เมื่อไม่กี่เดือนมานี้...รัฐบาลอังกฤษประกาศขีดเส้นตายให้กับ รถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลและเบนซินว่าสิ้นปี 2040 หรืออีกเพียงแค่ยี่สิบกว่าปีข้างหน้ารถยนประเภทใช้น้ำมันจะหมดไปจากประเทศอังกฤษ โดยทั่วประเทศจะหันมาใช้รถยนต์ใช้พลังงานแบตเตอร์รี่......เพราะต้องการลดมลภาวะเป็นพิษก่อนที่จะสาย พลันที่รัฐบาลประกาศนโยบายไว้ตรงนี้ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี แถมยังมีประชากรบางกลุ่มตำหนิรัฐบาลว่าน่าจะประกาศตั้งนานแล้ว มาประกาศตอนนี้สายไปหรือเปล่า?? เสียงคัดค้านก็มีบ้างประปราย...ส่วนใหญ่จะเป็นคนขับแท็กซี่ ส่วนเจ้าของปั๊มน้ำมันยังไม่มีใครออกมาโวยวาย มีนักข่าวไปสัมภาษณ์ปั๊มน้ำมันบางราย เขาบอกว่า...ดีแล้วจะได้ลดมลพิษเป็นและธรรมชาติจะได้ฟื้นตัวเราขึ้น
———————————————————————
เงินภาษีประชากรอังกฤษส่วนหนึ่งไปไหน??
เห็นบางคนในที่นี้บ่นๆ ว่าเฮ้ยเงินที่เอาไปจำนำข้าวช่วยชาวนานั่นเงินภาษีนะเฟร้ย, ได้ไงๆ?? เมื่อเร็วๆ นี้...ผมเองก็พึ่งจะรู้ว่ารัฐบาลอังกฤษจัดงบช่วยเหลือประเทศโลกที่สามซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกาจำนวน 12 ล้านล้านปอนด์/ปี !! อันนี้เป็นข้อมูลที่เอามาจากข่าวหนังสือพิมพ์ที่นายบิล เกตส์ได้ขอร้องเทเรซ่า เมย์ว่าอย่าได้ตัดเงินช่วยเหลือตรงนี้ไปเลย ซึ่งตอนนี้อังกฤษก็ยังไม่ได้ตัดนะ แต่เงินมากมายขนาดนั้นเป็นเงินภาษีคนอังกฤษล้วนๆ คนที่ได้รับอานิสงส์กลับไม่ใช่คนอังกฤษ
รัฐบาลอังกฤษจะจัดงบประมาณจ้าง “ล่าม” ไว้ปีหนึ่งๆ เหยียบพันล้าน คืออังกฤษมีชาวต่างชาติมากมายและไม่ใช่จะพูดภาษาอังกฤษได้หมด เวลาจะไปหาหมอ ขึ้นโรงขึ้นศาล ขึ้นโรงพัก ฯลฯ ก็ต้องจ้างล่ามมาแปลมาสื่อสาร เป็นงบประมาณที่สิ้นไปกับตรงนี้จำนวนไม่น้อยซึ่งทีเดียวต่อปี ผมเองก็เคยเป็นล่ามขึ้นศาลให้กับพี่น้องจากฝั่งลาวมาแล้วได้ค่าเหนื่อยเป็นชั่วโมง (ต่อมารัฐบาลอังกฤษได้ออกกฏหมายสำหรับผู้ที่จะเป็นซิติเซ่นต้องพูดภาษาอังกฤษได้ระดับหนึ่ง เพื่อพยายามลดงบประมาณในการจ้างล่าม)
คนตกงาน! วัยรุ่นตั้งท้อง คนเหล่านี้ล้วนได้รับการดูแลจากรัฐบาล ถ้าตกงานก็ไปเคลมเงิน(Dole) ต่อสัปดาห์จนกว่าจะหางานได้ วัยรุ่นสาวที่ตั้งท้อง จะได้รับสิทธิ์พิเศษหลายกรณี เริ่มตั้งแค่ค่าเลี้ยงดูลูกอ่อน ค่าแพมเพอร์ รวมไปถึงการจัดสรรหาแฟลตให้อยู่ ยิ่งลูกมากก็ยิ่งจะได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มขึ้น บางครอบครัว(ชาวต่างชาติที่โอนสัญชาติ)ไม่ทำงานอะไรหรอกผลิตลูกออกมาห้าหกคนก็ได้รับเงินเลี้ยงดูจากรัฐและบ้าน อยู่ดีกินดีกว่าคนทำงานเสียอีก งบประมาณต่อปีตรงนี้เป็นล้านล้านปอนด์เช่นกัน
นี่ยังไม่พูดถึงบริการสุขภาพแห่งชาติ(NHS คล้ายๆ 30/โรค) คือการบริการด้านโรงพยาบาลฟรี ที่เป็นภาระอันหนักอึ้งของรัฐบาล คือระดมเงินเข้าไปส่วนนี้เท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ (จะเรียกว่าขาดทุนหรือทำให้ชาติเสียหายก็ได้)
ที่จริงคนอังกฤษที่ทำงานส่วนใหญ่ก็อึดอัดตรงนี้เหมือนกันเพราะทำงานขนาดไหนก็โดนเก็บภาษีอาน แต่เมื่อนั่นเป็นนโยบายเป็นการบริหารประเทศจากรัฐบาลที่ประชากรส่วนใหญ่เลือกให้เข้ามาบริหารประเทศก็ต้องทนหวานอมขมกลืน
นำมาเล่าสู่กันฟัง ก่อนเข้านอน.....
....เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย: ภาระรับผิดชอบรัฐบาลอังกฤษ และการคาดหวังของประชากร.../วัชรานนท์
———————————————————————
เงินภาษีประชากรอังกฤษส่วนหนึ่งไปไหน??
เห็นบางคนในที่นี้บ่นๆ ว่าเฮ้ยเงินที่เอาไปจำนำข้าวช่วยชาวนานั่นเงินภาษีนะเฟร้ย, ได้ไงๆ?? เมื่อเร็วๆ นี้...ผมเองก็พึ่งจะรู้ว่ารัฐบาลอังกฤษจัดงบช่วยเหลือประเทศโลกที่สามซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกาจำนวน 12 ล้านล้านปอนด์/ปี !! อันนี้เป็นข้อมูลที่เอามาจากข่าวหนังสือพิมพ์ที่นายบิล เกตส์ได้ขอร้องเทเรซ่า เมย์ว่าอย่าได้ตัดเงินช่วยเหลือตรงนี้ไปเลย ซึ่งตอนนี้อังกฤษก็ยังไม่ได้ตัดนะ แต่เงินมากมายขนาดนั้นเป็นเงินภาษีคนอังกฤษล้วนๆ คนที่ได้รับอานิสงส์กลับไม่ใช่คนอังกฤษ
รัฐบาลอังกฤษจะจัดงบประมาณจ้าง “ล่าม” ไว้ปีหนึ่งๆ เหยียบพันล้าน คืออังกฤษมีชาวต่างชาติมากมายและไม่ใช่จะพูดภาษาอังกฤษได้หมด เวลาจะไปหาหมอ ขึ้นโรงขึ้นศาล ขึ้นโรงพัก ฯลฯ ก็ต้องจ้างล่ามมาแปลมาสื่อสาร เป็นงบประมาณที่สิ้นไปกับตรงนี้จำนวนไม่น้อยซึ่งทีเดียวต่อปี ผมเองก็เคยเป็นล่ามขึ้นศาลให้กับพี่น้องจากฝั่งลาวมาแล้วได้ค่าเหนื่อยเป็นชั่วโมง (ต่อมารัฐบาลอังกฤษได้ออกกฏหมายสำหรับผู้ที่จะเป็นซิติเซ่นต้องพูดภาษาอังกฤษได้ระดับหนึ่ง เพื่อพยายามลดงบประมาณในการจ้างล่าม)
คนตกงาน! วัยรุ่นตั้งท้อง คนเหล่านี้ล้วนได้รับการดูแลจากรัฐบาล ถ้าตกงานก็ไปเคลมเงิน(Dole) ต่อสัปดาห์จนกว่าจะหางานได้ วัยรุ่นสาวที่ตั้งท้อง จะได้รับสิทธิ์พิเศษหลายกรณี เริ่มตั้งแค่ค่าเลี้ยงดูลูกอ่อน ค่าแพมเพอร์ รวมไปถึงการจัดสรรหาแฟลตให้อยู่ ยิ่งลูกมากก็ยิ่งจะได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มขึ้น บางครอบครัว(ชาวต่างชาติที่โอนสัญชาติ)ไม่ทำงานอะไรหรอกผลิตลูกออกมาห้าหกคนก็ได้รับเงินเลี้ยงดูจากรัฐและบ้าน อยู่ดีกินดีกว่าคนทำงานเสียอีก งบประมาณต่อปีตรงนี้เป็นล้านล้านปอนด์เช่นกัน
นี่ยังไม่พูดถึงบริการสุขภาพแห่งชาติ(NHS คล้ายๆ 30/โรค) คือการบริการด้านโรงพยาบาลฟรี ที่เป็นภาระอันหนักอึ้งของรัฐบาล คือระดมเงินเข้าไปส่วนนี้เท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ (จะเรียกว่าขาดทุนหรือทำให้ชาติเสียหายก็ได้)
ที่จริงคนอังกฤษที่ทำงานส่วนใหญ่ก็อึดอัดตรงนี้เหมือนกันเพราะทำงานขนาดไหนก็โดนเก็บภาษีอาน แต่เมื่อนั่นเป็นนโยบายเป็นการบริหารประเทศจากรัฐบาลที่ประชากรส่วนใหญ่เลือกให้เข้ามาบริหารประเทศก็ต้องทนหวานอมขมกลืน
นำมาเล่าสู่กันฟัง ก่อนเข้านอน.....