เจ้าที่.......สายบันเทิง(ที่น่ารัก)

เจ้าที่..........สายบันเทิง(ที่น่ารัก)

สวัสดีค่ะ เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ตรงแบบน่ารักด้วยรักจากเจ้าที่ ที่อยากเอามาแบ่งปันกันพอให้ทุกท่านได้หันกลับมามองกันเล่นๆ ว่า “เจ้าที่ที่บ้านของแต่ละคนมีความบันเทิงกันขนาดไหน” จะบันเทิงหลอน บันเทิงฮา บันเทิงใบ้หวย หรือบันเทิงแบบอินดี้ ก็ลองหันไปสำรวจกันดู ไม่แน่อาจจะพบความบันเทิงสุดขีดยิ่งกว่าเรา อิๆๆๆ

ขอออกตัวก่อนว่าตัวเราเป็นคนธรรมดาสุดๆ ไม่ใช่สายมีความสามารถพิเศษอะไร แต่มักจะได้รับการทักทายน่ารักบ้างแบบหอมปากหอมคอ แต่เราเป็นคนกลัวผีพอสมควรนะ แต่ที่จะเล่าต่อไปนี้อาจจะงงๆ ว่านี่กลัวแล้วเหรอ 5555


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เรื่องแรก....ห้องเจ้าปัญหากับเก้าอี้ที่หายไป

ย้อนไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ตอนเราย้ายบ้านมาอยู่บ้านหลังปัจจุบันใหม่ๆ บ้านเรามีห้องนอนชั้นบอนสี่ห้องนอน
แบ่งเป็นด้านหน้าสองด้านหลังสองมีระเบียงสามห้องนอน แต่อีกหนึ่งห้องนอนไม่มี

ตอนช่วงที่กำลังย้ายของเข้าบ้านทุกๆ อาทิตย์ ไปพร้อมกับจ้างช่างมาบิวส์อินตู้เสื้อผ้า
โดยจ้างช่างที่รู้จักกันให้มาจัดการให้ ซึ่งช่างจะเข้าในช่วงกลางอาทิตย์ เช่น อ. พ. พฤ.
ส่วนเรากับครอบครัวจะเข้ามาตรวจงานทุกๆ วันเสาร์หรือไม่ก็อาทิตย์ ทีนี้ในบ้านจะมีเก้าอี้ไม้ตัวสูงๆ ตัวหนึ่ง
ที่แม่เราขนไปไว้ที่บ้านก่อนเพื่อใช้ในการหยิบของที่สูงสะดวกๆ แล้วช่างก็ดันเอาเก้าอี้ตัวนั้นไปใช้บนห้องนอนบนชั้นสอง....

พอวันอาทิตย์ครอบครัวเราไปตรวจงาน แม่เดินหาเก้าอี้ทั่วบ้าน แต่ไม่ได้บอกว่าหาอะไร
เราก็ไม่ได้ถามเพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับการจัดของเข้าห้องตัวเอง พอจัดของเสร็จก็กลับบ้านหลังเก่า แต่แม่โวยวายว่า

แม่ : “ช่างเอาเก้าอี้ไปไว้ไหน เดี๋ยวต้องไปถามเสียแล้ว! เอาไปใช้อะไรไม่บอก”
เรา : “เก้าอี้อะไรแม่”
แม่ : “ก็เก้าอี้ไม้ตัวสูงๆ ที่ไว้ปีนหยิบของไง”
เรา : “มันก็อยู่ในห้องข้างหน้าไงแม่”

ที่เราบอกแบบนั้น เพราะตอนเราลงมาจากชั้นบน ประตูห้องห้องนั้นมันเปิดอยู่และเราเห็นเก้าอี้ตัวนั้นมันอยู่ในห้อง
ตรงเกือบๆ กลางห้อง แต่พี่ของเราที่กำลังขับรถอยู่สวนทันที

พี่ : “ไม่มี ห้องนั้นไม่มีเก้าอี้สักตัว”
เรา : “มี ก็เห็นอยู่”

แม่กับพี่พร้อมใจกับพูดพร้อมกันว่าไม่มี สองคนสี่ตายืนยันขนาดนั้น จ้ะ เอาที่สบายใจเลยครับพี่น้อง
เราจะไปเถียงอะไรได้ แต่ยังหน้าด้านหน้าทนยืนยันนะ ว่าเราเห็นจริงๆ น๊า)))))))))

แล้วด้วยความคาใจของทั้งสองคนที่อยากรู้คำตอบว่าตกลงเก้าอี้อยู่ที่ไหน!!
วันจันทร์แม่กับพี่ขับรถกลับไปที่บ้านใหม่อีกครั้งก่อนที่ช่างจะเข้าวันอังคาร(วันนั้นเราไปเรียน)
เพื่อดูว่าเก้าอี้อยู่ในห้องนั้นจริงๆ หรือไม่ เพราะคนถือกุญแจมีแค่ช่างกับแม่เท่านั้น ดังนั้นก่อนวันอังคาร ช่างจะยังไม่เข้ามา
ถ้าเก้าอี้มีอยู่จริง จะต้องปรากฏให้เห็น! (เก้าอี้น่ะมันไม่ได้มีอะไรหรอก แต่ที่มีน่าจะอย่างอื่น)

ผลปรากฏว่า...... เก้าอี้อยู่ในห้องนั้นและอยู่ตรงจุดที่เราบอกเป๊ะ!
แม่กับพี่เรา เล่าให้ฟังว่าตอนเห็นเก้าอี้แล้วก็ได้แต่ปิดประตูห้องแล้วเดินลงมาเงียบๆ ที่เหลือก็เอาที่สบายใจกันเลยครับคุณเจ้าที่!



