ประสาอะไรกับชะตากรรมทักษิณ....แค่เห็นใบไม้ที่ยังเขียวอยู่ถูกปลิดทิ้งไป ก็สามารถสร้างความหวั่นไหวสะเทือนใจให้กับคนหลายคนได้ อะไรๆ ที่ถูกเด็ดหรือปลิดทิ้งไปในขณะที่ยังอยู่ในช่วง “ขาขึ้น” ผู้ที่พบเห็นหรือผู้ที่ร่วมเหตุการณ์ก็ย่อมสะเทือนโหยหาและอาวรณ์ต่อสิ่งที่ถูกตัดไปเป็นธรรมดา มาริลิน มอนโร จากไปในขณะที่วัยยังสาวและพริ้ง ทิ้ง “ความงาม” และ “เซ็กซี่" ไว้ให้บุรุษได้ชื่นชม อาวรณ์และหลงไหลตราบเท่าทุกวันนี้ อับราฮิม ลินคอล์นจากไปในขณะชาวเมกาปลื้มและชื่นชมผลงานของเขา เอลวิส เพรสลี่ย์, จอห์น เลนนอน จากไปในขณะที่คนจำนวนมากคลั่งไคล้ รวมไปถึงตัวอย่างอื่นๆ อีกมากมายของการ “จากไป” และ “ถูกทำให้จากไป” ในเวลาอันควร ย่อมมีคนโหยหาและคิดถึงเป็นธรรมดา การโหยหานี้นอกจากที่ตัวบุคคลแล้ว ยังรวมถึง“ผลงาน” ของพวกเขาอีกด้วย
เถอะ.! แม้บางคนจะแสร้งบอกใครต่อใครหรือนักข่าวว่าไม่รู้จักทักษิณหรือลืมชื่อๆ นี้ไปแล้ว หากแต่ความเจ็บปวดทุกครั้งที่ได้ยินชื่อนี้มันสามารถเล็ดลอดและถ่ายทอดออกมาทางสีหน้า แววตาและน้ำเสียงได้ดี เวลาล่วงเลยมาจนป่านนี้.....หากทุกอย่างถูกปล่อย “เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย” เหมือนใบไม้ที่ถูกปล่อยให้แห้งกรอบแล้วหล่นลงพื้นตามธรรมชาติ ผมไม่เชื่อว่าทักษิณจะยืนยงคงกระพันมาถึงจนป่านนี้ ชีวิตบนเส้นทางการเมืองของเขาอาจจะจบไปด้วยน้ำมือของเขาเอง หรือความคิดเร็วทำเร็ว หรือปากของเขาเอง ซึ่งตัวอย่างของนักการเมืองที่ตายด้วยน้ำมือของตัวเองมีให้เห็นดาษดื่น แต่เมื่อเขาถูก “กำจัด” ในขณะที่ผลงานของเขายังโดดเด่นและเป็นที่นิยมก็เท่ากับต่อลมหายใจบนเส้นทางการเมืองให้เขา แล้วย้อนกลับมาหลอนหลอกใครต่อใครให้ผวาเหมือนทุกวันนี้ การที่ทักษิณพึ่งโพสต์ลงในโซเชี่ยลไม่กี่บรรทัดก็สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้ระดับหนึ่ง แล้ววันหนึ่งหากเขาคิดจะ "เอาจริง" ขึ้นมาล่ะ? ซึ่งส่วนตัวแล้วก็ภาวนาว่าอย่าเลยบ้านเมืองบอบช้ำมามากพอแล้ว
ป่วยการที่จะพูดถึงอนาคตครับให้สะเทือนใจคนบางกลุ่มบางคนเปล่าๆ.....ว่าคนอย่างทักษิณจะถูกคนไทยรุ่นหลังกล่าวขานในลักษณะไหน ขนาดปัจจุบันนี้ยังเอาทักษิณไม่อยู่ ปัจจุบันที่เพรียบพร้อมไปด้วยทุกอย่างในการที่จะดิสเครดิตทักษิณหรือแม้กระทั่งฆ่าเขา พยายามครั้งแล้วครั้งเล่ากลับล้มเหลว และผลสะท้อนกลับจากประชาชนจำนวนมาก็ไม่คล้อยตาม เปล่าเลย....นี่ไม่ได้กำลังมองข้ามคนอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามทักษิณ เพียงแต่อยากจะบอกว่า....ตราบใดที่ประเทศไทยและทั่วโลกยังใช้ไม้บรรทัดที่ชื่อ “ประชาธิปไตย” เป็นมาตรวัดและครรลองในสังคมอยู่ทั้งในปัจจุบันและอนาคต มุมมองและสายตาของคนรุ่นหลังๆ ที่เมื่อย้อนกลับมามอง/วิเคราะห์เหตุการณ์ตรงนี้ก็ย่อมโน้มเอียงไปที่ทักษิณอย่างไม่ต้องสงสัย และนี่เป็นเพียงมุมมองหรือการนำไม้บรรทัดที่ชื่อประชาธิปไตยมาวางทาบเหตุการณ์ ยังไม่ต้องพูดถึงผลงานที่ทักษิณฝากทิ้งเอาไว้อีก
