิต
: หลังจากที่ติด ต่อกับธนาคาร พรุ้งนี้ จะเข้าไปติดต่อกับสนง.ใหญ่ อีกที่ หวังว่าคงได้รับข่าวดี อีกนิด เดียว ก็จะ รีไฟแนนท์ ได้อยู่แล้ว หรือไม่ก็ปรับโครงสร้างหนี้ ไปเลย ส่งไปสักระยะ ค่อยประกาศขาย เอากำไรส่วนต่างมาทเริ่มลงทุน และเก็บเงิน และลงทุนต่อไป
( บางทีก็เหนือยจนท้อ ดั่งคำคมที่ว่า!!!!!)
#เป็นลูกจ้าง ยากกว่าเป็นนายตัวเอง#
# klaybenjamin :// studyinvestor #
ยินดีต้อนรับสู่ ! ยุคที่ต้องเป็นลูกจ้าง ยากกว่าเป็นนายตัวเอง จริงไหม ?
(เล่าจาก เรื่องจริง ชีวิตตรูเอง*__*) จะเล่าแบบย่อๆ
: คนเราย่อมมี ช่วงเวลาที่ สูงสุด และต่ำสุด ในชีวิต และมีความเหนื่อนล้า ท้อถอย อ่อนแอ หมดแรง หมดกำลังใจที่จะก้าวเดินไป ข้างหน้าได้เช่นกัน
: เมื่อ 2-3 ปี ที่แล้วชีวิตผมก็ทำงานตามปกติ ตามมนุษย์ เงินเดือนทั้วไป ไม่เคยผ่านการแต่งงาน ก็มีแฟนส่วนมากจะเป็นนักศึกษา คบได้ไม่ถึง 3 ปี ก็มีเหตุต้องเลิกกัน
: นิสัยชอบเรียนรู้ กับเรื่องเงินๆ ทองๆ เคยเอ็นทรานติด มสว. (คอมพิวเตอร์ ธุรกิจ)แต่ไม่ได้เรียน เพราะที่บ้านจน พี่ชายที่เคยส่งเรียนติดทหารพอดี ทำงานใน กทม.ตั้งแต่ อายุ18 ปี เงินเดือนตอนนั้น 5,000฿ เคยเรียนราม แต่ไม่ไหว เพราะทำงานด้วย
: ตอนนั้น สภาพทางการเงินผมดีมาก แต่ไม่มีเงินเก็บสักบาท555 มีแต่หนี้ มีบัตรเครดิต มี 3-4 ใบ ไม่รู้จักเก็บเงิน ไม่เคยรู้เรื่องเงินเลย ใช้เงินอนาคตอย่างเดียว จนติดลบ ขั้นต่ำก็ส่งไม่ไหว สุดท้ายติดเบล็คลิช เรียบร้อย!
: อายุ23-25 เริ่มอยากมีเงิน เก็บสักก้อน และอยากมีแฟนแบบแต่งงานกันจริงๆจังๆ สักคน เลยคิดว่า ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
: จะปีใหม่กีปี ชีวิตก็วนเวียนอยู่ที่เดิมชีวิตไม่ได้เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นมาเลยผ่านมาช่วง 25-30 ปี เป็นช่วงหาความรู้ หารายได้เสริมขายของออนไลน์ ลองถูก ลองผิด เสียเงินไปก็ เกือบ 4-5 หมื่นบาท เป็นค่าครูหมดเลยเพราะทำไป ตอนนั้นไม่เก่งเลย MLM คืออะไร ธุรกิจเครื่อขาย เจ้าของแบรนด์ ตัวแทนคือไรได้เงินยังไง ที่อยากทำเพราะคิดว่าอยากมีอิสระภาพทางการเงิน ที่เห็นพูดกันอยู่บ่อยๆ แต่ตัวเองก็ไม่เข้าใจในความหมายมันอยู่ดี
: ช่วง 30-31 จึงเริ่ม มีเป้าหมายที่ชัดเจน มากขึ้น และมีการวางแผลนก่อน เริ่มใช้ อากู๋(google)
หาข้อมูลที่เป็นจริงที่สุดและเอามาวิเคาระห์ และเรียนเกี่ยวกับการขายของออนไลน์ และมี เป้าหมายเน้นเข้าใจ และลงมือทำจริงๆจังๆด้วย
: 1 ปี กับการเรียนและศึกษาธุรกิจออนไลน์ให้อะไรหลายอย่างมาก #ผมสามารถ ทำการตลาดออนไลน์เป็น# ทำเว็บไซต์เป็น # ลงโฆษณา Advertising เป็น ทำ SEO เป็น รู้และเข้า S cuve ในธุรกิจอย่างลึกซึง supply and demand ( การที่จะได้เงินและกำไร จากธุรกิจต้องศึกษาและทำความเข้าใจดีๆ )
: ถ้าทำเล่นๆ ตามกระแส ไม่ได้จริงจัง แต่อยากรวยเร็วๆ ไม่มีหรอกครับ การทำธุรกิจต้องใช้เวลานานพอสมควร เท่าๆกับการสร้างตึก ,ถนน แหละครับให้มองและสังเกตุก่อนทำ และหลังทำ ดีๆแล้วจะเข้าใจ!