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เรื่องที่สอง.... เมื่อไหร่จะทำบุญ!


เราเป็นคนที่นอนคนเดียวมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่ค่อยกลัวอะไร แล้วก็ด้วยความที่ไม่ค่อยกลัวก็เลยไม่ค่อยใส่ใจกับอะไรๆ นัก
แต่พอหลังจากย้ายข้าวของเข้าบ้านเสร็จเรียบร้อยและเริ่มเข้ามาอยู่อย่างจริงจัง โดยอาทิตย์แรกๆ ที่เข้ามาอยู่นั้นก็ได้เรื่องทันที

ในคืนที่3 ของการนอนในบ้านหลังนี้ แต่ขอนับเป็นคืนแรกของปรากฏการณ์ปาหิน

เรากำลังนอนอยู่ในห้องนอนหลับสนิทเลยแหละ แต่เราเป็นคนหูไวนอนไวได้ยินเสียงอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็ตื่นแล้ว
ทีนี้ระเบียงห้องนอนมันเป็นประตูกระจกตลอดทั้งแนว เราเข้านอนตั้งแต่สี่ทุ่มตามปกติ
แล้วก็ได้ยินเสียงเหมือนคนเอาหินปาประตูกระจกดัง แก๊ก แก๊ก แก๊ก โดยการปาจะเว้นช่วงห่างกันสักเล็กน้อย
เราได้ยินแก๊กที่ 3 เราก็ตื่นมองไปทางประตูกระจกที่มันอยู่ตรงด้านขวามือของเตียงของเรา เสียงนั้นก็หายไป
เรามองนาฬิกาตรงหัวเตียง มันบอกว่าเวลา เที่ยงคืนตรง! แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรแต่ก็แปลกใจอยู่นะว่า
เสียงมันเกิดจากอะไร แต่ก็นอนต่อ(ยังมีหน้านอนได้อี๊กกกกก)

พอคืนที่4 ของการนอนในบ้านหลังนี้ แต่ขอนับเป็นคืนที่ 2 ของปรากฏการณ์ปาหิน

เสียงปาหินโดนกระจก แก๊ก แก๊ก แก๊ก ก็ดังขึ้นอีก เราก็ตื่นอีกแล้วก็มองไปทางประตูระเบียงก่อนจะมองที่นาฬิกาหัวเตียง
มันบอกเวลาเที่ยงคืนตรงเหมือนเดิมอีก เอาละพี่น้อง! คราวนี้เริ่มกลัวแล้ว นอนคนเดียวมาทั้งชีวิต
งานจะเข้าวันนี้แล้วเหรอ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่เชื่อ ไม่ใช่ มันต้องไม่ใช่แน่ๆ ทำไงดี อ่ะ หลับต่อ แต่งวดนี้เริ่มคลุมโปง สติเริ่มลงไปกองตาตุ่ม!

และแล้วก็มาถึงคืนที่ 3ของการปาหิน!
เสียงนั่นก็เกิดขึ้นอีก แก๊ก แก๊ก แก๊ก แก๊ก.... เรารู้สึกตัวตื่นแล้วแต่เรายังไม่ยอมลืมตา คือมันกลัวแล้วไง
เสียงนั่นก็ยังไม่หยุด ยังปาต่อไป แก๊ก แก๊ก แก๊ก...... จนเราทนไม่ไหวยอมลืมตาแล้วหันขวับไปมอง เสียงก็หายไป
แล้วก็มองไปที่นาฬิกา ก็พบว่ามันเป็นตอนเที่ยงคืนอีกแล้ว!!!

โอ้ว แม่เจ้า พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย ท่าทางงานจะงอกของจริงแล้ว แต่ทำไงได้เที่ยงคืน ก็นอนคลุมโปงไปสิ
แล้วเช้าค่อยว่ากันอีกที แต่เรายังไม่ยอมบอกกับคนอื่นๆ ในบ้านนะว่าเจออะไร กลัวเขาว่าเราคิดไปเอง

แล้วในคืนต่อไป เราก็ยังเจอเสียงนี้อีก จนกระทั่งในคืนที่ 5 จากความกลัวกลายเป็นมนุษย์ขวางโลกขวางทุกอย่าง
เพราะว่าเราอยากจะนอนให้เต็มอิ่มแต่ดันก่อกวนด้วยเสียงปาหิน เราก็ตื่นขึ้นมาแล้วเปรยบอกออกมาว่า
“เออ รู้แล้ว ตื่นแล้วไม่ต้องปา!”
เสียงปากระจกก็หายไป เราก็คลุมโปงหลับต่อ

พอมาคืนที่ 6 ก็ปาอีก เราก็ตื่นอีกเที่ยงคืนอีกเหมือนเดิม

คราวนี้เริ่มได้คำตอบแล้วว่าเหนือธรรมชาติของจริง เราเลยตะโกนออกไปว่า  

“รอก่อนนะเดี๋ยวจะทำบุญบ้าน น่าจะสักเดือนหน้า ตอนนี้อะไรๆ ยังไม่เสร็จ เดี๋ยวทำให้”

ก็ไม่น่าเชื่อว่า คืนต่อไปเสียงที่เคยได้ยินทุกๆ เที่ยงคืนมาตลอดกลับหายไป
หลังจากนั้นหนึ่งเดือนต่อมาบ้านเราก็ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ก็ไม่มีเสียงนี้มาให้ได้ยินอีกเลย.......
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่