ช่วยแนะนำคะ จะต้องรับ-แก้ไขอย่างไร

กระทู้สนทนา
เนื่องจากอยากขอคำแนะนำคะ

พ่ออายุ 83 เกษียณอายุแล้ว ได้รับเงินบำนาญ   จนพ่อเกษียณพ่อก็ยังทำงานกับบ.เอกชนเล็กๆ กับตำแหน่งช่างรังวัด  ปัจจุบันพ่อน่าจะมีสติสัมปชัญญะที่ดี  เพราะอ่านออกเขียนได้  เพียงแค่อายุมากและการเดินก้าวไม่ค่อยถนัดใชัไม้เท้าค่อยๆ ก้าวไปตามทาง  พ่อไม่ชอบวัด พ่อไม่ชอบสวดมนต์ พ่อมีแต่ให้คนอื่นที่เดือดร้อนหรือหลอกว่าเดือดร้อน

นิสัยพ่อเป็นคนถ้าได้คุยจะคุยสนุก คุยเล่น เป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือคน (ลูกๆ มีบ้างซึ่งนับครั้ง ได้ตั้งแต่จำความจนปัจจุบัน แต่ไม่เคยมองพ่อไม่ดีเพราะทำงานเลี้ยงตัวเองกันได้)  พ่อรักญาติทุกคนที่พ่อมี   แต่กับลูกพ่อไม่ได้แสดงออก จำได้ว่าเคยเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนต้องเข้ารพ. เกือบเดือนได้เห็นหน้าพ่อแว๊บเดียว ที่มีคนไปตามพ่อกลับมาจากตจว.

อยู่บ้านพ่อมักดูดีวีและสั่งซื้อของทางทีวีโฆษณาซึ่งมีหรือไม่มีประโยชน์ก็ไม่อาจตอบได้  แต่การสั่งจากโฆษณาชวนเชื่อก็ครั้งละหลักพันขึ้น ทุกครั้ง บางทีกลับบ้านมาพ่อจะบอกว่า หาเงินให้พ่อ ...พันนะ พ่อสั่ง นั่น นี่ โน่นไว้ (ตกใจมาก) พ่อไม่คิดวางแผนการเงินบ้างเลยรึ หรือประมาณตนว่ามีศักยภาพที่จะจ่ายได้เท่าไร หรือลูกมีเงินพอเหลือจากคชจ.ประจำ กินอยู่ให้พ่อซื้ออะไรไม่จำเป็นไหม (ซึ่งลูกๆ มองว่าอยู่พอเพียงมีอยู่มีกินไม่ร่ำรวยเงินเหลือหรืออดอยาก)  แต่ก็หาให้และเจียดเงินมาให้พ่อเพื่อให้พ่อได้ตามพ่ออยากได้

ตลอดเวลาเล็กจนโตความสัมพันธ์ ไม่เคยอยู่กับพ่อแต่ติดต่อพ่อตลอดและไปหาเวลาพ่ออยู่ที่จังหวัดไหน  ไม่ขาดการติดต่อ  ปี 2558 ได้ข่าวว่าพ่อเป็นลิ่มเลือดในสมองอุดตัน เคยล้มและมีออาการปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง แต่ส่ง รพ.ทัน ทำให้พ่อเดินได้ปกติใช้ไม้เท้า  ยังเขียนแผนที่ได้  อ่านหนังสือได้ ความจำน่าจะดีไม่แย่(แต่ตรงนี้ไม่แน่ใจคะว่า จะมีส่วนอัลไซเมอร์หรือไม่)  และพ่ออยู่คนเดียวจึงได้ไปหาที่ ตจว. ทุกเสาร์-อาทิตย์

หลังจากที่รู้สึกว่าการเดินทางมันแย่ไกล รถเข้าหมู่บ้านไม่ค่อยมี รถจะออกเวลากลับบ้านตจว  เพื่อเข้ามาขึ้นรถที่บขส.ก็ไม่รู้จะมีหรือไม่ จึงขอให้พ่อกลับมาอยู่ด้วยกันที่เราจะได้ดูแล ซึ่งถามหลายครั้งกว่าพ่อจะยอมมา แต่ไม่กลับมาอยู่บ้านเลยทีเดียว กลับไปอยู่บ้านคุณอาที่ปากช่อง (ตรงนี้ก็ทำให้คิดว่ามีอะไรกับที่บ้านหรือไม่ในอดีตถึงไม่ยอมกลับมา หรือเหตุผลอื่นใด หาคำตอบยังไม่ได้)  พ่อมาอยู่บ้านคุณอา(ซึ่งคุณอาก็ยินดีต้อนรับและให้อยู่ พร้อมดูแลตามสภาพ) มิย.59   

