อย่างที่หลายๆคนทราบ ว่า "มิโล" หรือ มิโลวาน ราเยวัช มีสัญญากับสมาคม ในออฟชั่น 1+1 ปี
ซึ่งในตรงนี้ สมาคม ได้เฟ้นหา โค๊ชชุดใหญ่ที่มีโปรไฟล์ ตรงตามข้อกำหนดที่ว่าด้วย 2 เรื่องสำคัญคือ " พัฒนาแนวทางการเล่นของทีมชาติให้สอดกับนโยบายของสมาคม และ เคยมีผลงานพาทีมชาติที่เคยคุมไปบอลโลกมาแล้ว" ซึ่งจากแคนดิเดทมากมาย ผลการคัดเลือกทำให้ทีมไทยได้ "โค๊ชมิโล" เข้ามาทำงานร่วมกับสมาคม
และการเซ็นสัญญากับสมาคม ในออฟชั่น 1+1ปี นั้น สมาคมได้ถือผลประโยชน์ของทีมชาติเป็นสำคัญ โดย 1 ปีแรกที่ มิโล เข้ามาคุมทีมชาติไทย สมาคมมีโจทย์ต่าง ให้โค๊ชทีมชาติไทย ได้ทำงาน โดยจะมีการประเมินผ่านการแข่งขันต่างๆ
ซึ่งจริงๆแล้วต้องถือว่า โค๊ชมิโล โชคดีมากที่เข้ามาในจังหวะที่ค่อนข้างดี คือ
1. สมาคมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
2. มีแมท กระชับมิตร และ คิงส์คัพ ให้ช่วยคัดเลือกตัวผู้เล่น
3. ไทยลีคเปิดฤดูกาล ทำให้สามารถเข้าไปชมฟอร์มนักเตะ และเฟ้นหานักเตะเพิ่มเติม
4. ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ได้ตกรอบแน่นอนแล้ว ทำให้ความกดดันลดลง
5. ความคาดหวังของแฟนน้อยลง และการยอมรับในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่น
และตอนนี้ได้ผ่านการแข่งขันมาพอสมควรแล้ว ในทัวนาเม้นใหญ่ ทีมของชาติชุดใหญ่ เหลือเพียงนัดเดียวให้ มิโล ได้พิสูจน์ฝีมือ ( ยังไม่นับ แมทกระชับมิตร ที่เหลือ) นั่นก็คือ การคุมทีมชาติไทยไปเยือนทีม ออสเตรเลีย
ซึ่งจากที่ผ่านมา โค๊ชมิโลได้ทำงานเต็มที่ เพื่อเปลี่ยนแปลงการเล่น และขันน๊อตตัวที่หลวมทีละตัว ในเกมส์รับ และเพิ่มเติมเกมส์รุกเข้ามาในนัดล่าสุด ซึ่งถ้าถามว่า ผลงาน น่าจะผ่านการประเมินหรือไม่ คงตอบได้ยาก
เพราะเวลาในการรวมทีม แบบครบสมบูรณ์นั้นยังน้อย ถ้าไล่มาตั้งแต่ ทำทีมมา มิโล ขาดคีย์แมนตัวสำคัญตลอด ไม่ว่าจะเป็น เจ , มุ้ย,อุ้ม และโด ( อาจรวมถึงสารัช)
และในนัดล่าสุด ก่อนการเปิดบ้านพบ อิรัก ยังเสียคีย์แมนในแนวรับ อย่าง ธนบูรณ์ไปอีก ถือว่าช่างโชคร้าย แต่ทางทีมงานก็ต้องตามหาตัวทดแทนต่อไป
ซึ่งจากที่สมาคม ได้ติดตามประเมินมาตลอดในเรื่องรูปแบบวิธีการเล่น รวมทั้งแทคติกอาจยังไม่เข้าตามากนัก แต่เมื่อมองเหตุผลในภาครวมทำให้พอยอมรับได้บ้าง ซึ่งในการปรับปรุงงตรงนี้ ทีมงานของสมาคมได้ร่วมมือกับทีมงานโค๊ชทุกอย่างเพื่อพัฒนา และแก้ไขข้อบอกพร่องต่างๆ
เฮงซังกล่าวในนัดล่าสุด " มีความผิดพลาดของแทคติก" หลังจากนั้นแกก็ให้ข้อมูลไว้ในการสัมภาษณ์ คำพูดแกอาจจะดูเหมือนรุนแรง แต่แกก็พูดไปตามเนื้อผ้าในนามของประธานเทคนิค มันสะท้อนถึงการจับตามองเพื่อประเมิณผลงานของโค๊ช
เพราะทางสมาคมเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในตอนแรกแล้ว ว่า นอกจากผลการแข่งขันแล้ว รูปแบบวิธีการเล่นรวมถึงข้อมูลเชิงสถิติ จะเป็นข้อมูลในการประเมิณ อีกอย่าง สมาคมคิดว่า 1 ปี มีแมททางการให้ประเมินผลงานของ มิโล มากพอ
นัดนี้จึงกลายเป็น นัดสุดท้าย ในทัวใหญ่ที่สุดของปีนี้ ในการประเมิน ..... ซึ่งสมาคมคงอยากให้ มิโลวาน ราเยวัช ทำผลงานได้ดี เพื่อต่อยอดไปในเอเชี่ยนคัพ (รายการนี้สมาคมหวังไว้มาก) เพราะสมาคมคงไม่อยากเปลี่ยนโค๊ชตอนนี้อย่างแน่แท้
