ขอเล่าจากประสบการณ์จริง และขอความเห็น ที่ได้ซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัยเอง กับ บ. ตา(ใหญ่มาก)
1. คุณคิดว่าหลังจากโอนแล้ว ลูกค้าเป็นหนี้กับธนาคารแล้ว ค่าส่วนกลาง ...ฯลฯ จ่ายครบหมดแล้ว โครงการ ควรจะทำการแก้ไขปรับปรุงห้องให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาสักเท่าไร คะ
2. การซื้อห้องใหม่จากโครงการ ลูกค้าควรได้รับของใหม่ ใช่ไหมคะ ไม่ใช่ของขอเปลี่ยนจากห้องอื่นๆ มายำรวมกันที่ห้องโอนหลังสุด ถ้าเป็นอย่างนี้จะรู้สึกอย่างไร (ต้องขอเปลี่ยนแน่นอน แต่สิ่งที่ได้...)
3. การตรวจรับห้องที่ไม่ผ่านเสียที เกิดจากเจ้าหน้าที่ที่ขาดความเอาใจใส่ ความจริงใจที่จะแก้ปัญหาให้ลูกค้า ไม่แก้ปัญหาบ้าง แก้ไม่เบ็ดเสร็จบ้าง จึงไม่เกิดประสิทธิผล สักที แถมยังเกิดปัญหาใหม่ๆเพิ่มขึ้นมา แล้วกล่าวหาว่าลูกค้าเพิ่มข้อ defect ตรวจละเอียดเกินไปบ้าง เรื่องมากเกินลูกค้าเจ้าอื่นบ้าง ถ้ามาเจออย่างนี้คงต้องตรวจใหม่ 100% และมักจะยึดเวลา ใจเย็นมาก (แต่ลูกค้าจะแย่แล้ว ลูกค้าต้องเป็นฝ่ายติดตามตลอดเวลา )
4. ที่ร้ายแรงเกินจะทน คือการโกหกหลอกลวงลูกค้า การไม่เปลี่ยนของที่ชำรุด โดยทาสีทับ ปิดบังซ่อนเร้น หมกปัญหา กระเบื้องเป็นโพรง เมื่อลูกค้าจับได้ ก็ได้แค่ขอโทษ หรือถ้าจะให้เปลี่ยน/แก้ไข จะต้องใช้เวลารอของใหม่เป็นเดือน รู้ว่าลูกค้าเดือดร้อนจากเวลาที่ยืดออกไป ทำให้ต้องจำยอมรับของเสีย/ของเก่า หลายๆอย่าง อย่างนี้จะหาว่าลูกค้าเรื่องมากอีกเหรอ ยอมจนไม่รู้จะยอมอย่างไรแล้ว และจะหลีกเลี่ยงการคุมงานของลูกค้าทุกวิถีทาง ถึงขั้นโทรโกหกตอนเช้าว่าเลื่อนการทำงานเพื่อไม่ให้ลูกค้าที่เตรียมลางานมาคุมหรือดูแลการทำงานด้วยตัวเอง แล้วโทรบอกตอนเย็นว่างานเสร็จแล้ว ถ้าคุณเจออย่างนี้ จะรู้สึกอย่างไร คุณจะไว้ใจกับการเข้าอยู่ของคุณได้อย่างไร แล้วที่ไม่ให้เข้ามาดูการทำงานเนี่ยเพราะอะไร
5. เจ้าหน้าที่ทำงานตรงนี้ งานและเวลาประจำวันอยู่ตรงนี้ แต่ลูกค้าไม่ใช่ มีงานประจำ หน้าที่รับผิดชอบหลักประจำวันไม่ใข่ตรงนี้ เค้ายอมสละ ฝ่าฟันปัญหาเพื่อมาอยู่ตรงนี้ตามที่ตกลงกัน แต่พวกคุณ.. ทำอย่างนี้ มันแย่มาก แล้วจะให้ไว้ใจการทำงาน ข้าวของต่างๆ ของลูกค้า การเข้าอยู่ในที่ของคุณได้อย่างไร มันไม่เหลือความไว้วางใจในชื่อ . . . นี้ อีกแล้ว
ชวนคิด ซื้อคอนโด ต้องระวัง !!