ภาษิตจีนบอกว่า “เดินหมากพลาดตาเดียว พ่ายทั้งกระดาน” นี่ยังพอทำเนา พ่ายแพ้แล้วก็ตั้งกระดานเล่นใหม่ได้.......แต่การล้มกระดานแล้วล้มกระดานอีกนี่สิ มันหนักกว่าการพ่ายครั้งแรก(เพราะเดินพลาด) ทำชาติป่นปี้

มาจนถึงวันนี้
ปล. เขียนอย่างเร่งรีบก่อนไปทำงาน ตกๆ หล่นๆ ขออภัย
….จะรักทักกี้น้อยๆ แต่ขอให้นานๆ หรือ จะรักตราบฟ้าดินสลาย ก็แล้วใครเล่ากำหนด??.../วัชรานนท์
เถอะ.! แม้บางคนจะแสร้งบอกใครต่อใครหรือนักข่าวว่าไม่รู้จักทักษิณหรือลืมชื่อๆ นี้ไปแล้ว หากแต่ความเจ็บปวดทุกครั้งที่ได้ยินชื่อนี้มันสามารถเล็ดลอดและถ่ายทอดออกมาทางสีหน้า แววตาและน้ำเสียงได้ดี เวลาล่วงเลยมาจนป่านนี้.....หากทุกอย่างถูกปล่อย “เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย” เหมือนใบไม้ที่ถูกปล่อยให้แห้งกรอบแล้วหล่นลงพื้นตามธรรมชาติ ผมไม่เชื่อว่าทักษิณจะยืนยงคงกระพันมาถึงจนป่านนี้ ชีวิตบนเส้นทางการเมืองของเขาอาจจะจบไปด้วยน้ำมือของเขาเอง หรือความคิดเร็วทำเร็ว หรือปากของเขาเอง ซึ่งตัวอย่างของนักการเมืองที่ตายด้วยน้ำมือของตัวเองมีให้เห็นดาษดื่น แต่เมื่อเขาถูก “กำจัด” ในขณะที่ผลงานของเขายังโดดเด่นและเป็นที่นิยมก็เท่ากับต่อลมหายใจบนเส้นทางการเมืองให้เขา แล้วย้อนกลับมาหลอนหลอกใครต่อใครให้ผวาเหมือนทุกวันนี้ การที่ทักษิณพึ่งโพสต์ลงในโซเชี่ยลไม่กี่บรรทัดก็สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้ระดับหนึ่ง แล้ววันหนึ่งหากเขาคิดจะ "เอาจริง" ขึ้นมาล่ะ? ซึ่งส่วนตัวแล้วก็ภาวนาว่าอย่าเลยบ้านเมืองบอบช้ำมามากพอแล้ว
ป่วยการที่จะพูดถึงอนาคตครับให้สะเทือนใจคนบางกลุ่มบางคนเปล่าๆ.....ว่าคนอย่างทักษิณจะถูกคนไทยรุ่นหลังกล่าวขานในลักษณะไหน ขนาดปัจจุบันนี้ยังเอาทักษิณไม่อยู่ ปัจจุบันที่เพรียบพร้อมไปด้วยทุกอย่างในการที่จะดิสเครดิตทักษิณหรือแม้กระทั่งฆ่าเขา พยายามครั้งแล้วครั้งเล่ากลับล้มเหลว และผลสะท้อนกลับจากประชาชนจำนวนมาก็ไม่คล้อยตาม เปล่าเลย....นี่ไม่ได้กำลังมองข้ามคนอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามทักษิณ เพียงแต่อยากจะบอกว่า....ตราบใดที่ประเทศไทยและทั่วโลกยังใช้ไม้บรรทัดที่ชื่อ “ประชาธิปไตย” เป็นมาตรวัดและครรลองในสังคมอยู่ทั้งในปัจจุบันและอนาคต มุมมองและสายตาของคนรุ่นหลังๆ ที่เมื่อย้อนกลับมามอง/วิเคราะห์เหตุการณ์ตรงนี้ก็ย่อมโน้มเอียงไปที่ทักษิณอย่างไม่ต้องสงสัย และนี่เป็นเพียงมุมมองหรือการนำไม้บรรทัดที่ชื่อประชาธิปไตยมาวางทาบเหตุการณ์ ยังไม่ต้องพูดถึงผลงานที่ทักษิณฝากทิ้งเอาไว้อีก
ภาษิตจีนบอกว่า “เดินหมากพลาดตาเดียว พ่ายทั้งกระดาน” นี่ยังพอทำเนา พ่ายแพ้แล้วก็ตั้งกระดานเล่นใหม่ได้.......แต่การล้มกระดานแล้วล้มกระดานอีกนี่สิ มันหนักกว่าการพ่ายครั้งแรก(เพราะเดินพลาด) ทำชาติป่นปี้
ปล. เขียนอย่างเร่งรีบก่อนไปทำงาน ตกๆ หล่นๆ ขออภัย