#############
นัดสุดท้ายที่สมาคมใช้ในการประเมินผลงาน ราเยวัช ในทัวนาเมนท์ใหญ่
ซึ่งในตรงนี้ สมาคม ได้เฟ้นหา โค๊ชชุดใหญ่ที่มีโปรไฟล์ ตรงตามข้อกำหนดที่ว่าด้วย 2 เรื่องสำคัญคือ " พัฒนาแนวทางการเล่นของทีมชาติให้สอดกับนโยบายของสมาคม และ เคยมีผลงานพาทีมชาติที่เคยคุมไปบอลโลกมาแล้ว" ซึ่งจากแคนดิเดทมากมาย ผลการคัดเลือกทำให้ทีมไทยได้ "โค๊ชมิโล" เข้ามาทำงานร่วมกับสมาคม
และการเซ็นสัญญากับสมาคม ในออฟชั่น 1+1ปี นั้น สมาคมได้ถือผลประโยชน์ของทีมชาติเป็นสำคัญ โดย 1 ปีแรกที่ มิโล เข้ามาคุมทีมชาติไทย สมาคมมีโจทย์ต่าง ให้โค๊ชทีมชาติไทย ได้ทำงาน โดยจะมีการประเมินผ่านการแข่งขันต่างๆ
ซึ่งจริงๆแล้วต้องถือว่า โค๊ชมิโล โชคดีมากที่เข้ามาในจังหวะที่ค่อนข้างดี คือ
1. สมาคมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
2. มีแมท กระชับมิตร และ คิงส์คัพ ให้ช่วยคัดเลือกตัวผู้เล่น
3. ไทยลีคเปิดฤดูกาล ทำให้สามารถเข้าไปชมฟอร์มนักเตะ และเฟ้นหานักเตะเพิ่มเติม
4. ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ได้ตกรอบแน่นอนแล้ว ทำให้ความกดดันลดลง
5. ความคาดหวังของแฟนน้อยลง และการยอมรับในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่น
และตอนนี้ได้ผ่านการแข่งขันมาพอสมควรแล้ว ในทัวนาเม้นใหญ่ ทีมของชาติชุดใหญ่ เหลือเพียงนัดเดียวให้ มิโล ได้พิสูจน์ฝีมือ ( ยังไม่นับ แมทกระชับมิตร ที่เหลือ) นั่นก็คือ การคุมทีมชาติไทยไปเยือนทีม ออสเตรเลีย
ซึ่งจากที่ผ่านมา โค๊ชมิโลได้ทำงานเต็มที่ เพื่อเปลี่ยนแปลงการเล่น และขันน๊อตตัวที่หลวมทีละตัว ในเกมส์รับ และเพิ่มเติมเกมส์รุกเข้ามาในนัดล่าสุด ซึ่งถ้าถามว่า ผลงาน น่าจะผ่านการประเมินหรือไม่ คงตอบได้ยาก
เพราะเวลาในการรวมทีม แบบครบสมบูรณ์นั้นยังน้อย ถ้าไล่มาตั้งแต่ ทำทีมมา มิโล ขาดคีย์แมนตัวสำคัญตลอด ไม่ว่าจะเป็น เจ , มุ้ย,อุ้ม และโด ( อาจรวมถึงสารัช)
และในนัดล่าสุด ก่อนการเปิดบ้านพบ อิรัก ยังเสียคีย์แมนในแนวรับ อย่าง ธนบูรณ์ไปอีก ถือว่าช่างโชคร้าย แต่ทางทีมงานก็ต้องตามหาตัวทดแทนต่อไป
ซึ่งจากที่สมาคม ได้ติดตามประเมินมาตลอดในเรื่องรูปแบบวิธีการเล่น รวมทั้งแทคติกอาจยังไม่เข้าตามากนัก แต่เมื่อมองเหตุผลในภาครวมทำให้พอยอมรับได้บ้าง ซึ่งในการปรับปรุงงตรงนี้ ทีมงานของสมาคมได้ร่วมมือกับทีมงานโค๊ชทุกอย่างเพื่อพัฒนา และแก้ไขข้อบอกพร่องต่างๆ
เฮงซังกล่าวในนัดล่าสุด " มีความผิดพลาดของแทคติก" หลังจากนั้นแกก็ให้ข้อมูลไว้ในการสัมภาษณ์ คำพูดแกอาจจะดูเหมือนรุนแรง แต่แกก็พูดไปตามเนื้อผ้าในนามของประธานเทคนิค มันสะท้อนถึงการจับตามองเพื่อประเมิณผลงานของโค๊ช
เพราะทางสมาคมเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในตอนแรกแล้ว ว่า นอกจากผลการแข่งขันแล้ว รูปแบบวิธีการเล่นรวมถึงข้อมูลเชิงสถิติ จะเป็นข้อมูลในการประเมิณ อีกอย่าง สมาคมคิดว่า 1 ปี มีแมททางการให้ประเมินผลงานของ มิโล มากพอ
นัดนี้จึงกลายเป็น นัดสุดท้าย ในทัวใหญ่ที่สุดของปีนี้ ในการประเมิน ..... ซึ่งสมาคมคงอยากให้ มิโลวาน ราเยวัช ทำผลงานได้ดี เพื่อต่อยอดไปในเอเชี่ยนคัพ (รายการนี้สมาคมหวังไว้มาก) เพราะสมาคมคงไม่อยากเปลี่ยนโค๊ชตอนนี้อย่างแน่แท้
#############