1. คุณคิดว่าหลังจากโอนแล้ว ลูกค้าเป็นหนี้กับธนาคารแล้ว ค่าส่วนกลาง ...ฯลฯ จ่ายครบหมดแล้ว โครงการ ควรจะทำการแก้ไขปรับปรุงห้องให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาสักเท่าไร คะ
2. การซื้อห้องใหม่จากโครงการ ลูกค้าควรได้รับของใหม่ ใช่ไหมคะ ไม่ใช่ของขอเปลี่ยนจากห้องอื่นๆ มายำรวมกันที่ห้องโอนหลังสุด ถ้าเป็นอย่างนี้จะรู้สึกอย่างไร (ต้องขอเปลี่ยนแน่นอน แต่สิ่งที่ได้...)
3. การตรวจรับห้องที่ไม่ผ่านเสียที เกิดจากเจ้าหน้าที่ที่ขาดความเอาใจใส่ ความจริงใจที่จะแก้ปัญหาให้ลูกค้า ไม่แก้ปัญหาบ้าง แก้ไม่เบ็ดเสร็จบ้าง จึงไม่เกิดประสิทธิผล สักที แถมยังเกิดปัญหาใหม่ๆเพิ่มขึ้นมา แล้วกล่าวหาว่าลูกค้าเพิ่มข้อ defect ตรวจละเอียดเกินไปบ้าง เรื่องมากเกินลูกค้าเจ้าอื่นบ้าง ถ้ามาเจออย่างนี้คงต้องตรวจใหม่ 100% และมักจะยึดเวลา ใจเย็นมาก (แต่ลูกค้าจะแย่แล้ว ลูกค้าต้องเป็นฝ่ายติดตามตลอดเวลา )
4. ที่ร้ายแรงเกินจะทน คือการโกหกหลอกลวงลูกค้า การไม่เปลี่ยนของที่ชำรุด โดยทาสีทับ ปิดบังซ่อนเร้น หมกปัญหา กระเบื้องเป็นโพรง เมื่อลูกค้าจับได้ ก็ได้แค่ขอโทษ หรือถ้าจะให้เปลี่ยน/แก้ไข จะต้องใช้เวลารอของใหม่เป็นเดือน รู้ว่าลูกค้าเดือดร้อนจากเวลาที่ยืดออกไป ทำให้ต้องจำยอมรับของเสีย/ของเก่า หลายๆอย่าง อย่างนี้จะหาว่าลูกค้าเรื่องมากอีกเหรอ ยอมจนไม่รู้จะยอมอย่างไรแล้ว และจะหลีกเลี่ยงการคุมงานของลูกค้าทุกวิถีทาง ถึงขั้นโทรโกหกตอนเช้าว่าเลื่อนการทำงานเพื่อไม่ให้ลูกค้าที่เตรียมลางานมาคุมหรือดูแลการทำงานด้วยตัวเอง แล้วโทรบอกตอนเย็นว่างานเสร็จแล้ว ถ้าคุณเจออย่างนี้ จะรู้สึกอย่างไร คุณจะไว้ใจกับการเข้าอยู่ของคุณได้อย่างไร แล้วที่ไม่ให้เข้ามาดูการทำงานเนี่ยเพราะอะไร
5. เจ้าหน้าที่ทำงานตรงนี้ งานและเวลาประจำวันอยู่ตรงนี้ แต่ลูกค้าไม่ใช่ มีงานประจำ หน้าที่รับผิดชอบหลักประจำวันไม่ใข่ตรงนี้ เค้ายอมสละ ฝ่าฟันปัญหาเพื่อมาอยู่ตรงนี้ตามที่ตกลงกัน แต่พวกคุณ.. ทำอย่างนี้ มันแย่มาก แล้วจะให้ไว้ใจการทำงาน ข้าวของต่างๆ ของลูกค้า การเข้าอยู่ในที่ของคุณได้อย่างไร มันไม่เหลือความไว้วางใจในชื่อ . . . นี้ อีกแล้ว