อยู่บ้านคุณอาเราก็เกรงใจจึงพยายามร้องขอให้กลับบ้าน พ่อก็ยังไม่กลับบอกแต่ว่าจะกลับเดี๋ยวกลับเอง ก็เลยปล่อยให้เวลาผ่าน  (ระหว่างที่อยู่ปากช่องก็มักโอนเงินบำนาญไปให้คนอื่น....(ที่เราไม่รู้ และแอบออกไปขึ้นรถกลับไปที่สุดท้ายที่เคยอยู่)  จนกระทั่ง กย.59 พ่อขอกลับมาอยู่บ้าน ทำให้จัดห้องหับ สถานที่ให้พ่อใหม่ (ตอนนั้นทุกคนแปลกใจอย่างมากว่า ทำไมจู่ๆ จะกลับมาบ้าน อย่างพร้อมเพียงกัน แน่นอนเราก็สงสัยที่ร้องขอเท่าไรก็ไม่ยอมมามันต้องมีนัยสำคัญอะไรแน่ๆ)  และมันก็จริง พ่อกลับมาอยู่บ้านพ่อก็ออกไปนอกบ้าน

ที่บ้านอยู่ในตัวเมือง ใกล้ตลาด มีคนดูแล ตัวเรา (ทำงานประจำ day time)  พี่ที่อาศัยที่บ้านด้วยกัน ทำงานโรงงานเข้ากะ แต่ละสัปดาห์อาจแล้วแต่ว่ากะไหน  (ซึ่งพี่เขานั้น พ่อรับมาเลี้ยงแต่เด็กๆ หลายสิบปีจาก ตจว.ที่พ่อเคยทำงานซึ่งตอนนี้เขากับสามีก็อาศัยอยู่ด้วยที่บ้าน)  คอยดูแลหาข้าวปลาอาหาร ซื้อทีวี ติดจานทีวี ในห้องส่วนตัวให้

เช้า 5.00-7.00 พ่อจะทานข้าวเช้าซึ่งเราคนทำงานที่ทำให้ได้ตอนเช้าจะเป็นโจ้ก และข้าวต้ม หรือตามที่พ่อขอ
เที่ยง   จะมีอาหารตอนเช้าไว้ หรือเดินซื้อหน้าปากซอยได้  หรือโทรให้มอไซด์รับจ้างซื้อให้
เย็น     แล้วแต่ว่าใครจะกลับก่อนเพื่อมาหาข้าวให้ทาน ประมาณ 17.30-18.30 ระหว่างนั้น (แต่ถ้าไม่ทันกันสักคนจะโทรให้คนรู้จักซื้อและเอามาให้ก่อน)

ตลอดเวลาที่ผ่านมา  ตั้งแต่พ่อออกมาบ้านอา 3 เดือน จนกระทั่งกลับมาบ้าน 1 ปี   ในระหว่างนี้พ่อทำอะไรไม่เคยบอก แม้เรื่องเงิน ซึ่งเราและพี่ๆที่บ้านไม่ได้ยุ่งกับเงินบำนาญหรือเงินส่วนตัว  /พ่อจะโกหกเกือบทุกเรื่องที่ถาม

พ่อมักทำเรื่องกู้เงินกู้บำนาญ และเงินสหกรณ์ราชการ บ่อยๆ โดยไม่เคยบอกให้คนในบ้านทราบ  และแต่ละครั้งกู้เงินมาจนหมดวงเงินที่สามารถกู้ได้  โดยเขียนเหตุผลว่ากู้ซ่อมแซมบ้าน (ซึ่งไม่ได้ให้ทางบ้านและไม่เคยเห็นเงินจำนวนดังกล่าวแต่ละครั้งที่พ่อดำเนินการ) คนในบ้านค่อนข้างสงสัยว่าก็มาทำไมเอาไปใช้อะไร ลงทุนอะไรรึ...  หรือเอามาเก็บไว้..... หรือฯฯฯฯฯฯ คิดไม่ออกเพราะที่บ้านพ่อแทบไม่ได้ใช้เงินสักบาท  ถ้าเก็บเงินบำนาญพ่อคงมีเยอะแล้วไม่ต้องกู้เงิน  

วันปกติ ถามพ่อทุกวันว่าวันนี้จะไปไหนไหม จะทำอะไร อยากให้พาไปไหนหรือไม่  พ่อจะปฏิเสธ อาจเป็นเพราะเห็นพวกเราทำงาน แต่พอพวกเราออกทำงานพ่อก็จะเดินช้าๆ ถือไม้เท้าไปใส่ชุดออกนอกบ้าน บางทีก็ไปทั้งเสื้อและกางเกงขาสั้น  (โดยไม่รู้ไปไหนพ่อไม่เคยบอก) พวกเราไม่มีใครรู้นอกจากเวลากลับบ้านคนแถวบ้านบอกให้ทราบ

