สิ่งที่ผมอยากพูด อยากระบาย ก็คือการใช้ชีวิติปกติที่ไม่มีวันกลับไปเป็นปกติ
เดิมทีผมมีเพื่อนน้อยเข้าสังคมไม่เก่ง ขี้อาย แถมยังหวงตัว มาเรียนมหาลัยก็มีแต่เพื่อนต่างสาขาที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กๆที่สนิท
ไปไหนก็ตามเขาไป เฮไหนเฮนั่น ตามประสาวัยรุ่น เพื่อนทุกคนเขาเป็นเด็กสมัยใหม่ เอาตัวรอดเก่ง แต่ผมนั้นปฏิเสธคนไม่เป็น
เวลามีคนมาจีบกว่าจะเลี่ยง/เลิกความสัมพันธ์ก็ใช้เวลานาน บางคนเข้ามาเพื่อหวังSEXผมก็รู้ แต่ผมก็ต้องใช้เวลาในการถอยหนีนานมาก
การจะไล่ใครสักคนไปจากชีวิตมันชั่งยากลำบาก แคร์เขา แคร์คนนู้น แคร์คนนี้ แต่ก็รอดพ้นมาได้ด้วยความที่ยังฉลาดสามารถพาตัวเอง
ออกมาจากสถานการณ์ ต่างๆ ได้แบบเฉียดฉิว หรือถ้าไม่ได้ หนีไม่ได้ก็เลือกที่จะป้องกัน แต่ใครจะรู้ล่ะครับว่าความเป็นจริงคนแบบผมนั้นก็พลาดพลั้ง
เพียงเพราะความขาดสติจากแอลกอฮอล์ คืนหนึ่งหลังจากเพื่อนชวนไปเที่ยว ก็เมาหลับอยู่หน้าผับ จนเพื่อนต้องลากมาส่งที่ห้อง
ถึงผมจะเป็นคนคออ่อนแต่ก็มีเพื่อนคอยดูแลปกป้องเสมอ
แต่คืนนั้น คนที่กำลังดูๆกันอยู่ ก็ทักมาถามผมประมาณว่าเหมือนเป็นห่วง เช่นไหวไหมอะไรแบบนี้ พอคุยๆเขาก็ขอมาหา
ซึ่งคืนนั้น ก็… แต่ก็จำได้ว่าคืนนั้นป้องกัน (ซึ่งสัญญาณภาพขาดหายไปหลายๆช่วง)
แต่ปรากฏว่าอีก 7 ถัดมา ผมเป็นหนองในครับ ก็เลยตรวจ HIV ปรากฏว่า เป็นลบครับ และหลังจากใจชื้นไปได้สามเดือน
ปรากฏว่าพอตรวจซ้ำก็เป็นบวกครับ ยอมรับครับว่าตอนรู้ตัวก็แอบจิตตกเสียใจ ที่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง ทำลายอนาคตตัวเอง
แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนที่มีกำลังใจจากตัวเอง หรือความไม่ยอมแพ้ อยากเอาชนะ อะไรเทือกๆนั่น ก็เลยตั้งหลักใหม่ได้โดยคิดว่า
อีกปีเดียวก็จะเรียนจบแล้ว ถึงจะทำตามฝันไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ผมจึงกัดฟันเรียนต่อ
และแล้ว ไม่รู้ด้วยความเครียด หรือเล่ห์มนต์กลใด ค่า CD4 ที่ควรมีแบบคนปกติที่เขาเริ่มเป็น ผมมีแค่ 250
หลังจากนั้นก็พยายามครับว่าจะเรียนให้จบและรักษาตัวเองโดยไว เพราะเท่าที่รื้อค้นตามแหล่งต่างๆระยะแสดงอาการน่าจะประมาณ 6-10 ปี
