[มันคือความฟินปนเศร้าของคนที่แอบชอบ] ตั้งปณิธานว่าไม่ยุ่งกับคนมีเจ้าของแล้ว แต่ในเมื่อมันฟินจะห้ามใจได้ยังไง

สวัสดีค่ะทุกท่านที่เข้ามาอ่าน นี่เป็นการเขียนกระทู้ครั้งแรกเลยนะคะ เรื่องที่เรานำเสนอต่อไปนี้บางท่านอาจมองว่ามันเป็นเรื่องผิดศีลธรรมก็ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ แต่สำหรับเรามันคือความฟินแบบปนเศร้าที่อยากจะแชร์ให้ทุกท่านฟังค่ะ

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วนะคะเราเป็นเด็กจบใหม่ที่กำลังหางานทำค่ะ และจังหวะดีมากค่ะมีองค์กรเอกชนแห่งหนึ่งให้โอกาสเราไปสัมภาษณ์และเข้าทำงานค่ะ เราดีใจมากเลยตอนที่ได้งาน จนตอนนี้เราทำมาได้เกือบปีแล้วค่ะ ที่ทำงานนี้ส่วนใหญ่มีเด็กที่พึ่งจบใหม่มาทำเยอะ

เข้าเรื่องเลยนะคะ เราเริ่มทำงานมาได้พักนึงก็มีเพื่อนร่วมงานใหม่คนนึงเข้ามาทำงาน ตอนแรกเราได้ยินพี่ๆเค้าคุยกันว่าน้องคนนี้จบจากม.นี้นะ เรียนเก่งด้วยนู่นนี่นั่น เราก็เฉยๆรู้แต่ว่าจบมาจากมหา'ลัยเดียวกัน แคมปัสเดียวกัน เราก็อ่อดีๆเพื่อนร่วมสถาบันแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ จนกระทั่งวันที่เพื่อนใหม่เข้ามาทำงาน เราเจอตอนแรกนึกว่านางเป็นเกย์ค่ะ คือท่าทางนางสาวและดูแต่งตัวดีอะค่ะเราก็คิดในใจสงสัยจะมีเพื่อนสาวเพิ่มอีกคนละเพราะเรามีเพื่อนสาวแบบนี้อยู่บ้าง เราก็ชวนเค้าคุยปกติเพราะเค้าดูจะเงียบๆ เราก็ถามนั่นถามนี่จัดการนู่นนี่ชวนกินขนม เพราะเราทำอย่างนี้กับเพื่อนใหม่ทุกคนมันจะได้สบายๆ ไม่อึดอัด เราดูแลเค้าช่วยสอนงานบ้างเพราะเราเข้ามาทำก่อนเค้านานพอสมควร จนวันนึงเราเริ่มรู้สึกว่าเราชอบเค้าเพราะหัวหน้ามอบหมายโปรเจคงานมาให้ทำร่วมกัน และเรากับเขาสองคนจะต้องเป็นหลักในการรับผิดชอบงานนี้ เราเลยคุยกันเยอะและทำให้รู้จักเค้ามากขึ้น เค้าเป็นคนร่าเริง อารมณ์ดี เรียกเสียงหัวเราะได้ตลอด และเราก็สนิทกันมากขึ้น มีอะไรก็โทรคุยกันปรึกษากันตลอดทุกเรื่องเลยนะคะ ทั้งๆที่ "เค้ามีแฟนแล้วค่ะ แต่ก็ยังคุยกับเราแบบนี้" เราเลยคิดว่าเค้าก็คงทำแบบนี้กับเพื่อนทุกคน

ทบทวนว่าชอบได้ยังไง
ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าชอบเค้ามาก่อน แต่พอนึกย้อนหลายๆโมเมนต์ก็ทำให้เรารู้สึกดีกับเขา เราเชื่อว่าเค้าไม่รู้หรอกแต่เราเก็บมาคิดอะ มันมีสองช็อตใหญ่เลยนะ ก่อนจะรู้ตัวว่าชอบอะ คือช็อตที่เราจะล้มแล้วเค้าคว้ามือเราให้พยุงขึ้นมา คือเค้าเป็นคนตัวใหญ่มากสูงมาก(หรือเป็นเพราะจขกท.เตี้ยหรือเปล่า? มือเค้าใหญ่เท่าหน้าเราเลย5555) คว้าเราไว้ไม่งั้นตอนนั้นดิฉันต้องหน้าแหกเป็นแน่ และโมเมนต์คล้ายๆกันเกือบจะสะดุดล้มแต่เค้าก็คว้าเอวเราขึ้นมาทัน คือมันก็เขินอยู่หน่อยๆอะ เวลาคิดถึงแต่ก็นั่นแหละ เค้ามีแฟนแล้วท่องไว้ในใจตลอดก็ได้แต่ปลื้มๆ ในใจแค่นั้น