บางทีพ่อก็กลับไปบ้านเกิด ซึ่งที่บ้านเกิดไม่มีที่อยู่ไม่มีญาติที่จะอาศัยด้วยได้ ปัจจุบันหลานๆ ต่างก็มีครอบครัวมีความเป็นอยู่ต่างกันออกไป  พ่อ... ไปยังไง รึ  พ่อก็นั่งรถมอเตอร์ไซด์ปากซอย ออกไปบขส. นั่งรถตู้บขส.ต่อไป เอาเป็นว่าพ่อไปถึงละกันที่บ้านเกิด บางทีก็ไม่กลับบ้านวันสองวัน แต่ยังพอโทรติดต่อได้  

พ่อมักมีโทรศัพท์เข้ามาบ่อยๆ ทุกวัน บางวันรับโทรศัพท์แล้วก็แอบออกไปนอกบ้าน บ้าง  ให้คนรู้จักพาซ้อนมอเตอร์ไซด์ออกไปส่งบ้าง ส่วนใหญ่ที่ได้รับทราบคือ ธ.(ที่มีบัญชีอยู่  ..........  ไปทำไม ) และที่ บขส. ไปตจว.??????  คนส่วนใหญ่ต่อว่าว่าปล่อยพ่อไปได้ยังไงคนแก่แล้ว ซึ่งตรงนี้ทำให้ทุกคนในบ้านปลงกับการกระทำ พ่อมักทำแบบนี้ เสมอ บางทีกลับบ้านมาไม่เหลือเงินสักบาท

ที่บ้านเริ่มยึดบัตร ATM และสมุดบัญชี(เงินบำนาญ)  พ่อกดไม่เป็นจะกดต้องให้คนอื่นกดให้  ซึ่งก่อนยึดก็พูดและขอดีๆ แกก็ให้  พอวันรุ่งขึ้นแกก็เดินถือไม้เท้าออกไปแจ้งความและไป ธ.เพื่อทำสมุดใหม่และบัตรใหม่ พอเรากลับมารู้ว่าพ่อทำใหม่เราก็ยึดอีก หลายๆครั้ง  พ่อก็จะไปทำใหม่แบบนี้เสมอ

ได้โทรปรึกษาตำรวจที่พ่อไปแจ้งความ และแสดงความประสงค์ว่า....................    ตร.บอกว่าพ่อมีสติ จะแจ้งว่าพ่อไม่มีสติไม่ได้  และเรื่องส่วนตัวครอบครัว โทรไปที่ธ. ที่พ่อมีบัญชี เขาก็ไม่ให้ความร่วมมือ (อาจเพระาได้ค่าธรรมเนียมการทำบัญชีและบัตรใหม่ก็เป็นได้)  ซึ่งก็แน่นอนใครจะมาเป็นเดือดเป็นร้อนกับครอบครัวคนอื่น  เมื่อพ่อทำแบบนี้หลายครั้งจึงเอ่ยปากว่า ถ้าทำอีกก็จะยึดอีก  พ่อแย้มปากสวนทันควัน ยึดอีกก็จะเอาไปทำใหม่อีก
ซึ่งทำให้เราดูเหมือนว่าพ่อเป็นอะไร  พ่อเอาเงินไปให้ใคร  พ่อมีอะไรในใจ  พ่อทำทำไม ทำไมพ่อไม่เห็นแก่ความสุขในครอบครัวบ้าง หรือพ่อเหงา หรือพ่อไม่อยากอยู่ หรือพ่อมีภาระพันธะอะไรกับใคร

เคยถามว่าพ่อเอาเงินไปให้คนนั้นคนนี้หรือ ทำไมไม่เก็บไว้และใช้จ่ายส่วนตัวเองให้มีกินมีใช้  (ซึ่งตรงนี้พ่อเอาเงินไปไหนหมดไม่รู้ แล้วพ่อก็ขอ พอให้ไปพ่อกลับเอาเงินที่เราให้ไปให้คนอื่น โอนไปให้คนอื่น(แอบเห็นสลิปหลายครั้งและทุกเดือนและซ่อนไว้  หลังจากพ่อได้รับโทรศัพท์แล้วก็มักออกบ้านหายไป)  มันทำให้เครียด และสับสนกับการกระทำ  ของพ่อ