ซึ่งก็ใช้ชีวิตปกติออกไปหาเพื่อน ทำการบ้านดึกดื่น ปั่นงาน แต่ไม่ได้เข้าผับนะครับเพราะนานๆทีถึงจะเข้าอยู่แล้ว ถ้าไม่สำคัญจริงๆ แต่แล้วอาการก็กำเริบแบบที่ไม่คาดคิดครับ มีผื่นตุ่มขึ้นที่ขาเป็นหนองด้วย แล้วก็เริ่ม ทรุดป่วยแบบเข้าโรงพยาบาลเลยครับ ทำให้ต้องตัดสินใจรับยาต้านครับ ซึ่งรวมเวลาก็ประมาณห้าเดือนเท่านั้นเอง
การใช้ชีวิตช่วงนี้คือช่วงพีคสุดครับ จากเฮฮาปาตี้ต้องเริ่มเก็บตัว ซ่อนทุกอย่างจากทุกคน จากที่ไม่เคยโกหก ก็ต้องอ้างนู้นนี่นั่นไปเรื่อยๆ มันไม่ได้เหมือนเอลซ่าที่ซ่อนพลังพิเศษของตัวเองนะครับ แต่นี่คือการซ่อนอาการทั้งหมด เจ็บปวด ก็ต้องหอบร่างตัวเองไป โรงพยาบาล พอเพื่อนรู้ว่าเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ จนโดนเพื่อนด่าว่าเป็นอะไรจะเป็นจะตายก็ไม่ยอมบอกเพื่อน ซึ่งเราก็ตอบแต่ว่าเรียนหนัก ร่างกายไม่ได้พักผ่อน เลยเป็นไข้ ตลอด หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยออกจากห้องหลังเวลาทานยา และต้องคอยกลับห้องก่อนถึงเวลาทานยา ซึ่งช่วงเวลาใกล้ทานยาผมจะลนลานเป็นพิเศษ เพราะต้องกลับมาให้ทัน จะพกยาไปก็ไม่รู้จะอ้างว่าไง นอกจากนั้นแล้ว ก็มีเพื่อนบางกลุ่มที่ทำตัวเหมือนรู้อะไรสักอย่างพ่นมาแต่ละคำจิตใจเสียหายย่อยยับเลย
หลังจากได้เริ่มทานยาสักอาทิตย์ 1 ก็ได้มีอาการคอบวม ซึ่งหมอก็นัดถี่มากจนอาจารย์เริ่มไม่พอใจ หมอก็จับเราไปตรวจนั้นตรวจนี่ สรุปแล้วก็แถมวัณโรคอีกหนึ่งตัว ซึ่งจากปกติไม่ยุ่งกับใคร ตอนนี้คือกลัวตัวเองไปเลยครับ เพราะเราอาจจะทำให้เพื่อนๆ และคนรอบข้างติดนู้นนี่นั่นจากเรา ผมไม่รู้ว่าผมควรทำอย่างไรดี ส่วนเรื่องกำลังใจ แม้จะมีคนคอยให้กำลังใจ แต่ตอนนี้ผมว่าจิตใจผมเริ่มไม่เป็นผู้เป็นคนแล้วครับ ความคิดสั้นๆก็วนเวียนอยู่ในหัว เหมือนกับว่าเราโดนแกล้งตลอดเวลาพอเริ่มยอมรับสิ่งหนึ่งได้ ก็จะทำลายอีกสิ่งหนึ่งตลอดเวลา เชื่อไหมครับว่าอาการทั้งหมดที่เล่ามา ใช้เวลาไม่ถึงปีด้วยซ้ำ หลายคนก็เถียงผมว่าผมว่าผมต้องเป็นมานานแล้วแน่ๆ แม้กระทั่งหมอ แต่พอหมอดูประวัติการรักษาปุ๊บ เขาก็พูดว่าเคสนี้น่าสนใจ(?)