กอดกันครั้งแรก
บอกตรงๆไม่เคยกอดกับผู้ชายคนไหนมาก่อนนอกจากพ่อและน้องชายบังเกิดเกล้าของข้าพเจ้า แต่คือวันนั้นเป็นวันที่ทำโปรเจคด้วยกันเสร็จเราก็แอบเลวเนอะ กอดเค้าจ้าแบบเราลองใจอ้าแขนให้เค้า เห้ยเค้ากอดเราแน่นเลยอะแล้วก็ลูบหลังเหมือนปลอบใจ เพราะโปรเจคนี้หนักจริงๆเค้าก็เห็นใจเราอะ55555 เราก็เขินอะเนาะ แต่ก็ท่องไว้ๆๆของคนอื่นเค้าไม่ใช่ของเรา แต่มันก็จะมีความฟินเล็กๆ ที่ได้ใกล้ชิดกับเค้า

เจอแฟนเค้าครั้งแรก
มันเป็นวันที่เราไปเก็บรายละเอียดงานจากการทำโปรเจค เค้าถามเราว่ากลับยังไง เราก็บอกอ๋อเดี๋ยวเรานั่งแท็กซี่ไปที่รถไฟฟ้า เค้าก็บอกเราว่าเห้ยไปด้วยกันเดี๋ยวแฟนเรามารับ ไอเรานี่ก็ไปไม่ถูกเลยเพราะรู้สึกผิดไม่กล้าเจอหน้าแฟนเค้ากลัวทำตัวไม่ถูก เลยแกล้งถามกลับว่าจะดีหรอ เกรงใจอะ เค้าก็บอกไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เองไปได้ๆ เราก็โอเคก็ได้ คงไม่เป็นไร(มั้ง) หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยนางก็โทรบอกแฟนนางว่าออกมารับหน่อยเดี๋ยวเพื่อนจะขอติดรถไปลงที่สถานีรถไฟฟ้าด้วย เราก็แบบคิดมากนะกลัวแฟนเค้าจะรู้ว่าเราแอบชอบเค้า (คิดเยอะเกิ๊น) แต่สุดท้ายขึ้นรถไปก็ไม่มีอะไร(มั้ง) เราก็พยายามชวนแฟนเค้าคุยนะ เป็นไงบ้างคะรถติดมั้ย นู่นนี่นั่น เค้าก็แบบถามคำตอบคำ เราเลยหันไปชวนคนที่เราชอบคุยแทน นางก็ให้การตอบรับอย่างดีคุยกันเฮฮา แต่ด้วยระยะทางที่สั้นเลยเฮฮาแปปเดียว เราคิดหนักเลยนะตอนลงจากรถว่านางกับแฟนนางจะมีปัญหามั้ยแบบชวนเพื่อนผู้หญิงขึ้นรถ แล้วกลัวแฟนนางจะรู้เพราะเค้ามักพูดว่าผู้หญิงด้วยกันดูกันออก แต่หลังจากวันนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุกอย่างยังปกติและมันก็เพิ่มมากขึ้น สำหรับเรานะ

นั่งรถด้วยกันครั้งแรก
มันเป็นโมเมนต์ที่ดีสำหรับเราแต่สำหรับคนที่เราชอบเค้าอาจจะเฉยๆ คือมันเป็นครั้งแรกที่เราต้องไปดูงานด้วยกันคนอื่นๆไปที่หน้างานแล้ว แต่บ้านเราใกล้บ้านนางเลยขอติดรถไปกับนางเพราะสถานที่จัดงานไม่มีรถไฟฟ้า เราไม่ได้ขับรถด้วยเลยอาศัยรถเค้าทั้งไปและกลับ เรานั่งไปกันสองคนก็คุยสัพเพเหระเพราะเราก็สนิทที่ใช้คำหยาบยุคพ่อขุน คือแปลกมากที่เราสนิทกันเร็วและเล่นอะไรๆก็ค่อนข้างถึงเนื้อถึงตัว เช่น ตีไหล่กัน โอบกันบ้าง จับมือก็บ่อยอะ(แอบเลว) แต่มือของเค้าทั้งใหญ่และอุ่นเวลาหนาวนี่ได้จับยิ่งสบายเลย
โมเมนต์นั่งรถด้วยกันก็มีเรื่อยๆ แต่จะไปหนักตอนไปต่างจังหวัดด้วยกันอะค่ะ นั่งอยู่ด้วยกันนานมากแต่มีเพื่อนร่วมงานไปหลายคนค่ะ คือเราไปแบบอารมณ์ outing ของที่ทำงานอะค่ะ ก็นั่งรถเค้าไประหว่างทางก็เฮฮาร้องเพลง ซึ่งมันมีความสุขมากเลยนะแบบว่าไม่อยากให้เวลานี้ผ่านไปเร็วๆและกลายเป็นแค่ความทรงจำแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจไม่ให้ชอบเค้ามากไปกว่านี้ เพราะเค้ามีเจ้าของแล้ว