: ช่วง 31-32 เริ่มสนใจการเงินการลงทุนมาก และคิดว่าต้องปลดแบล็คลิช กู้ซื้อบ้าน ผ่อนไป ทุกๆ3 ปี จะรีไฟแนนท์ เอาเงินมาลงทุน ที่ผลตอบแทนมากกว่า ฝากประจำ และชนะอัตาเงินเฟ้อ ผลตอบแทนต่อปีแล้ว 12% และระยะเวลาสั้นๆใช้ความสามารถที่มี 20 30% ในการลงทุน ในประเทศและต่างประเทศ ก็จะพอไหวอยู่ ถ้าไม่มีอะไรมาติดขัด
: ฝันเริ่มเป็นจริง และกำลังจะจางไปพร้อมๆกัน ทุกอย่าง ที่วางไว้ ได้ปลดแบล็คลิช กู้ซื้อบ้านผ่าน รายได้ตอนนั้นคิดว่า ส่งไหว เงินเดือน com OT=17K-18K ก็ยังเหลือใช้อยู่
: ความซวยมาเยือน ได้บ้านปุ้บ มีเหตุต้องย้ายที่ ทำงานปับ นั้นไง ซวยแล้วกู! ด้วยฐานเงินเดือนที่ไม่มาก อยู่ที่ 11450 เองปกติ จะอาสัย COM OT ประมาณ 8000-10,000 บาท งานใหม่ รายได้หายไปเกือบครึ่ง ได้แค่เงิน /-com น้อยมาก ไม่ถึงพัน OT นิดเดียว หักค่าบ้านแทบ ซ็อค !!! เหลือ 5000-6000฿ หักค่าใช้จ่ายแล้ว คงเหลือ 2000-3000฿ ต่อเดือน มาม่า กับปลากะป๋อง ก็ไม่น่ารอด *___*
: อีกนิดเดียวแท้ ๆ กำลังไปได้สวยๆ ตอนนี้ หนักเลย กู้หนี้นอกระบบ ไฟแนนท์ อีก สร้างหนี้หนักขึ้นอีก เพราะภาระ ต้องส่งที่บ้านและ ผ่อนบ้านด้วย ยอดเงินรวมๆกัน ก็ไม่เยอะ 2 หมื่นนิด ๆ แต่มันหนัก เพราะไม่พอกินแต่ล่ะ เดือน ประหยัดแล้วก็ไม่พออยู่ดี
: รายจ่ายค่าผ่อน บ้าน 7700 # อื่นๆ 5 พันต่อเดือน(หนี้นอกระบบ) อีก ต้องลำบากพ่อกับแม่มาเป็นปีกว่าๆแล้ว ปกติ จะส่งเงินให้ตลอดไม่เคยทำให้ที่บ้านต้องลำบากขนาดนี้เลย *____* ร้องไห้บ่อยมาก
: ทรัพย์สิน ทีมีอยู่ ทั้งจำนำ ทั้งขายใกล้จะหมดบ้านแล้วตอนนี้ กินเหมือนพระเลย เซ็งมากชีวิต กินข้าววันล่ะมือ อดมือกินมือ พอรอดไปวันๆ หลังจากที่ส่งบ้านมา 1 ปีกว่าๆ ลองศึกษาหาวิธีแก้ ดู???
: พรุ้งนี้ มีอยู่2 แผน 1 เข้าไปบอกธนาคาร ว่าตอนนี้ส่งไม่ไหว เคยเข้าไปติดต่อแล้ว แบงค์ให้โทรไปสนง.ใหญ่ ติดต่อไปแล้ว ส่งเมล เดือนกว่าๆ เงียบกริบเลย 2 ขอคุยกับผจก รับฟังปัญหาผมทีและหาวิธีแก้ให้ผมด้วย เอาแบบชัดเจน เพราะตอนนี้ ผมจะไม่รอดแล้ว ถ้าผมมาจ่ายค่าบ้าน ผมคงค้างไปหลายเดือน นี้หักหน้าบช.เลย ผมไม่อยากเสียเครดิต
: หลังจากที่ติด ต่อกับธนาคาร พรุ้งนี้ จะเข้าไปติดต่อกับสนง.ใหญ่ อีกที่ หวังว่าคงได้รับข่าวดี อีกนิด เดียว ก็จะ รีไฟแนนท์ ได้อยู่แล้ว หรือไม่ก็ปรับโครงสร้างหนี้ ไปเลย ส่งไปสักระยะ ค่อยประกาศขาย เอากำไรส่วนต่างมาทเริ่มลงทุน และเก็บเงิน และลงทุนต่อไป
( บางทีก็เหนือยจนท้อ ดั่งคำคมที่ว่า!!!!!)
#เป็นลูกจ้าง ยากกว่าเป็นนายตัวเอง#
# klaybenjamin :// studyinvestor #