1 ปีพอดีวันนี้ที่พ่อมาอยู่ด้วยกัน ทุกคนเต็มที่กับการดูแลพ่อให้สดวกสบายที่สุดเท่าที่หาให้ได้   และทำให้ได้

สามเดือนก่อน พ่อมีเงินในบัญชี 2 แสน (ซึ่งไม่รู้ว่าได้มาจากไหนถามก็ไม่บอก)  รู้เพราะวันนั้นซ่อมบ้านและเงินไม่พอช่างจึงเอ่ยปากขอยืมท่าน พ่อให้ ATM (ซึ่งเป็นคนละอันกับที่เงินบำนาญ) มากด กดมาสองหมื่น เงินเหลือในบัญชี  แสนแปด  ก็ตกใจ(เงินมาจากไหน)  และรีบเอาบัตรกับสลิปไปคืนพ่อ แต่ไม่ได้บอกใครว่าพ่อมีเงินในบัญชี เพราะพ่ออยู่บ้านคนเดียว  กลัวคนอื่นมารุมพ่อ

ในระหว่างนี้  พ่อก็มักทำประจำคือ พ่อมักทำหลับ หรือไม่ก็ทานข้าวเช้าแล้วดูทีวีเหมือนไม่ได้ไปไหน  พอทุกคนออกบ้านพ่อจะออกตาม ที่สำคัญพ่อจะพกสมุดบัญชีและบัตร ATM ติดตัวไปด้วย (ซึ่งยังเคยคิดพ่อมีบัตรแต่พ่อกดไม่เป็นต้องให้คนอื่นกดให้)  แล้วถ้าคนอื่นกดเงินไปหมดละจะป้องกันอย่างไร  บางทีพ่อก็บอกไปบ้านคุณอา แต่พอถามคุณอาๆ บอกพ่อไม่ได้มา   

จนกระทั่งวันนี้มาถึง  หลานพ่อโทรมาบอกว่าพ่อจะไปกู้เงินให้เขามาค้ำประกันให้ เขาเลยรีบบอก วินาทีนั้นตกใจมากมายและร้อนรน เพราะในบัญชีพ่อมีเงินแสนกว่าบาท จะกู้เงินมาทำอะไร กู้ทำไม ทำไมต้องให้คนอื่นค้ำ พ่อไม่มีกิจการธุรกิจอะไรที่ต้องไปใช้เงินขนาดนั้น ที่บ้านเองก็ไม่ได้รบกวนพ่อเลย ถ้ากู้เงินก็แสดงว่าเงินในบัญชีหมดแล้วสิ  

เมื่อกลับถึงบ้าน...จึงเอ่ยปากขอยืมเงินพ่อ "พ่อขอยืมเงินสามหมื่นสิคะ จะเอาไปซ่อมบ้าน"  พ่อสวนทันทีแต่ไม่มองหน้าว่า "มี่ที่ไหนกัน เงินไม่มี "
เราก็ถามว่าก็เมื่อเดือนก่อนยังมีเงินแสนกว่าบาท มันไปไหนหมด  ...  
พ่อ  นิ่งเงียบ และบอก เบาๆ ว่าไม่รู้ หายไปไหนหมด  

ก็ถามว่า เงินหลักแสนนี่นะ  หายไปทำไมไม่รู้ พ่อออกบ้านทุกวัน ถามจริงๆ พ่อไปทำอะไร มีอะไรก็บอกกันตรงๆ โตกันแล้ว ครั้งก่อนโดนฉกเงินจากกระเป๋า พันนึง  พ่อฟ้องคนทั้งบ้าน ฟ้องอาฟ้องหลาน  แต่นี่เงินก้อนแสนในบัญชี มันหายไปไหน  ขอสมุดบัญชก็ไม่ให้   แล้วยังจะไปกู้เงินมาให้คนอื่นไปค้ำ อีก   จะกู้เงินไปทำไม  83 แล้วนะเดินยังไม่ค่อยไหว  ที่บ้านก็ไม่ได้รบกวนให้เดือดร้อน (ทั้งๆที่บางทีลูกก็ไม่มีแต่ไม่รบกวนพ่อ ต้องนั่งทำใจอยู่นานและคิดว่าเงินหายไปไหนแค่ภายใน 1-2 เดือน  เอาไปให้คนนั้น.?????..หรือไม่ พ่อก็จะสวนกลับมา เอาไปให้เขาทำไม...แบบไม่พอใจ  จะว่าบาปก็บาป แต่ทุกคนเงียบมานานและปล่อยให้แกทำในสิ่งที่แกอยากทำ แต่ไม่คิดว่ามันจะบานปลายขนาดนี้)  