เค้าให้เราช่วยจัดเสื้อผ้าให้ครั้งแรก
วันนั้นเป็นวันที่องค์กรที่เราทำงานต้องจัดการประชุมใหญ่ซึ่งฝ่ายที่เราทำงานอยู่เป็นแม่งานทุกคนเลยต้องแต่งตัวเป็นทางการใส่สูทผูกไท้กัน เค้าคนนั้นก็ใส่และผู้ชายต้องผูกไท้ เราผูกไม่เป็นหรอกแต่เค้าบอกให้เราช่วยจัดปกเสื้อให้หน่อยจัดให้หน่อยว่าโอเคยัง เราก็จัดให้ตามคำขอคือเขินอะแต่ก็ตีหน้านิ่งทำเฉยแต่ในใจนี่พองโต มันเขินมากอะจัดเสื้อผ้าให้คนที่แอบชอบ ฟินเล็กๆ

คู่จิ้นในฝ่าย
เราพึ่งรู้สึกว่าโดนแซวเรื่องที่เราสนิทกับนางมาก พี่ๆในฝ่ายแซวกันอย่างหนักหน่วง ความรู้สึกเราอะหวั่นไหวนะ แต่คนที่เราแอบชอบนี่เราไม่รู้หรอกว่าเค้าคิดรึป่าว เพราะเค้าก็มีแฟนแล้วแต่เวลาโดนแซวเค้าจะเฉยๆ ไม่ได้พูดอะไร ทั้งนี้ทั้นนั้นมันก็น่าแซวอยู่หรอก ก็เค้าชอบมาแกล้งเราบ่อยๆเราก็ไม่ยอมแกล้งกลับเล่นกันไปเล่นกันมาแบบเนี้ย แล้วเค้าก็ชอบมาฝากนู่นนี่ไว้กับเรา กระเป๋าตังเอย โทรศัพท์เอย แต่โดยส่วนตัวเราเฉยๆเรื่องฝากของอะเพราะกับเพื่อนเราก็ทำแบบนี้ แต่เราก็แอบรู้สึกดีที่เค้าไว้ใจเรา ก็เลยเก็บมาเป็นโมเมนต์ให้ฟินนนนนกันไปอี๊กกกก

คำถามมันเกิดขึ้นว่าเราอยากรู้ว่าเค้าคิดยังไงกับเรา
จนตอนนี้มีโมเมนต์กับนางเยอะมาก โทรคุยกันบ่อยไลน์คุยกันปรึกษากันก็บ่อยคือแทบทุกวัน นางก็พร้อมคุยเสมอนะ มันเลยยิ่งทำให้เราอยากรู้ว่าเค้าคิดยังไงกับเรากันแน่? ตอนนี้เราเข้าข่ายเป็นมือที่สามหรือยัง? เราเลยหาที่ปรึกษาเป็นเพื่อนสมัยมัธยมกับเพื่อนมหา'ลัย และรุ่นน้องที่สนิทกัน ปรึกษาเหล่ากูรูทั้งหลาย(ที่เป็นผู้หญิงด้วยกันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เค้าอ่อยแกอะ ถ้าเค้าไม่มีใจก็คงไม่ทำขนาดนี้ ไม่แปลกเลยถ้าแกจะคิดว่าเค้าก็ชอบ แต่มีกูรูผู้นึงแนะนำว่าอาจจะเป็นอารมณ์หมาหยอกไก่ที่ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบทำกัน เราก็แบบอ่อออ หรือไม่เค้าอาจจะรู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนสนิทของเค้า
อย่างไรก็ตาม กูรูทุกคนบอกว่าอย่าไปยุ่งเลยเค้ามีแฟนแล้วทำใจแล้วหันหลังกลับเถอะ เราก็ทำใจนะ แต่พอเจอทุกวัน เล่นกันทุกวัน คุยกันทุกวัน เราเลยกลัวใจตัวเองอะ

เราฟินนะ แต่คือตอนนี้อะสับสนมากเลยว่าเราควรจะทำยังไง???!
1. ตีตัวออกห่างจากเค้า (แต่ลึกๆเราก็ตัดใจไม่ได้)
2. อยู่สถานะแบบนี้ต่อไป (แต่ก็ต้องยอมรับว่าแฟนเค้าคือที่1)
3. ถามเค้าไปเลยตรงๆ ว่าคิดยังไงกับเรา (แต่มันก็จะไม่เหมือนเดิมอีกเลย)


แต่สุดท้ายใจเราก้ไม่อยากแย่งของใครเพราะเราเชื่อมากเรื่องเวรกรรม ปวดใจ!!! แต่ทำใจไม่ได
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่