และผมขอกราบเรียนพี่น้องในนี้ด้วยนะครับ การที่ผมเป็นแบบนี้ไม่มีใครตั้งใจหรอกครับ ผมมักจะเห็นคนมา Comments ประมาณว่า เพราะไปสรรหามาเอง ทำตัวเอง หรืออารมณ์แบบ ว่าคนเป็นแบบนี้

ก็มี ซึ่งก็อาจจะจริงครับ แต่ถ้าเขาพลาดไปแล้วก็อย่าไปซ้ำเติมอีกเลย ความเจ็บปวดจากคำพูดคนที่ไม่ได้รู้จักเราดีพอ ทำให้เราทรมานใจมากครับ จริงอยู่ว่ามันก็แค่ลมปากบางคนจะไม่ใส่ใจก็ได้ แต่พอมาอยู่ในจุดนี้ผมกับเข้าใจลึกซึ้งยิ่งกว่าตอนมีเพื่อนที่เป็นอีก
อยากระบายครับ HIV (ยาวมาก)
เดิมทีผมมีเพื่อนน้อยเข้าสังคมไม่เก่ง ขี้อาย แถมยังหวงตัว มาเรียนมหาลัยก็มีแต่เพื่อนต่างสาขาที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กๆที่สนิท
ไปไหนก็ตามเขาไป เฮไหนเฮนั่น ตามประสาวัยรุ่น เพื่อนทุกคนเขาเป็นเด็กสมัยใหม่ เอาตัวรอดเก่ง แต่ผมนั้นปฏิเสธคนไม่เป็น
เวลามีคนมาจีบกว่าจะเลี่ยง/เลิกความสัมพันธ์ก็ใช้เวลานาน บางคนเข้ามาเพื่อหวังSEXผมก็รู้ แต่ผมก็ต้องใช้เวลาในการถอยหนีนานมาก
การจะไล่ใครสักคนไปจากชีวิตมันชั่งยากลำบาก แคร์เขา แคร์คนนู้น แคร์คนนี้ แต่ก็รอดพ้นมาได้ด้วยความที่ยังฉลาดสามารถพาตัวเอง
ออกมาจากสถานการณ์ ต่างๆ ได้แบบเฉียดฉิว หรือถ้าไม่ได้ หนีไม่ได้ก็เลือกที่จะป้องกัน แต่ใครจะรู้ล่ะครับว่าความเป็นจริงคนแบบผมนั้นก็พลาดพลั้ง
เพียงเพราะความขาดสติจากแอลกอฮอล์ คืนหนึ่งหลังจากเพื่อนชวนไปเที่ยว ก็เมาหลับอยู่หน้าผับ จนเพื่อนต้องลากมาส่งที่ห้อง
ถึงผมจะเป็นคนคออ่อนแต่ก็มีเพื่อนคอยดูแลปกป้องเสมอ
แต่คืนนั้น คนที่กำลังดูๆกันอยู่ ก็ทักมาถามผมประมาณว่าเหมือนเป็นห่วง เช่นไหวไหมอะไรแบบนี้ พอคุยๆเขาก็ขอมาหา
ซึ่งคืนนั้น ก็… แต่ก็จำได้ว่าคืนนั้นป้องกัน (ซึ่งสัญญาณภาพขาดหายไปหลายๆช่วง)
แต่ปรากฏว่าอีก 7 ถัดมา ผมเป็นหนองในครับ ก็เลยตรวจ HIV ปรากฏว่า เป็นลบครับ และหลังจากใจชื้นไปได้สามเดือน
ปรากฏว่าพอตรวจซ้ำก็เป็นบวกครับ ยอมรับครับว่าตอนรู้ตัวก็แอบจิตตกเสียใจ ที่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง ทำลายอนาคตตัวเอง
แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนที่มีกำลังใจจากตัวเอง หรือความไม่ยอมแพ้ อยากเอาชนะ อะไรเทือกๆนั่น ก็เลยตั้งหลักใหม่ได้โดยคิดว่า
อีกปีเดียวก็จะเรียนจบแล้ว ถึงจะทำตามฝันไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ผมจึงกัดฟันเรียนต่อ
และแล้ว ไม่รู้ด้วยความเครียด หรือเล่ห์มนต์กลใด ค่า CD4 ที่ควรมีแบบคนปกติที่เขาเริ่มเป็น ผมมีแค่ 250