หลังจากคืนนั้น  ตอนเช้าก่อนไปทำงานได้ถามพ่อว่า วันนี้จะไปไหนไหมด้วยสีหน้าและคำพูดปกติ (แต่ข่มไว้ด้วยความเจ็บปวด) พ่อไม่มองหน้าแต่ส่ายหัวว่าไม่  และเดินไปหน้าทีวีห้องโถง เหมือนทุกครั้ง  วั้นเดียวกัน ช่างมาซ่อมบ้านโทรบอกว่า "พี่ คุณตาไปแล้วให้ผมไปส่งบขส./ธนาคารฯ " เป็นอันว่าพ่อออกบ้านไปอีกแล้ว ซึ่งทุกคนก็ติดต่อแกแสดงความห่วงใยกับการเดินทาง และปล่อยแกให้แกทำที่อยากทำ"  ที่รู้มีสองสามที่ๆพ่อจะไป แต่ที่ไม่รู้(ไม่นับ)

ล่าสุดได้ตะล่อมถามว่าจำได้ไหมเงินในบัญชีแสนกว่าบาทพ่อเอาไปทำอะไร " พ่อยังบอกย้ำว่า ไม่รู้ จำไม่ได้"
ได้แอบเอาสมุดบัญชีพ่อมาและค้นหารหัสธ. และCode ต่างๆ ที่ขึ้นในบัญชี ในเล่มที่มีเหลือ
เงินได้ถูกกดจากบัตร ATM ในตู้ ATM ต่างสาขา ซึ่งมีที่ สาขาเปิดบัญชี / พิษณุโลก/ สมุทรปราการ / กบินทร์บุรี / แต่ละยอดกดหลักหมื่น ทำให้มึนงงว่าพ่อไปตจว.ตั้งแต่เมื่อไร ไปยังไง พ่อคิดอะไร ใครกดเงินให้  

ตอนนี้ทุกคนได้แต่ปลงกับสิ่งที่เกิด อะไรจะเกิดก็เกิด ทุกวันนี้อยู่ด้วยความเป็นห่วง ทุกคนทำงานอย่างไม่มีความสุข กลัวว่าวันใดจะมีโทรศัพท์ จากปลายทาง..เกี่ยวกับพ่อ

สิ่งที่คิดตอนนี้คือ ....
-  จะมีวิธีใด หรือปรับปรุงอะไรที่ทำให้พ่อดีขึ้นกว่าเดิมในแง่มุม ของการใข้ชีวิตที่บ้านกับพ่อ ได้บ้าง
- ไม่รู้พ่อเป็นอัลไซเมอร์หรือไม่ แต่พ่อก็อ่านออกเขียนได้โทรหาคนนั้นคนนี้ได้ ดูทีวีรู้เรื่อง แถมยังสั่งซื้อของทางทีวีไดเร็ค ซึ่งโฆษณาชวนเชื่อมากมายจากผู้มี  ไปไหนกลับบ้านถูก โทรไปรับสายรู้ว่าใคร พ่อหาหมอตามปกติ เพียงแต่ไม่ค่อยทานยาคุณหมอ แต่จะทานอาหารเสริม ที่สั่งจากทีวีเท่านั้น
- เคยคิดจะเปลี่ยนซิมมือถือพ่อ แต่ก็เกรงว่าคนที่พ่อรู้จักจะติดต่อไม่ได้ หรือลบเบอร์คนที่เกาะแกะพ่อออก แต่ก็ไม่อยากหักหาญน้ำใจพ่อ ควรเปลี่ยนไหมคะ
- จะยึดบัตร ATM ไว้ก็ให้เกียรติพ่อกลัวพ่อจะเสียใจหาว่าลูกจะเอาเงินพ่อ และเกรงพ่อจะเดินไปทำใหม่ที่หน่วยงานอีกเหมือนที่ผ่านมา
- จะมี อะไรเป็นตัวช่วยให้พ่อได้ดูทีวีแต่ช่องหลักๆ  ที่ไม่มีโฆษณาชวนเชื่อขายตรง  หรือให้น้อยที่สุดเพราะไม่มีเงินจะจ่ายชำระค่าสินค้าเหล่านั้นให้พ่อมันแพงเหลือเกิน  
- อยากขอคำแนะนำ ในการใช้ชีวิตต่อไปคะว่าควรทำอย่างไรต่อไป

ไม่ทราบว่าออกสื่อแบบนี้จะควรหรือไม่ควร แต่ไม่รู้จะหันไปทางไหนคะ (แม่เคยบอกว่าความในอย่าออกความนอกอย่าเข้า) คงย่อได้เท่านี้เพราะรายละเอียดมากมายเหลือเกิน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่