หลังจากนั้นก็พยายามครับว่าจะเรียนให้จบและรักษาตัวเองโดยไว เพราะเท่าที่รื้อค้นตามแหล่งต่างๆระยะแสดงอาการน่าจะประมาณ 6-10 ปี
ซึ่งก็ใช้ชีวิตปกติออกไปหาเพื่อน ทำการบ้านดึกดื่น ปั่นงาน แต่ไม่ได้เข้าผับนะครับเพราะนานๆทีถึงจะเข้าอยู่แล้ว ถ้าไม่สำคัญจริงๆ แต่แล้วอาการก็กำเริบแบบที่ไม่คาดคิดครับ มีผื่นตุ่มขึ้นที่ขาเป็นหนองด้วย แล้วก็เริ่ม ทรุดป่วยแบบเข้าโรงพยาบาลเลยครับ ทำให้ต้องตัดสินใจรับยาต้านครับ ซึ่งรวมเวลาก็ประมาณห้าเดือนเท่านั้นเอง
การใช้ชีวิตช่วงนี้คือช่วงพีคสุดครับ จากเฮฮาปาตี้ต้องเริ่มเก็บตัว ซ่อนทุกอย่างจากทุกคน จากที่ไม่เคยโกหก ก็ต้องอ้างนู้นนี่นั่นไปเรื่อยๆ มันไม่ได้เหมือนเอลซ่าที่ซ่อนพลังพิเศษของตัวเองนะครับ แต่นี่คือการซ่อนอาการทั้งหมด เจ็บปวด ก็ต้องหอบร่างตัวเองไป โรงพยาบาล พอเพื่อนรู้ว่าเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ จนโดนเพื่อนด่าว่าเป็นอะไรจะเป็นจะตายก็ไม่ยอมบอกเพื่อน ซึ่งเราก็ตอบแต่ว่าเรียนหนัก ร่างกายไม่ได้พักผ่อน เลยเป็นไข้ ตลอด หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยออกจากห้องหลังเวลาทานยา และต้องคอยกลับห้องก่อนถึงเวลาทานยา ซึ่งช่วงเวลาใกล้ทานยาผมจะลนลานเป็นพิเศษ เพราะต้องกลับมาให้ทัน จะพกยาไปก็ไม่รู้จะอ้างว่าไง นอกจากนั้นแล้ว ก็มีเพื่อนบางกลุ่มที่ทำตัวเหมือนรู้อะไรสักอย่างพ่นมาแต่ละคำจิตใจเสียหายย่อยยับเลย
หลังจากได้เริ่มทานยาสักอาทิตย์ 1 ก็ได้มีอาการคอบวม ซึ่งหมอก็นัดถี่มากจนอาจารย์เริ่มไม่พอใจ หมอก็จับเราไปตรวจนั้นตรวจนี่ สรุปแล้วก็แถมวัณโรคอีกหนึ่งตัว ซึ่งจากปกติไม่ยุ่งกับใคร ตอนนี้คือกลัวตัวเองไปเลยครับ เพราะเราอาจจะทำให้เพื่อนๆ และคนรอบข้างติดนู้นนี่นั่นจากเรา ผมไม่รู้ว่าผมควรทำอย่างไรดี ส่วนเรื่องกำลังใจ แม้จะมีคนคอยให้กำลังใจ แต่ตอนนี้ผมว่าจิตใจผมเริ่มไม่เป็นผู้เป็นคนแล้วครับ ความคิดสั้นๆก็วนเวียนอยู่ในหัว เหมือนกับว่าเราโดนแกล้งตลอดเวลาพอเริ่มยอมรับสิ่งหนึ่งได้ ก็จะทำลายอีกสิ่งหนึ่งตลอดเวลา เชื่อไหมครับว่าอาการทั้งหมดที่เล่ามา ใช้เวลาไม่ถึงปีด้วยซ้ำ หลายคนก็เถียงผมว่าผมว่าผมต้องเป็นมานานแล้วแน่ๆ แม้กระทั่งหมอ แต่พอหมอดูประวัติการรักษาปุ๊บ เขาก็พูดว่าเคสนี้น่าสนใจ(?)
และผมขอกราบเรียนพี่น้องในนี้ด้วยนะครับ การที่ผมเป็นแบบนี้ไม่มีใครตั้งใจหรอกครับ ผมมักจะเห็นคนมา Comments ประมาณว่า เพราะไปสรรหามาเอง ทำตัวเอง หรืออารมณ์แบบ ว่าคนเป็นแบบนี้